Cocon in Korea #2 พระราชวังเคียงบ็อก
posted on 30 Oct 2007 17:55 by cocon in PHOTOS-Foreign
Cocon in Korea Chapter 2
Gyeongbok Palace
พระราชวังเคียงบ็อก...ความยิ่งใหญ่ของเกาหลี
...
ข้อความตอนนี้ผมเอามาจากของเก่าเมื่อปี 2006 นะครับ บอกไว้ก่อนกันสับสนการพูดของผมกลับมาอีกครั้งครับ เมื่อวานว่าจะอัพแต่พอดีมีธุระต้องตื่นเช้า
ครั้งนี้เป็นพระราชวังในกรุงโซลซึ่งเป็นเมืองหลวงนะครับ
เนื้อหาอาจจะไม่ได้ละเอียดนัก เน้นดูภาพถ่ายตามเป้าหมายเดิมละกัน
แล้วก็เหมือนเดิม ใครที่อยากเพิ่มเติมแก้ไขอะไรบอกได้เลยครับ
...
เริ่มด้วยกำแพงวังครับ ดูแล้วก็คล้ายแถวพระราชดำเนินของเรา
จะต่างก็ตรงลักษณะกำแพง และไม่มีคลองกั้น
แต่ถ้าเทียบกับวัดพระแก้วก็เหมือนตรงที่กำแพงติดทางเท้าเลยครับ
...
เดินเข้ามาก็เจอ รูปปั้นเทพพื้นเมืองที่อยู่ทางซ้ายของภาพ
ที่จำลองมาจากรูปปั้นจริงที่เกาะ Cheju ทางใต้สุดของเกาหลี
มันชื่อ Dolhareubang ซึ่งมีความเชื่อว่าสามารถขอลูกชายได้
ที่มีอันนี้เพราะว่าที่เกาะนั้นมีเด็กผู้หญิงเกิดเยอะ ไกด์ว่างั้น
รู้วิธีมาด้วยว่าให้ลูบจากตาสองข้างของมันมาที่จมูก
เรื่องนี้ผมไม่ฟันธงนะ เพราะยังไม่ได้อ่านป้ายละเอียดอะ
ส่วนทางขวาแปลคร่าวๆคือสิ่งที่ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาหมู่บ้าน
ซึ่งจะว่าไปผมก็พบเห็นตามข้างทางในกรุงโซลเลย ไม่รู้ใช่ป่าว
...
เดินเข้ามาตรงกลางก็พบเจดีย์อยู่ข้างหน้า
ซึ่งเจดีย์นี้มีตำนานว่าเดิมทีมันไม่ได้อยู่ตรงนี้
เป็นเจดีย์ที่มีสัดส่วนสวยงามมากที่สุดในเกาหลี
แต่ตอนที่โดนญี่ปุ่นยึด ญี่ปุ่นก็ถอดเอาไปตั้งที่ประเทศเขาเอง
แล้วพอตอนญี่ปุ่นแพ้สงครามก็เลยเอากลับคืนมา
อย่างไรก็ตามการที่กลัวชาวบ้านไม่รู้คุณค่าแล้วปล่อยให้เสื่อมโทรม
ก็เลยเอามาตั้งที่นี่เลย ซึ่งก็เป็นจุดสำคัญสุดๆที่คนมาถ่ายรูป ตามที่เห็น
...
นอกเรื่องนิดนึง ว่าถ้าดูดีๆจะเห็นว่าเป็นกลุ่มเด็ก
นั่นคือเด็กที่มาทัศนศึกษาครับ ซึ่งเจอได้ทุกสถานที่ท่องเที่ยวเลย
ผมว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เด็กได้รู้จักประเทศตัวเองและรักสิ่งที่มีครับ
...
อันนี้ก็เจดีย์ในอีกมุมหนึ่ง
...
ก่อนที่จะไปเที่ยวชมวัง เข้ามีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ให้ดูก่อน
ซึ่งจริงๆแล้วมันมีอะไรให้ถ่ายมากมาย แต่ถ้าถ่ายมากคงเปลืองถ่าน
ก็เลยถ่ายแค่ช่วงแรกๆพอให้ถือว่าถ่ายแล้ว ที่เหลือก็ได้เดินตามสบาย
...
ภาพนี้เป็นยุค Goguryeo ส่วนมันคืออะไรผมไม่ได้จดมาละเอียดครับ
ที่พออธิบายได้ มีสิ่งที่พิเศษคือขบวนรบมีผู้หญิงอยู่ด้วย
ซึ่งคือคนที่ใส่ชุดสีเขียวในภาพข่างล่างนี้แหละ
ใครสนใจเกาหลีอย่างละเอยีด แนะว่าให้ซื้อหนังสือมาอ่าน
ส่วนผมยังซื้อ "หน้าต่างสู่โลกกว้าง - เกาหลี" ไม่ลง
เพราะผมเคยซื้อเล่มนี้แต่เป็นภาษาอังกฤษมาก่อนแล้ว เซ็งเลย
...
อันนี้ก็เป็นอีกยุคหนึ่งครับ เป็นยุค Baekje
จริงๆผมถ่ายป้ายรายละเอียดไว้แล้ว แต่มันเบลอจนอ่านไม่ออกง่ะ
...
หลังจากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ฟังไกด์อธิบายไป
ซึ่งก็จำได้ระดับหนึ่งแต่ไม่มั่นใจที่จะมาเล่าอย่างถูกเป๊ะน่ะ
...
ก่อนจะออกจากอาคารก็พบว่ามันก็มีมุมสวยแสงดีอยู่
ก็เลยถ่ายเก็บไว้เช่นเคย ของแบบนี้เจอปุ๊บต้องรีบถ่าย
...
ออกมาข้างนอกก็เป็นบรรยากาศต้นฤดูใบไม้ร่วง
แต่ที่นี่ยังให้ความรู้สึกเขียวอยู่เยอะ
ต้นไม้กลางภาพคือแปะก๊วยตัวผู้ ซึ่งเป็นต้นตัวผู้ต้นเดียวของที่นี่
แปะก๊วยเป็นต้นไม้แบบแยกเพศครับ
ดูความแตกต่างได้โดยดูที่กิ่ง ต้นเพศผู้กิ่งจะชี้ขึ้นสูง
ส่วนต้นตัวเมียกิ่งจะชี้ขนานพื้นมากกว่า ด้วยน้ำหนักผล,ดอก
...
ส่วนมุมนี้เห็นเจดีย์ในระยะไกล สวยดีครับ
...
แล้วนี่ก็ภาพมุมมองจากประตู ที่เป็นมุมโปรดผม ยังพบอีกเยอะแน่
...
ช่วงหลังๆผมจะเริ่มจำเนื้อหาของสถานที่ไม่ได้แล้วน่ะครับ
เพราะไม่ได้จดไว้ สิ่งที่จำได้ก็เหลือแค่อะไรที่เด่นจริงๆ
อย่างภาพนี้ผมก็ลืมแล้วว่าที่ไหน
แต่ผมชอบลักษณะภาพคอร์ทในกรอบประตูที่ดูสงบ
กับการเล่นสีเขียวแดงได้อย่างกลมกลืนทั้งๆเป็นสีคู่ตรงข้าม
สีที่เป็นตัวแทนกษัตริย์ของเกาหลีคือสีน้ำเงินหรือเขียวแกมน้ำเงิน
ซึ่งมาจากนกยูง(มั้งนะ ไม่แน่ใจ) ซึ่งถือว่าเป็นขั้นที่ต่ำว่าสีทองของจีน
คือมีความหมายว่าจีนถือว่าเกาหลีเป็นเมืองประเทศราชของเขานั่นเอง
ทำให้หลังคาวังที่นี่ไม่ได้เป็นสีทองเหมือนที่พระราชวังต้องห้ามครับ
...
แต่สีแบบนี้ก็สวยดีนะ ดูแล้วก็สงบดี
...
จากภาพข้างล่าง อาคารหลังนี้น่าจะเป็นเรือนจักรพรรดินี
มีสิ่งที่น่าสังเกตคืออาคารของจักรพรรดิจะไม่มีรูปปั้นมังกรที่ยอด
ซึ่งในวังนี้จะมีแค่สองอาคารเท่านั้นคือจักรพรรดิ์กับจักรพรรดินี
ซึ่งที่เป็นงั้นเพราะเปรียบมังกรแทนจักรพรรดิ์ ที่อยู่เหนือคนอื่น
พอเป็นอาคารของตัวเองจึงไม่จำเป็นต้องมียังไงล่ะครับ
...
อันนี้มองแบบมุมมองตรง กว่าคนจะว่างพอจนถ่ายได้ก็เสียเวลารออยู่
...
อันนี้ผมก็รอคนชายแก่กลางภาพเดินมาจนได้จังหวะจริงๆแล้วถ่าย
หลายภาพที่ผมถ่ายนี้มักได้แรงบันดาลใจจากภาพหนังสือท่องเที่ยว
...
อันนี้ลองถ่ายแบบย้อนแสงนิดๆเพื่อให้เห็นท้องฟ้าโล่งๆดู
ถ่ายออกมาแล้วเหมือนบ่ายๆใกล้เย็น แต่ที่จริงคือตอนเที่ยง
...
ตรงนี้คือที่ไหนก็ไม่รู้ เริ่มลืมๆแล้วแฮะ
แต่บางอันผมก็ไม่รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วแหละ
เพราะอาคารในพระราชวังแห่งนี้จะมีรูปแบบเหมือนกันหมด
ไม่ได้แตกต่างสุดๆแบบของไทยเราครับ ที่จำเป็นหลังๆได้เลย
...
ภาพนี้ถ่ายเข้าไปในอาคารครับ
จะเห็นว่าของเกาหลีจะเป็นแบบที่ดูเรียบง่าย เน้นลายที่เสา
...
นี่ก็ลองถ่ายอาคารตามแนวยาว มุมมองพุ่งแรงหน่อย
เดี๋ยวนี้จะเริ่มถ่ายมุมแบบนี้เท่าที่จำเป็นเพราะกลัวเปลือง Memory
...
หลังๆผมจะพยายามเลือกมุมก่อนถ่าย ดังนั้นภาพเลยไม่ค่อยซ้ำ
ผลก็คือตอนนี้เอาภาพมาใช้โพสได้ในอัตราส่วนที่สูงขึ้น
อย่างที่โพสไปครั้งก่อนกับครั้งนี้ก็อยู่ที่ 50 %
คัดออกยากขึ้น เพราะหลายภาพผมก็อยากเอามาลง
เพื่อที่จะได้บรรยายไว้กันลืมความหมายที่รู้ในตอนนั้น
...
แล้วก็กลับมาสู่ภาพสไตล์กรอบภาพจากประตูเช่นเคย
สีสันจากชุดเด็กนี่ก็ตัดกับฉากหลังพอดูเลยแฮะ
...
ภาพหลังๆอาจเริ่มดูเหมือนซ้ำ แต่มันเป็นคนละอาคารจริงๆนะครับ
จะว่าไปพอถ่ายมากเข้า ทำเอาอยากเอาบางมุมไปสอนน้องติวจริงๆ
...
ภาพนี้ผมไม่รู้ว่าอาคารอะไร แต่ให้สังเกตตรงฐานครับ
พระราชวังของเกาหลีเค้าจะมีระบบให้ความร้อนอยู่ที่ใต้พื้นครับ
ทำให้พื้นอาคารอุ่นๆไง
...
แล้วก็มีพบผู้หญิงใส่ชุดในวังเดินผ่าน
ไม่รู้ว่าเค้าทำหน้าที่สร้างบรรยากาศโดยตรงด้วยการใส่ชุดนี้เดินไปมา
หรือเป็นพนักงานส่วนอื่นที่เดินผ่านมากันแน่นะ
...
อันนี้รู้สึกว่าเป็นห้องอะไรสักอย่างของจักรพรรดิ์อะ
จากภาพด้านหลัง ภูเขาตรงกลางแทนจักรพรรดิ์ที่เหนือสิ่งอื่น
...
ภาพประตูอีกรอบ เด็กๆก็ยังเยอะอยู่
นี่ขนาดหลายส่วนพักเที่ยงกินข้าวแล้วนะเนี่ย ไม่งั้นคงเยอะกว่านี้
...
ตรวจพบคนในชุดประจำชาติอีกรอบ ตกลงเป็นหน้าที่จริงป่าวนะ
...
ข้างหลังเป็นภูเขาที่เป็นรูปเสือครับ แต่ผมดูไม่ออก
ฟังไกด์อธิบายแล้วแต่ก็ยังงงๆ เลยถ่ายเก็บไว้เผื่อคราวหน้าดูออก
...
ภาพนี้ถ่ายเพราะมีขบวนเด็กเลยนะเนี่ย น่ารักดี
ดูๆไปแล้วผมว่าถ่ายภาพอาคารจากระยะไกลแล้วดูสวยกว่าแฮะ
มันจะมีม่านบรรยากาศบางๆทำให้ภาพดูทึมๆเล็กน้อย
เมื่อบวกกับแสงอาทิตย์แล้วก็ยิ่งงามขึ้นอีก
แต่ยังขอย้ำว่านี่คือตอนเที่ยงนะครับ
พอดีมีเมฆขาวปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนฟ้าเป็นสีขาว
เวลาถ่ายย้อนแสง ปรับกล้องเป็นสำหรับถ่ายช่วงฟ้าครึ้มมันก็จะได้งี้
ซึ่งผมก็ชอบครับ แม้ว่าบางทีอาจทำให้ดูเหลืองไปหน่อย
...
ส่วนภาพนี้ผมชอบสีอาคาร กับแนวยาวที่พุ่งตรงสู่จุดหยุดสายตา
...
อันนี้ประตูอะไรไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าถ่ายจากมุมสูง
เพราะหลังจากระเบียงนั่นคือบันไดที่มองไม่เห็นจนกว่าจะเดินไปใกล้
...
ด้านซ้ายนี้คืออาคารที่สำคัญที่สุดของพระราชวังแห่งนี้แล้ว
ซึ่งจะหันไปสู่ประตูหน้าของพระราชวัง
...
ส่วนนี่คือผมถ่ายภาพแนวนอนเก็บไว้ด้วย
โดยรวมน่าจะเป็นลักษณะเดียวกับพระราชวังในจีน แม้ว่าไม่ใหญ่เท่า
คือโดยหน้าที่ก็ใกล้กันน่ะครับ
...
รายละเอียดของภายในอาคาร ซึ่งจะเห็นว่าอลังสุดเท่าที่ถ่ายมา
...
บัลลังค์อันนี้คนละอันกับภาพก่อนครับ
แต่ผมเองก็สับสนในตอนที่ย่อภาพอยู่
...
สวยจริงๆครับ แม้ว่าจะไม่อลังการงานสร้างขนาดจีน
...
กลับมาถ่ายด้านหน้าอีกรอบ
จะสังเกตเห็นหมู่ตึกสมัยใหม่อยู่ที่ฉากหลังของพระราชวัง
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามันทำลายทัศนียภาพจากที่ควรจะเป็นไหม
แต่ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ค่อยรู้สึกขัดตาเท่าไหร่
อาจเป็นเพราะรูปทรงที่เรียบง่ายและสีจืดๆ ไม่ดึงความสนใจนัก
ที่สำคัญ มันไม่ใช่ตึกสูงชี้โด่เด่ไง แถมเจอหมอกหน่อยก็เลือนๆไปแล้ว
...
พอเสร็จตรงนี้ก็ออกทางด้านข้างครับ
เพราะไกด์บอกว่าถ้าออกข้างหน้าจะต้องเดินอ้อมไกลกว่าจะถึงรถ
ก็เลยอดถ่ายประตูหน้า แต่เอาน่ะ แค่นี้ก็เยอะแล้ว
...
ถึงจะเริ่มเป็นขาออกแต่ก็ยังถ่ายได้ครับ
เช่นภาพนี้ที่เห็นเจดีย์อยู่ลิบๆ
...
แนวเสามากมายซึ่งเป็นมุมโปรดของผมเช่นเคย
ใครที่ดูภาพถ่ายผมมาตั้งแต่แรกคงเริ่มจับสไตล์ผมได้แล้วมั้ง
...
ได้แก่ภาพถ่ายย้อนแสงของเสา เห็นอาคารสวยๆเป็นภาพในกรอบ
...
แล้วก็ออกมาเรียบร้อย แต่ก็ขอถ่ายทางออกหน่อย
มีต้นสนอยู่ทางซ้ายด้วย สำหรับผมแล้วถือเป็นครั้งแรกเลยที่สังเกต
เพราะครั้งก่อนที่เคยมายังไม่มีต้นสนอยู่ในความทรงจำ
...
เห็นเจีย์อีกภาพหนึ่ง กับหญ้าสีเหลืองทอง
ซึ่งตอนนี้ผมลืมไปแล้วว่าถ่ายมาจากตรงไหน
ไว้ถ้าได้ไปคราวหน้าคงจำได้ ถ่ายไว้ก่อนอะดีแล้ว
...
ถ่ายทาออกแบบซูมๆสักนิด
...
แล้วก็ขอปิดท้ายด้วยภาพที่ผมชอบภาพที่สุดภาพหนึ่ง
เป็นภาพที่โทนออกหม่นๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงแสงอาทิตย์สีทองเรื่อๆ
ถ่ายด้วยระดับที่ต่ำกว่าสายตามากๆหน่อย เน้นคนให้อยู่บนเส้นขอบฟ้า
ผมชอบถ่ายภาพข้างหลังคนที่เดินไปข้างหน้านะ
มันให้ความรู้สึกถึงการ "มุ่งหน้าต่อไป" ได้ดี
และภาพจะมีพลังมากขึ้น ตามปลายตาที่แตกต่างกัน
...
ดังเช่นภาพนี้ซึ่งเป็นประตูอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลี
ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายปลายตาของเกาหลีในความรู้สึกของผมเลย
แม้ว่ากายไปไม่ถึง เพราะต้องเดินไปทางอื่น
แต่เมื่อดูภาพนี้ ก็รู้สึกเหมือนได้รับการชี้นำไป
ด้วยทิศทางของภาพนี้นั่นเอง
...
...
ครั้งนี้บรรยายเยอะหน่อยเพราะมีเนื้อหาเล่าเยอะ
แม้ว่าจะเป็นความรู้สึกส่วนตัวเสียเยอะ
แต่ผมก็ขอเขียนไว้ เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจ
ว่าผมชอบประเทศนี้แค่ไหน
...
ปล. ยังไม่จบครับ ยังมีต่อเรื่อยๆ โปรดติดตามตอนต่อไป

เลยยังไม่กล้าไป (ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะเป็นพ่อกับแม่มากกว่า)
ถ่ายมุมไหนก็ดูสวย+สง่ามากๆค่ะ =D คงเป็นที่คุณคนถ่ายมีฝีมือด้วยใช่ม๊า
#1 By Revamp on 2007-10-30 18:25