โคค่อน ณ หนองจอก ตอนที่ 9

ชุมชนเรือนแถวเก่าๆ และวิถีชีวิตริมน้ำ

กลุ่มบ้านไม้ที่อาจดูโทรมๆจนๆ แต่ก็เรียบง่ายและอบอุ่น

...

คราวนี้จะเป็นการเดินทางลัดเลาะไปตามชุมชนแถวนั้นแล้วครับ

ผมชอบพื้นที่แถวนี้มากเลย เคยคิดอยากจะไปอีกรอบแต่ไม่มีโอกาส

ถึงยังไงที่ถ่ายมาก็ละเอียดพอควรแล้ว ยังไงก็ดูที่มีตอนนี้ก่อนแล้วกันเนอะ

...

เปิดภาพแรกของตอนด้วยคลองสายหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าคลองอะไร

แต่เอาเป็นว่าเพื่อนๆคงเห็นมัสยิดที่ปลายตาใช่ไหม เดี๋ยวตอนท้ายๆเราจะไปดูกัน 

แต่คลองที่นี่ดีนะที่ไม่เน่า ถ้าเน่าแบบใจกลางกรุงเทพฯคงแย่เลยเพราะคนที่นี่อยู่กับน้ำ 

...

มีทำการประมงได้ด้วย รู้สึกว่าตอนนั้นจะมีจับปลาตัวใหญ่มากๆได้ แต่ผมถ่ายไม่ทัน 

...

อุปกรณ์มีพร้อมขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าจับได้อย่างจริงจัง

ที่น่าสนใจคือเค้ามีทำกันทั้งในเมืองและในพื้นที่ห่างไกลออกไปเลย คงอุดมสมบูรณ์อยู่ 

...

สะพานไม้เรียบง่ายแบบพื้นถิ่น ตอนเดินเล่นเลยรู้สึกสนุกและได้บรรยากาศ 

...

ที่ศาลาก็ยังมีนักตกปลารายย่อยอีก 

...

ชอบสะพานนี้มากๆเลยครับ เลยพยายามหามุมที่ไม่มีติดคนที่ไปด้วย

เพราะถ้าชาวบ้านนี่โอเค ไม่แปลกปลอม

...

อาคารอะไรไม่รู้ แต่คงไม่ได้สำคัญอะไร ถ่ายเพราะฟ้าสวยและมุมเป็นแบบที่ชอบ 

...

ศาลเจ้าครับผม อันนี้ไม่ได้แวะแต่แค่เดินผ่าน 

...

เหมืินไม่เกี่ยวอะไร แต่ก็ชอบอะ กราฟฟิคสีแดงเด่นดี 

...

ศาลเจ้าอีกสักนิด 

...

เดินไปเรื่อยๆก็ถึงชุมชนบ้านไม้เก่าๆล่ะ 

...

จะเรียกว่าโทรมก็ได้มั้งเพราะดูโทรมๆกว่าย่านเมืองเก่าเขตในของกรุงเทพฯ

แต่บรรยกาศนี่ดีไม่แพ้กันเลย เพราะยังมีความมีชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม 

...

แสงที่กระทบวัสดุไม้แบบนี้ ดูยังไงก็สวยเนอะ 

...

จะว่าไปที่นี่ก็ยังรกๆแหละนะ เพราะชาวบ้านเค้าอยู่กันจริงๆไม่ใช่ที่ท่องเที่ยว 

...

ขนาดเอาผ้ามาตากที่ราวสะพานเลยแฮะ 

...

มองย้อนกลับมา ก็จะเห็นภาพรวมของพื้นที่ที่ผมเดินผ่านมา แอบรกใช่ไหมล่ะ 

ด้านขวาของภาพที่เป็นตึกใหญ่ๆนั่นคือโรงเรียนประถมล่ะ 

...

เด็กๆมีโบกมือทักทายด้วย น่ารักดี แถมเพื่อนๆผมมีตะโกนทักทายตอบอีก

พอดีกล้องผมซูมได้แค่นี้อะนะ แต่ก็ได้เก็บความรู้สึกดีๆกลับไปแล้ว 

จะว่าไปผมลืมบอกไปเลยว่า ตั้งแต่กลุ่มพวกผมได้เข้ามาที่นี่

ชาวเมืองเค้าจะมองพวกผมเป็นคนต่างถิ่นจริงๆ บางคนนี่มองย้อนหลังเลย

ทำให้ได้ความรู้สึกของคนต่างจังหวัดในถิ่นที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเลยแฮะ 

...

เดินกลับมาที่ฝั่งเดิมกันต่อ แต่คราวนี้ลัดเลาะมาดูอีกด้านของบ้านไม้ 

...

เนื่องจากเดินดูอย่างรีบๆและไม่ได้คุยกับชาวบ้าน เลยไม่รู้ว่าเค้าอยู่กันยังไง

ดังนั้นดูภาพกันเอาเองละกันเนอะ ผมก็รู้เท่าที่เห็นแหละครับ 

...

มีปลาอยู่สองตัวในอ่างใบหนึ่ง ปลาอะไรหนอ 

...

มีแมวเดินมาด้วย (เริ่มไม่รู้จะอธิบายอะไร เพราะช่วงหลังถ่ายเล่นซะเยอะ) 

...

ปิดท้ายด้วยภาพที่ให้เห็นการใช้สอยจริงๆ ไม่มีเฟค 

ถ้าผมไม่ได้เรียนถาัปัตก็คงรู้สึกว่าทำไมรกจัง

แต่พอเรียนๆไปอาจารย์บางคนเค้าก็ทำให้เราสามารถชอบอาคารเก่าๆโทรมๆกับความรกได้แฮะ

เพราะมันคือความมีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ปรุงแต่งขึ้นมาเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากการท่องเที่ยว 

...

ผมชอบที่ตัวละครในการ์ตูนเรื่องหนึ่งบอกว่า ของบางอย่างไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไร สักวันมันจะมีคุณค่าเอง

และผมก็รู้สึกว่าการที่หนองจอกเป็นแบบนี้ได้เพราะมันไกลจากตัวเมืองกรุงเทพฯจริงๆ

ถ้าแก้ปัญหาเรื่องความยากจนของพื้นที่ได้โดยที่ไม่ไปเปลี่ยนอะไรมากนักก็คงดีนะ

อย่างน้อยคนที่นี่ก็ยังน่ารักกันอยู่ครับ

...

เดี๋ยวตอนหน้าจะพาไปดูอะไรไว้ลองเดาเล่นๆกันก่อนก็ได้เนอะ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สุดยอดอ่ะ อยากมีเวลาไปเดินดูแบบนี้บ้างจั๋ง คงจะได้อะไรดีๆเพิ่มอีกเยอะแน่ๆเลย cry

ปล. 2.30m นั่นคิดว่าน่าจะเป็นระดับสูงสุดของน้ำที่เคยท่วมแถวนั้นนะขอรับ

#1 By Mr.Mad on 2008-01-23 19:19

เ็ป็นแหล่งชุมชนจริงๆแฮะ
ชอบเรือนไม้แบบนี้อะ
ดูมีชีวิต ไม่เหมือนกับปูน
แต่เดี๋ยวนี้ไม้ชักแพงsad smile

คลองยังจับปลาได้ด้วย!
ดีชะมัด

2.30ไม่ใช่ความสูงได้เสาแดงๆเรอะ?

ภาพสุดท้ายรกจิงๆ
แต่ประโยชน์ใช้สอยเต็มๆ
คนเราที่ไหนก็เป็นเนอะ
ชอบเก็บของที่เผื่อจะใช้ไว้้confused smile

#2 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-01-23 22:07

ชุดนี้ถ่ายสวยมากครับ ชอบมากๆเลย รอดูชุดหน้านะครับ

#3 By q on 2008-01-24 01:41

ภาพสุดท้าย คล้ายๆชื่อหนัง ... รกจัง confused smile

#4 By A-leX on 2008-01-24 14:42