India in Bangkok #4 พาหุรัดในสายฝน
posted on 19 Feb 2008 19:12 by cocon in PHOTOS-DomesticsIndia in Bangkok Chapter 4
พาหุรัดในสายฝน
ประสบการณ์ที่น่าจดจำ กับบรรยากาศแห่งฝน
...
หลังจากที่ได้กินอาหารอินเดียอย่างเอร็ดอร่อย (ซึ่งไว้มาดูกันตอนหน้า)
ก็ได้เวลาที่จะออกมาเดินเที่ยวชมย่านพาหุรัดกันแล้ว
แต่ยังไม่ทันออกจากซอยก็ชะงักกันแล้ว
เพราะว่าฝนมันเริ่มตกแล้วน่ะสิ
...
แต่มีสิ่งหนึ่งที่แปลกกว่าทั่วไป นั่นก็คือ การที่มีแดดในช่วงฝนตกยังไงละครับ
ซึ่งมันทำให้เป็นโอกาสอันดีที่สามารถถ่ายภาพช่วงฝนตกได้โดยไม่ต้องกลัวแสงไม่พอ
จะต้องระวังมากหน่อยก็คืออย่าให้เลนส์กล้องโดนฝนก็แล้วกัน
ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มเดินทางเที่ยวชมพาหุรัดในสายฝนกับผมดีกว่าครับ
...
เริ่มต้นด้วย แสงที่ปลายทางของซอย
เดี๋ยวนี้ผมชอบตึกเก่าๆมากเลย ถ่ายแล้วมันดูมีชีวิตอย่างบอกไม่ถูก
...
ผมก็พยายามถ่ายรูปจากใต้ชายคาแหละครับ เลยสามารถถ่ายรูปตอนฝนตกได้
ฟ้าครึ้มแบบนี้สีสวยดีจัง ผมเป็นคนชอบฟ้าครึ้มฝนด้วยแหละ
...
ยิ่งมีแสงทองเรืองๆสาดส่องเข้ามา ทำให้เห็นฝนเป็นประกาย
ในความหม่นของฉากหลัง ทำให้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าดูคมชัดมากขึ้น
(ผมชอบสีหมวกกันน็อกจังเลยแฮะ แสงเงาทำให้ดูมันวาวสุดๆ)
...
ย้อนกลับมาถ่ายรูปป้ายร้าน
เอ๊ะ คุมองมาได้ยังไง
...
หลังจากที่พบว่าควรเดินต่อไปแล้ว คณะเดินทางก็ได้ย่างก้าวต่อไป
ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเดินไปที่ไหน แต่สักพักก็ลัดเลาะเข้าซอย
ตึกเก่าๆในสายฝนนี่เป็นอะไรที่สวยซึ้งจริงๆ
ยิ่งเป็นวันที่ฝนตกพร้อมกับมีแดดแล้ว ทำให้บรรยากาศดูพิเศษกว่าเคย
...
เดินไปสักพัก เหลือบไปมองด้านขวา เงยหน้าขึ้นไป ก็เห็นสิ่งที่ชวนตะลึง
วัดซิกข์ครับ โดมสีทองเหลืองอร่ามกลางฟ้าครึ้ม
น่าเสียดายที่เงยกล้องถ่ายกลางถนนไม่ได้ เพราะเดี๋ยวกล้องจะพัง เลยถ่ายมาได้แค่นี้
แต่พอเอามาดูอีกที การที่อาคารมันซ่อนตัวอยู่แบบนี้ก็ดูน่าค้นหาไปอีกแบบ
...
บรรยากาศข้างทางครับ ตอนนี้เริ่มถ่ายรูปยากแล้วเพราะแสงไม่ค่อยพอ
แถมยังต้องรีบเดินไปตามกลุ่มอีก ดังนั้นเลยถ่ายได้ไม่ค่อยมาก
...
หลังจากนั้นก็เดินลัดเลาะเข้าไปในส่วนที่คงเป็นตลาดขายของ
เพราะมีสินค้าอินเดียๆเยอะมาก สีสันฉูดฉาดอร่ามตา
แต่เมื่อเดินถึงตรงที่เป็นทางออก ก็พบว่าจากฝนพรำกลายเป็นพายุแล้ว
ฝนตกแรงแค่ไหนลองดูจากภาพนี้ได้
...
มีพระพุทธรูปอยู้่ตรงนี้ด้วยแฮะ ไม่รู้เกี่ยวกับการเป็นวันเที่ยวของตรุษจีนไหม
ซึ่งน่าเสียดายนะที่เป็นวันเที่ยวแต่พอเจอฝนแล้วก็ต้องหลบฝนหมด
...
แต่เมื่อมองมุมกลับ ผมว่าบรรยากาศแบบนี้หาได้ยากนะ
ผมเองก็เป็นคนชอบฝนอยู่แล้ว เจออะไรแบบนี้เลยดีใจมากกว่าคนอื่นเลยเชียว
...
อา เมื่อกี๊เพื่อนๆสังเกตเห็นอะไรที่ดูขัดแย้งกันบ้างไหม
ถ้ายังไม่ชัดเดี๋ยวผมมีรูปที่เน้นมากกว่าเดิม
วัดซิกข์สะท้อนกระจกอาคารที่มีอักษรจีน ดูเท่ไม่หยอกแฮะ
ของแบบนี้ไปอนเดียหรือจีนก็คงไม่น่าจะเจอ
ภาพนี้แหละครับที่ทำให้ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า
กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมอยู่ด้วยกันได้จริงๆ
ส่วนในแง่สังคมนั้นผมไม่รู้หรอกนะ เอาแค่ว่ามันอยู่ติดกันได้ขนาดนี้เลย
...
แวบกลับมาดูตรงนี้ คนที่อยู่ท่ามกลางสายฝนแล้วยังทำหน้าที่ตัวเองต่อไปนี่น่าทึ่งจัง
ถ้าได้เห็นกับตาจะเห็นความยากลำบากมากกว่านี้ เพราะลมพัดแรงสุดๆ
แล้วในถนนที่ไม่มีใครแล้วแต่ผมก็เห็นเธอนั่งอยู่ พลางจับของไม่ให้ปลิว
ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่อยู่แล้วหรือไม่ แต่ก็เป็นภาพที่น่าเก็บไว้จริงๆ
...
ต่อมาก็เป็นภาพสรงน้ำพระของจริง
...
น้ำไหลรินเป็นสายเลยเชียว
(ซึ่งความจริงก็มาจากท่อระบายน้ำที่ชายคา)
...
ที่เห็นภาพที่ผ่านมาเหมือนยืนถ่ายจากที่เดียว
นั่นก็เพราะว่าทุกคนค้างเต่อตรงนั้นแหละ
จะเดินไปไหนก็ไปไม่ได้ เลยได้แต่ยืนรอ ผมก็ถ่ายรูปไปเรื่อยไดังที่เห็น
แต่เมื่อเริ่มหมดมุขแล้วก็ลองเข้ามาเดินเล่นข้างในบ้าง
ลองถ่ายสินค้าในนั้นเป็นที่ระลึกสักนิด
ไปๆมาๆก็มีแค่ภาพเดียว เพราะในนั้นถ่ายลำบากอะ ฝนตกน้ำท่วม
เลยว่ากะจะหาเพื่อนมาเดินเล่นที่นี่อีกสักครั้ง
...
หลังจากนั้น อาจารย์คงทำใจแล้วว่าวันนี้คงไม่ได้เดินต่อแน่ๆ
เลยให้รถตู้มารับครับ แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องเดินไปข้างหน้าสักหน่อย
ผมเลยได้ภาพปิดท้ายเป็นภาพตึกเก่าสวยๆดูมีระดับกลางสายฝนเป็นที่ระลึก
...
ที่จริงมีเรื่องเล่าต่อจากนั้นอยู่
ก็คือ ตอนจะขึ้นรถตู้มันต้องเดินฝ่าฝนหน่อยเพราะรถจอดนอกชายคา
ผมเองมีร่มก็เลยอยากช่วยกางให้เพื่อนตอนที่เดินขึ้นรถ
แต่ด้วยความเอ๋อๆงงๆของผม ทำให้ตอนที่เพื่อนจะัก้าวขึ้นรถผมก็กะจะให้เพื่อนไม่เปียก
เลยยื่นร่มออกห่างจากตัวเองกะให้บังพอดีตอนเดินขึ้นรถ
พอดีรถมันจอดในบริเวณที่ติดกับปลายชายคา
ทำให้พอผมยื่นร่มออกไป น้ำฝนแผงใหญ่จากชายคาก็สาดใส่หลังผมทันที
และการที่ผมยืนกางร่มให้เพื่อนก็เลยทำให้ผมยิ่งเปียกหนักกว่าคนที่เดินขึ้นไปทันที
ตอนนั้นก็ได้รับรู้ถึงการกระแทกของน้ำสู่หลังตัวเองตลอดเวลากว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เปียกชุ่มไปเกือบทั้งตัวแล้ว เปียกคนเดียวด้วย
...
พอขึ้นรถมาเพื่อนคนนึงเค้าก็เอาเสื้อมาให้เปลี่ยนครับ
พอดีเพื่อนเขาพกเผื่อไว้ประจำเพราะเล่นกีฬา โชคดีจริงๆ ไม่งั้นคงเป็นหวัดไปแล้ว
ที่จริงผมเองในตอนนั้นก็ยังไม่รู้สึกว่าเปียกมาก เพราะผมก้มตลอดเลยเปียกแค่ด้านหลัง
แต่มาได้ยินตอนขึ้นรถว่าระหว่างนั้นเพื่อนๆเค้าก็ฮากันมาก
เห็นเพื่อนว่ามีอาจารย์นี่แหละที่ขำดังสุดแล้ว
ก็ไม่แปลกเนอะ เล่นยืนเปียกอยู่คนเดียว
แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกจริงๆ นับเป็นครั้งที่สองที่เจอน้ำสาดแบบนี้
(ครั้งแรกเป็นตอนที่ไปบางปู ช่วงเปิดน้ำที่สายยาง สายยางดันหลุด ผมเลยชุ่มไปด้วยน้ำเลย)
...
ผมเองมารู้สึกว่างานนี้เปียกสุดๆจริงๆก็ตอนช่วงเดินกลับบ้านนี่แหละ
เพราะถึงลำตัวด้านหน้ากับศีรษะไม่เปียกก็จริง
แต่ท่อนล่างนี่ชุ่มน้ำไปหมดเลย เปียกถึงกางเกงในด้วย
ตอนขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้านเลยรู้สึกหนักๆตัวชอบกล
และเมื่อถึงบ้านก็รีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อในทันใด
แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นทริปสั้นๆที่ผมรู้สึกสนุกมากๆอันหนึ่ง
...
แม้ว่ายังไม่ได้สัมผัสพาหุรัดอย่างจริงจัง แม้ว่าบางอย่างในนั้นเราอาจยังไม่ชิน
แต่ผมชักเริ่มหลงรักในความพิเศษของพาหุรัดเข้าแล้วสิ
ถ้ามีเวลาก็อยากไปเยือนอีกครั้งนะ แต่คงต้องหาเพื่ิอนไปด้วยเพราะไม่อยากไปคนเดียว
...
เท่านี้ก็จบการเดินทางทริปศึกษาอินเดียในกรุงเทพฯแล้ว
แต่ผมยังเหลือภาพร้านอาหารอินเดียที่อยากยกมาคุยเป็นพิเศษ ไว้เจอกันตอนหน้าครับ

[ตูน]ไตลาน:หนองตา #1 กะปอม





ส่วนเรื่องฝน ฝนแถวนั้น ก็เป็นแบบนี้ปกติหล่ะค่ะ
บทจะตก ก็ตกซะงั้น แถมส่วนใหญ่ มักจะตกแบบพายุเข้า ให้ได้เปียกมะลอกมะแลก (และลุยน้ำในสำเพ็ง)
#1 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-02-19 20:32