เรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ

ใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวห้องเรียนจำลองแห่งนี้ก็แวะเข้าไปเยี่ยมชมได้นะ

ต่อไปจะเป็นข้อความจากภูมิ เจ้าของการบ้านล่ะ

อาจจะยาวไปบ้างเพราะภูมิเริ่มพิมพ์คล่องล่ะ ถ้าไม่ไหวก็อ่านวันละนิดก็ได้ แหะๆ

...

การบ้าน 4 - เด็กใหม่ในสายตาผม

 

( ตอนที่ 1 ) เขียนเมื่อ 2008-05-26 เวลา 13.24น.

5 พฤษภาคม 2551

...

วันนี้เป็นวันที่ห้องผมจะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นอีก 15 คน ซึ่งคงทำให้ห้องเรียนแน่นขึ้นมาอีกเยอะ

แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะที่นั่งว่างๆด้านหน้าผมจะได้มีคนนั่งเสียที

...

หลังจากที่พวกเราเด็กเก่าเข้าไปนั่งตามที่ของตัวเองครบแล้ว

ผ.อ. ก็ได้พานักเรียนใหม่ทั้ง 15 คนมาแนะนำตัวเองหน้าชั้นเรียน

ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นการแนะนำตัวเหมือนปกติทั่วไป

แต่พอ ผ.อ. บอกว่าพวกเขาจะมาเฉลยสิ่งที่วางไว้หน้า ร.ร. ทุกคนก็ฮือฮา

ก็สมควรอยู่หรอก เพราะช่วงสัปดาห์ก่อนนี้มีของแปลกๆมาวางไว้มากมาย

และดูเหมือนหลายๆคนก็ได้ข้องเกี่ยวกับของเหล่านั้นด้วย

ผมก็คนนึงล่ะที่ได้เห็นและหยิบจับของที่วางอยู่ตรงนั้น

แต่จะเป็นอะไรบ้างก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะมันก็นานแล้ว ชักลืม

...

หลังจากนั้นไม่นาน นักเรียนคนแรกก็ได้แนะนำตัว

คนแรกมีชื่อเล่นว่า ธร คนนี้ตัวเล็กๆหน้าใสเหมือนเด็กเลยแฮะ

ดูเงียบๆเรียบร้อยแบบนี้ เหล่าคุณครูคงเอ็นดูแน่ๆเลย

แต่คงไม่ใช่แค่คุณครู เพราะผมเห็นสาวๆบางคนก็เริ่มมองด้วยสายตาที่เอ็นดูยิ่งกว่า ดูอบอุ่นดีจัง

ธร เฉลยว่าแม่เขาได้วางชุดมาสคอตเพนกวินเอาไว้ นึกไม่ออกแฮะ สงสัยเราคงไม่ได้เจอ

...

ต่อมาก็คือคนที่ชื่อว่า กีกี้ คนนี้ดูภาพภายนอกเหมือนพวกห้าวๆ

ด้วยทรงผมเม่นและเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่ติดกระดุมเม็ดบนจนเห็นเสื้อกล้ามด้านใน

แต่ท่าทางของเขาดูอ่อนโยนติดกับภาพภายนอกมากๆ

เท่าที่เขาแนะนำตัว เขาจะชอบเกี่ยวกับเรื่องแมลงมาก ดูท่าเป็นคนที่มีอารมณ์สบายๆแฮะ

แต่ไม่รู้ทำไมสัญชาติญาณของผมมันทำให้รู้สึกว่านายหงิมๆคนนี้เหมือนมีสัตว์ร้ายแฝงอยู่ข้างใน

สงสัยคิดไปเองมั้ง ไว้ดูต่อไปก่อนดีกว่าแล้วกัน เราไม่ควรคิดแง่ร้ายก่อนนี่นะ

ของที่แม่เขาวางไว้คือดัมเบลสีแดง อะไรกัน ของที่ผมไม่เห็นอีกแล้ว

...

คนต่อมาเป็นผู้หญิงบ้างล่ะ คนนี้ชื่อ ปลา ดูเรียบๆ เป็นเด็กเรียนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง

ในความธรรมดานั้น แต่เธอก็มีความพิเศษตรงที่ว่าเธอมีความสามารถในเรื่องพยาบาลด้วย

ผมเลยลองจินตนาการเธอในชุดพยาบาลสาว อืม เข้าแฮะ แต่แอบคิดว่าชุดคุณหมอคงจะเข้ากว่า

นอกจากนี้ พอดูการพูดจาของเธอ ก็เลยเห็นว่าเธอเป็นคนที่สังเกตในรายละเอียดได้ดี

แบบนี้น่าจะทำงานสำคัญๆของห้องได้ดี แต่เธอก็พูดว่าเธอชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่า

เป็นสาวปิดทองหลังพระอีกคนแฮะ แบบนี้ก็น่าคบดีนะแม้เราไม่รู้จะเริ่มคุยกับสาวแนวนี้ยังไง

เธอบอกว่าแม่ของเธอวางลูกสุนัขไว้ อันนี้ผมก็ไม่เห็นเหมือนกันอะ (เริ่มน้อยใจ)

...

คนต่อมาเป็นสาวสูงเพรียวที่ดูน่าเกรงขามทีเดียว ตอนแรกนึกว่าตำรวจหญิงเข้ามาเรียนหนังสือด้วยซ้ำ

เธอคนนี้ชื่อ พู่ ซึ่งมาจากคำว่าพู่กัน แต่เธอเน้นย้ำว่าความจริงเธอก็ไม่ได้เก่งศิลปะดั่งชื่อเท่าไหร่หรอก

เธอเป็นคนที่ดูห้าวๆและเงียบๆ เหมือนจะเป็นคนที่คุยยากคนหนึ่งเลยแหละ

ได้แต่แอบหวังว่าสักวันเธอจะมีรอยยิ้มที่สดใสบ้าง คงจะมีสักวันนะ

อ้อ เธอแต่งตัวเรียบร้อยมากผิดกับหลายๆคนในห้องเลย

ดูท่าจะเป็นพันธมิตรกับครูฝ่ายปกครองได้เป็นอย่างดี

สำหรับสิ่งที่เธอวางไว้คือสุนัขเช่นกัน แต่คราวนี้เป็นตุ๊กตาสุนัขสูงราวสองเมตร

ใหญ่ขนาดๆนั้นเธอเอามาวางได้ยังไงเนี่ย หรือบ้านเธอมีเครนส่วนตัว

แต่...แต่... ผมก็ไม่เห็นอีกแล้วง่า นี่ไปซุกที่ไหนกัน ผมก็อยากมีส่วนร่วมนะ T-T

...

ต่อมาเป็นสาวน้อยที่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนทีวีช่อง9

เธอชื่อ โคลเวอร์ ซึ่งชื่อก็ดูเหมาะกับเธอดี

ผมเริ่มแอบคิดในใจว่าเธอจะแปลงร่างเป็นฮีโร่สาวน้อยได้ไหม

ด้วยท่าทางที่บ้องแบ๊วแบบนี้ เธออาจจะเป็นเป้าหมายของสัตว์ร้ายที่จะมาขย้ำกินได้ ระวังตัวให้ดีนะ

แต่ผมก็เชื่อว่าคนแบบนี้คงมีคนอยากปกป้องอยู่แล้วล่ะ แม้จะพอๆกับคนที่อยากแกล้งก็ตาม

ยังไงผมก็คงจะดูอยู่ห่างๆ เผื่อถ้าใครแกล้งเกินเลยผมก็คงต้องไปปรามๆหน่อยล่ะ

ยังไงก็ตาม มาฟังก่อนดีกว่าว่าเธอวางอะไรไว้

...ไมค์กับลำโพง...

ผมไม่เห็นอีกแล้ว

ระหว่างนี้ก็เริ่มมีเสียงฮือฮา เพราะหลายคนที่โดนเข้าก็เริ่มโวยวายไม่ก็ขำๆ

ทำให้ผมยิ่งน้อยใจ ว่าทำไมมีแค่ผมที่จนป่านนี้ยังไม่มีอะไรที่ผมเคยเห็นเลย

แต่ผมว่าผมมีเห็นของบางอย่างที่หน้าโรงเรียนนี่แหละ คงจะเป็นคนหลังๆละมั้ง

...

ต่ิอมาเป็นคนที่ดูเด็กมากๆ แต่คราวนี้เป็นเด็กจริงๆแฮะ เห็นว่าเรียนข้ามชั้น

น้องคนนี้ชื่อว่า ต้นไม้ ดูเด็กๆทั้งภายนอกและภายใน

แล้วก็ยังดูมีท่าทางที่ไร้เดียงสา และท่าทางที่ดูจะขี้งอนง่าย แต่ก็ตามวัยแหละนะ

อย่างไรก็ตามการที่มาเรียนระดับ ม ปลายได้แสดงว่าต้องเก่งเกินตัวทีเดียว

นอกจากนี้น้องเขาแนะนำตัวว่าเขาสนใจเรื่องรูบิกมากด้วย

ตอนแรกผมก็สงสัยอยู่ว่ามันคืออะไร พอน้องเขาหยิบขึ้นมาให้เพื่อนๆดู

ก็เลยรู้ว่าลูกบาศก์หลากสีที่บิดได้นี่เองที่เขาเรียกว่ารูบิก

เห็นแล้วก็ดูน่าเล่นนะ อยากลองขอยืมเล่นบ้างสักครั้งจัง

แต่ขอแค่อันนี้นะ โน๊ตบุคที่น้องเอามานี่ผมคงไม่กล้า

ไม่รู้น้องเขาพกเครื่องไฟฟ้าติดตัวได้ยังไง เก่งจัง

แล้วพอน้องเขาจะบอกว่าเขาได้วางอะไรไว้ที่หน้าโรงเรียน ผมก็หูผึ่งรีบฟังทันที

ปรากฏว่าเป็นรูบิกที่เขาถือนี่แหละ

ผมได้เห็นลูกบาศก์นี้เป็นครั้งแรก งั้นเท่ากับว่า ... ผมไม่ได้เห็นตอนนั้น

ไม่ไหวล่ะ อยากไปนั่งซึมที่มุมห้องเสียจริง

...

แต่ก่อนที่ผมจะทำหน้าเศร้ามากกว่านี้ ผมก็สังเกตเห็นว่าฟ้าหันมาจ้องผมที่ทำหน้าแบบนั้นอยู่

ผมรีบตีสีหน้าปกติเพื่อกลบเกลื่อน จะให้รู้ได้ยังไงว่าผมน้อยใจกับแค่เรื่องแบบนี้

แต่ในใจลึกๆ...ก็น้อยใจง่ะ

...

รู้สึกว่าผมนอกเรื่องไปกับอารมณ์ส่วนตัวมากไปหน่อย ก่อนที่จะออกทะเลไปไกล ฟังคนต่อไปดีกว่า

คราวนี้มาเป็นนักเรียนต่างชาติเลยหรอเนี่ย ผมทองตาฟ้า ดูเหมือนภาพเทวดาตามกล่องขนมเลย

คนนี้มีชื่อหลายท่อนมากมายชวนสับสน แต่ที่น่าจะเป็นชื่อที่เราจะใช้กัน คงเป็น คีริล

แต่ต่อไปพวกเราคงจะเรียกว่า คี เพราะน่ารักและเรียกได้ง่ายกว่า

เพื่อนคนนี้ระหว่างที่แนะนำตัว ผมก็เหมือนเห็นแมวน้ำตัวเล็กๆเต้นระบำอยู่หลังฉาก

ผมคงตาฝาดไปมั้ง หรือจะหูฝาดด้วยเพราะได้ยินเสียงแมวน้พร้องเพลงคลออยู่

กลับมาสนใจเนื้อหาที่เขาพูดอีกครั้ง เขาบอกว่าเขามีความสนใจเรื่องดนตรีคลาสสิกด้วย

เชื่อว่าต่อไปเขาจะมองเพื่อนๆแล้วเห็นเพลงคลออยู่ในตัวแต่ละคน

เหมือนกับที่ผมมองเขาแล้วได้ยินเสียงเปียโนไปด้วย

คราวนี้หวังว่าจะเป็นของที่ผมเห็นแล้วนะ ถ้าใช่นี่ผมขอไปตีซี้เลยนะเนี่ย

เอ้า ลุ้น...

"หูแมว"

อ๊ะ หูนี่หมายถึงไอ้ของที่เอาไว้ใส่หัวใช่มะ

เฮ้ย อันนี้ผมได้เห็น ผมได้ใส่ด้วย เฮ

แต่เอ๊ะ ตอนที่ผมถอดออกมาผมเห็นว่าเป็นหูหมีนี่นา

แต่ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่ผมเจอมันตกบนพื้นผมก็เห็นเป็นหูแมวนี่นา

ช่างมัน เอาเป็นว่านี่เป็นอันแรกที่ผมเห็น ผมได้เล่น และผมจำได้

ขอสาบานว่าจะพยายามเป็นเพื่อนกับนายคนนี้ให้ได้เลย

...

พอเริ่มได้มีส่วนร่วม ผมก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้น มาฟังต่อไปดีกว่าว่าต่อไปจะมีอีกไหม

คนต่อไปดูเป็นสาวเกษตรกรรมมาก เธอชื่อ บูม

เธอมาพร้อมกับสับปะรด ดังนั้นเชื่อว่าของที่เธอวางไว้ต้องเป็นสับปะรดแน่ๆ

ผมร้สึกดีใจอย่างต่อเนื่อง เพราะผมก็เห็นสับปะรดเช่นกัน แม้จะเห็นพร้อมเพื่อนๆคนอื่น

ตอนนั้นผมได้คุยกับเพื่อนที่เจอกันหน้าโรงเรียน ซึ่งเราก็ได้มาคุยกันเกี่ยวกับสับปะรดตรงหน้า

จะว่าไปตอนนั้นก็ได้เห็นต้นน้ำพยายามเล่นมุขอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสับปะรดด้วย

แต่ก็แป๊กในทันที บรรยากาศเงียบกริบ30วินาที

ผมรู้สึกสงสารเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง แล้วก็ต้อนเพื่อนๆขึ้นห้องเรียน

อ๊ะ คุยแต่เรื่องสับปะรดจนลืมทำความรู้จักกับบูมที่พูดอยู่ข้างหน้าเลย

เธอดูสมเป็นเด็กเกษตรกร คือดูแข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส พร้อมลุยทุกสถานการณ์

ดูเป็นคนแบบนี้ท่าทางจะเข้ากับเพื่อนๆไำด้ดีเลยล่ะ

...

ต่อมาเป็นหนุ่มหน้าสวยแถมผอมบางและผิวขาว ดูๆไปก็ยังกับผู้หญิง คนนี้ชื่อ ภัทร

ดูเป็นคนที่มีโลกส่วนตัว ด้วยลักษณะการพูดที่ทำให้แอบรู้สึกว่าอย่าล้ำเส้นถ้าเขาไม่ต้องการ

เห็นเค้าบอกว่าเขามักสามารถเห็นอนาคตได้ด้วย ไม่รู้จะจริงหรือไม่ อยู่ไปเดี๋ยวก็คงรู้เนอะ

แต่บางทีเขาอาจจะไม่บอกสิ่งที่เราได้เห็นก็ได้ ดูเป็นคนเงียบขนาดนั้นท่าจะเริ่มคุยได้ยากแฮะ

เห็นว่าเขาเอากบซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของเขามาวางล่ะ

แล้วเห็นเขาบอกว่ากบของเขาเกือบตายเพราะนักเรียนคนหนึ่ง

สงสัยโรงเรียนเราึคงอันตรายเกินกว่าที่จะเอาสัตว์เล็กๆมาวางไ้ว้นะ

...

...

ตอนนี้ผมชักปวดตาแล้วอะ สำหรับคนที่ปกติไม่เคยเล่นคอมเลย พิมพ์ขนาดนี้ก็จะอ้วกแล้ว

ดังนั้นผมเลยขอคุณอาเอามาแปะเท่านี้ก่อน แล้วเดี๋ยวคืนนี้ผมจะมาเขียนเพิ่มครับ

ที่จริงเอามาให้อ่านเท่านี้ก่อน เพื่อนๆจะได้ทยอยกันอ่านด้วยไงล่ะ

แล้วถ้าผมมาเขียนเพิ่มเมื่อไหร่ผมจะมาบอกที่ห้องส่งการบ้านครับ แต่เขียนเพิ่มต่อในที่นี่แหละครับ

(การบ้าน4ของภูมิยังไม่จบ อ่านตอนที่2ได้ที่นี่ --> ภูมิ : การบ้านที่4 - เด็กใหม่ในสายตาผม(2)

 

ป.ล. คุณอาช่วยเอาภาพถ่ายเพื่อนๆมาแปะไว้ด้วย

เพื่อเพื่อนๆจะได้ไม่กระอักกับข้อความจนเกินไป

เห็นว่าจะทำภาพครบทุกคนไว้สำหรับให้เพื่อนๆได้หยิบใช้กันด้วย

ยังไงก็รอก่อนนะครับ พอดีคุณอายุ่งน่ะครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โธ่ภูมิ อย่าเพิ่งน้อยใจ อย่างน้อยก็ได้เห็นสับปะรด 555+

#1 By *Zeda on 2008-05-26 13:43

เห?

ภูมิคิดกับโคลเวอร์อย่างนี้หรอเนี่ย?



ว่างๆ ช่วยมาเป็นบอดี้การ์ดให้เค้าหน่อยนะ

เค้ากลัว...ปี...ศาจ...ไม้...กลอง//เสียงเบาลงเรื่อยๆ// sad smile
ภูมิทำการบ้านแล้ว...
ไชโย...........

#3 By Thai-Cubic on 2008-05-26 14:17

ภูมิแอบเหมือนหมีขี้น้อยใจเลยงับconfused smile

มุมมองในแบบหมีน้อยก็น่ารักดีนะงับ^^

#4 By Ruii on 2008-05-26 15:01

Great perspective, great homework. confused smile

#5 By Kyril on 2008-05-26 15:18

เราคุยเก่งนะภูมิ ไม่ต้องกังวลไป

ภูมิขึ้น้อยใจจัง

#6 By แมวหน้าแว่น on 2008-05-26 15:26

ภูมิน้อยใจหรอเนี่ย อย่าห่วงๆ เราเจอมาน้อยกว่านายเยอะ
open-mounthed smile ภูมิแอบน้อยใจ

#8 By [ i ]Rin on 2008-05-26 17:59

ตัวออกจะโต ดันขี้ใจน้อยquestion

#9 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-05-26 18:15

sad smile อืม.... เห็นข้อต่างแตกต่างระหว่างเด็กใต้กำแพง กับเด็กใต้เสาแล้วสิเนอะ เจ้าลูกช้างงี้เป็นรุ่นทนแดดทนลมทนฝนทั้งข้างนอกข้างในเลย

จะรออ่านที่เหลือต่อเวลาหมีภูมิหายเมาคอมแล้วน่อ confused smile

#10 By Saixmedrik on 2008-05-26 18:43

ภูมิใจน้อยแอบน้อยใจ ปล่อยเอาไว้~ เพื่อนๆจะเป็นห่วง sad smile

#11 By Zairen_Bibliophobia on 2008-05-26 18:57

ภูมิขี้น้อยใจ...เพิ่งรู้นะเนี่ย...
แล้วชั้นล่าาาา~!!!
ชิชิชิชิชิชิชิชชิชิชิช~!!!

เค้างอนแล้วนะซะมี~!!


question

#13 By Madam ทรามไว ♥~ on 2008-05-26 22:02

^
^
log in ผิดอันอีกแล้ว แม่งเอ๊ย~!!

#14 By Madam ทรามไว ♥~ on 2008-05-26 22:02

55+หูแมวกลายเป้นหูหมี

ยัยโคตกเป็นเหยื่อสินะ55+

#15 By [veho on 2008-05-26 22:13

งืม มองโลกในแง่ดีแฮะ

รออ่านของไอรีสนะจ๊ะ !!!
พู่ : *จิ้มๆ* ฉันยิ้มยากนิดหน่อยเองน้า~ แต่เรื่องมีเครนส่วนตัวหรือเปล่า... คงต้องไปถามม๊าฉันเองแล้วแหละsad smile

#17 By Lina on 2008-06-04 21:25