ภูมิ : การบ้านที่4 - เด็กใหม่ในสายตาผม(2)
posted on 04 Jun 2008 18:02 by cocon in CUBIC-Bhumeเรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ
ใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวห้องเรียนจำลองแห่งนี้ก็แวะเข้าไปเยี่ยมชมได้นะ
ต่อไปจะเป็นข้อความจากภูมิ เจ้าของการบ้านล่ะ
อาจจะยาวไปบ้างเพราะภูมิเริ่มพิมพ์คล่องล่ะ ถ้าไม่ไหวก็อ่านวันละนิดก็ได้ แหะๆ
...
การบ้าน 4 - เด็กใหม่ในสายตาผม (2)
( ตอนที่ 2 ) เขียนเมื่อ 2008-06-04 เวลา 19.24น.
ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 ตามดูได้ที่นี่ครับ ภูมิ : การบ้านที่4 - เด็กใหม่ในสายตาผม
สวัสดีครับ ขอโทษทีที่เว้นช่วงไปนานนะครับ พอดีคุณอาเขาไม่ว่างน่ะ
ตอนนี้ขอมาเล่าต่อนะครับ เอ ถึงใครแล้วหว่า
รู้ล่ะ คนนี้เป็นฝรั่งอีกคนแล้วครับ แต่คราวนี้เป็นผู้หญิง ชื่อ ไอริส
ดวงตาของเธอสีดูหม่นๆ ตาดูเศร้าๆ ถ้ามองเธอตอนยืนนิ่งๆก็คงดูเหมือนเด็กที่มีปัญหาชีวิต
แต่พอเธอเริ่มพูดร่ายยาวเกี่ยวกับของที่เธอวางไว้แล้ว เธอก็ดูร่าเริงทันที
ดูๆไปแล้วเหมือนพิธีกรสาวรายการยามเช้าอะไรสักอย่างเลยแหละ
ของที่เธอวางไว้คือแบ๊งค์พัน และดูท่าทางหลายคนจะดูลนลานและโวยวายระหว่างที่เธอพูด
แต่ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอันนี้ผมไม่ได้เห็นนี่นา
จะว่าไป เธอคนนี้สังเกตเพื่อนๆ ได้ละเอียดมาก แถมบอกทุกอย่างที่เธอรู้ด้วย
แม้ว่าดูเหมือนเป็นนักแฉ แต่ก็ดูเป็นคนเปิดเผยดี ท่าทีร่าเริงแบบนี้คงน่าจะคุยง่ายนะ
เหมือนจะเป็นคุณหนูแต่ดูแก่นๆแบบนี้น่าจะเป็นคนที่สร้างความสนุกสนานทีเดียว
...
ต่อมา เป็นคนที่เหมือนไม่ได้สนใจโลกทางนี้แล้ว
เขานิ่ง หน้านิ่ง สักพักหนึ่งหลังจากที่เขายืนนิ่งสักพัก เหมือนกับประมวลคำพูดที่จะพูดออกมา
เขาก็เริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แนะนำตัวว่าเขาชื่อ วิ
เขาบอกว่าสิ่งที่เขาวางไว้คือกล่องกระดาษสีดำ พิมพ์ลายคิตตี้สีม่วง
แล้วก็มีกระจกอยู่ข้างในด้วย มีอะไรอีกนะ ... ผมพยายามฟัง
...
..
.
อ้าว! เปลี่ยนคนพูดแล้วเรอะ
(ตอนนี้คนต่อไปมายืนเตรียมพูดแล้ว)
ผมไม่รู้ว่าผมหมดสติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับผมกลมๆของไอรินด้วย
สงสัยเพราะเสียงเรียบๆที่ไร้ชีวิตแบบนั้นทำให้เราเบลอละมั้ง
แย่ล่ะ ไม่รู้ว่าเขาได้แนะนำตัวอะไรอีก ไว้ต่อไปคงต้องหาโอกาสไปทำความรู้จักหน่อย
อย่างน้อยมันก็ยังคาใจ...ว่าทำไมต้องคิตติ้
...
มาดูคนที่กำลังแนะนำตัวตอนนี้ดีกว่า เขาบอกว่าเขาชื่อ สุน
เป็นผู้ชายที่ให้บรรยากาศที่แปลกๆ จะว่าเป็นผู้ชายที่หน้าสวยก็ไม่ใช่ เขาเป็นอะไรนะ...
"...เป็นเกย์จ๊ะ"
...
สาบานได้ว่านี่ไม่ใช่เสียงจากในใจผม งั้นนี่ก็เป็นเสียงเจ้าตัวนี่นา
หลังจากนั้นก็มีเสียงฮือฮาเล็กน้อย คงเพราะที่ผ่านมาก็มีคนแปลกๆมามากพอแล้ว
อีกอย่างหนึ่งสมัยนี้คนก็ดูจะยอมรับอะไรแบบนี้มากขึ้นละมั้ง ผมเองก็ไม่ได้คิดมากอะไร ไงก็เพื่อนกัน
ยิ่งพอได้ฟังเสป็กของหมอนี่แล้วก็สบายใจ ก็มันตรงข้ามกับตัวผมโดยสิ้นเชิง งั้นก็สบายๆ
นอกจากนี้ เขาก็ดูเป็นคนที่ดูเปิดเผย พูดจาดี กล้าแสดงออก คนที่บุคลิกดีแบบนี้ใครๆก็คงชอบแหละ
สำหรับของที่เขาวางไว้คือตุ๊กตามาริลีนมอนโร ที่แม่เขาหยิบไปวางและสำรวจเพื่อนๆ
อันนี้ผมเองก็ไม่เห็น อยากรู้จังว่ามาริลีนหน้าตาเป็นยังไงเหมือนกัน
...
ถัดจากคนนี้ เป็นคนที่เหมือนมีพลังแผ่ซ่านออกมาจากในตัวเป็นสีส้ม
เอ๊ะ หรือผมตาฝาดไป (โคค่อน : สงสัยจะเป็นอาการสัมผัสพิเศษของสัตว์)
มองอีกที ผมก็พบผู้หญิงที่ดูแรงหลุดโลกยืนอยู่เบื้องหน้า
ผมเห็นสีส้มที่ริมฝีปากของเธอ มันเป็นสีเดียวกับออร่าที่ผมเห็นเมื่อตะกี๊
มันมีความหมายอะไรหรือเปล่านะ ผมเริ่มขนลุกขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อสายตาเธอมองมา
เธอแนะนำตัวด้วยท่าทางที่เฉิดฉายและเสียงดังฉะฉาน ด้วยชื่อฝรั่งที่ยาวเหยียดจนผมจับใจความไม่ได้
ดีที่เธอแนะนำอีกทีว่าเรียกสั้นๆว่า แพท ก็ได้
เธอดูเป็นคนต่างชาติทั้งเนื้อนอกแหละเนื้อใน ดูหลุดจากเพื่อนๆทุกคนในห้องนี้
และมีกิริยาท่าทางที่เหมือนสามารถเผาพลาญโลกใบนี้ได้ถ้าเธออยากทำ
การที่ผู้หญิงแสดงท่าทางเปิดเผยรุนแรงและโหวกเหวกแบบนี้คงขัดกับเมืองไทยน่าดู
แต่ถึงยังไงเธอก็ดูเป็นคนเปิดเผยดี ไม่สิ เป็นคนที่คิดอะไรก็พูดออกมาหมดเลยมากกว่า
ระหว่างนั้นเธอก็ได้เล่าว่า สิ่งที่เธอได้วางไว้คือ หนังสือนวลนาง ลิมิตเต็ด อะไรสักอย่าง
นึกออกล่ะ หนังสือเล่มนั้นนี่เอง! ผมก็เห็นนะ (แอบหน้าแดงนิดนึงโดยไม่รู้ตัว)
แต่เอ๊ะ...ทำไมเธอพูดถึงคุณอาโคค่อน ...ผมฟังสักพักแล้วพบสิ่งที่ไม่ใช่
ผมลุกพรวดขึ้นมาแล้วพูดออกมาเสียงดังว่า
"เฮ้ย ไม่ใช่คุณอาโคค่อนนะ ตอนนั้นผมหมายถึงคุณอาโคกคูนต่างหาก เป็นอาอีกคน"
"อย่าเข้าใจผิดนะ คุณอาโคค่อนเค้าซื้อยี่ห้ออื่นต่างหาก เอ้ย!" (เผลอพูดไปแล้วสิ อาจะว่าไหมเนี่ย)
ระหว่างที่เพื่อนๆกำลังหัวเราะกันกับท่าทีของผม ผมรู้สึกได้ถึงรังสีบางอย่างอีกครั้ง
ผมมองไปที่ต้นกำเนิดรังสี แล้วก็พบว่า แพท กำลังมองผมด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ราวจะงาบผมได้
ผมรีบก้มหน้าและนั่งลงอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้สึกได้ถึงภัยอันตราย
เป็นผู้หญิงที่ดูแรงจริงๆ ผมแอบคิดว่าถ้าเธอลดความแรงลงมาอีกหน่อยเราคงจะคุยกันได้ง่ายขึ้นนะ
...
ต่อมา เป็นผู้ชายที่ให้ความรู้สึกตรงข้ามกับแพทอย่างสิ้นเชิง เขาเงียบ และดูเยือกเย็น
เขาแนะนำตัวว่าเขาชื่อ สตาร์
ในขณะที่สาวคนก่อนได้เปิดเผยทุกอย่างที่อยู่ในหัวเธอด้วยท่าทีมั่นใจจนหลายคนแอบผวา
แต่หมอนี่กลับเหมือนพยายามปกปิดอะไรบงอย่างอยู่ภายใน เขามีอะไรอยู่ในใจนะ
เขาพูดน้อยมาก และดูไม่ค่อยถนัดในการพูดหน้าชั้นด้วย ผมเองก็พยายามลุ้นให้เขาพูดสำเร็จอยู่
จะว่าไป ระหว่างที่เขาพูดเขาก็มีเปรียบเปรยกับการ์ตูนต่างๆอยู่เรื่อยๆ เป็นแง่มุมที่น่ารักดีนะ
อ๊ะ พอพูดถึงการ์ตูนมากขึ้นเขาก็ชักจะพูดคล่องขึ้น และสีหน้าดีขึ้น
แต่สักพักเขาก็ชะงัก และเปลี่ยนเรื่องเป็นการพูดแบบปกติทันที
ผมเดาว่าเขาอาจกังวลว่าเพื่อนๆจะไม่ชอบที่เขาเป็นคนสงสัยการ์ตูนมากไปไหม
ซึ่งผมก็อยากบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลย คนที่ชอบการ์ตูนในห้องก็มีนะ กล้าๆหน่อยสิ
ต่อมาเขาก็มาพูดเรื่องของที่วางไว้หน้าโรงเรียน
พอเขาบอกว่าเป็นกล่องที่มีฉลากติดไว้ว่า "ห้ามเปิด" ผมก็ร้องอ๋อในใจทันที อันนี้ผมเห็น
เพราะตอนนั้นผมก็ได้ลองเขย่ากล่องอยู่และหมุนหารูเพื่อดูของข้างใน แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
ผมรอลุ้นว่าเขาจะเฉลยว่าเป็นอะไร แต่ท่าทางเขาคงเบลอๆแล้วเลยจบการแนะนำตัวโดยที่ยังไม่เฉลย
ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากหาโอกาสถามว่าสิ่งอยู่ในนั้นคืออะไร
(โคค่อน : ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร รอการบ้าน4ของนายสตาร์อยู่ครับ)
...
หลังจากที่แนะนำตัวกันมานาน ในทีุ่สุดก็ถึงคนสุดท้ายเสียที
ท่าทางเพื่อนๆทุกคนก็เริ่มเหนื่อยล้ากันแล้ว เพราะแค่การแนะนำตัวแต่ละคนนี่ก็ปาไปครึ่งคาบแล้ว
บางคนก็ตั้งใจฟังเพื่อลุ้นว่าตัวเองโดนอะไรกันมาบ้าง และเพื่อนคนไหนเป็นต้นตอ
บางคนที่ไม่ได้สนใจอะไรก็เริ่มแสดงท่าทีเบื่อและหงุดหงิดออกมาบ้างแล้ว
แต่จะว่าไป คนที่ดูหงุดหงิดมากที่สุดคงเป็นคนที่ยืนรอพูดเป็นคนสุดท้ายนี่แหละ
คนนี้แหละครับ หน้าดูหงุดหงิดจริงๆ
เขาเดินมาที่กลางห้องด้วยท่าทางที่นักเลงสุดๆ แนะนำตัวเองว่าชื่อ วินด์
จะว่าไป ผมรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเจออยู่ ออ คนที่กำลังหาห้องอยู่แถวระเบียงนี่เอง
ที่เราจะชวนพาไปที่ห้องด้วยกันแล้วยังต่อต้านจนเราต้องหิ้วตัวไปที่ห้องนี่นะ
รู้สึกมีรังสีอำมหิตด้วย ไปโกรธใครมาก็ไม่รู้(โคค่อน : ภูมิไม่รู้ตัวจริงๆ)
สักพักหนึ่ง ก็มีนกสีเหลืองบินจากที่ไหนก็ไม่รู้มาเกาะเขา น่ารักดีแฮะ
รู้ล่ะ ตอนนั้นเขากำลังหานกอยู่ละมั้ง รู้สึกผิดแฮะที่ลากเขาเข้าห้องโดยไม่สนว่าเขาหานกอยู่
หลังจากนั้นเขาก็แนะนำตัวไปเรื่อยๆ และก็ไม่แปลกใจเลยว่าของที่เขาเอามาวางต้องเป็นนกแน่ๆ
ผมจำนกตัวนั้นได้เพราะผมก็ได้เห็นที่หน้าโรงเรียนเหมือนกัน ตอนแรกนี่ตัวสั่นอยู่เลย
แต่พอเราเอามืออุ้มมันแล้วลูบๆมันก็ดูมีความสุขดีแฮะ ตอนนั้นมันน่ารักมาก
อยากเล่นด้วยอีกจัง แต่ตอนนี้มันอยู่ไกลมากเลยแฮะ
...
ผมคิดไม่ทันไร นกเหลืองตัวนี้ก็เริ่มป่วนเจ้าของด้วยการบินโฉบไปในห้อง แวะไปเกาะคนนู้นคนนี้
จนในที่สุดมันก็มาเกาะใกล้ๆผม...ผมของเย้เยน่ะ
สงสัยมันต้องคิดว่าเป็นรังชั้นเยี่ยมแน่ๆเลย แต่ดูท่าเจ้าของรังนี้ก็ไม่พอใจอยู่แฮะ
อย่างไรก็ตาม นกมันก็มองมาที่ผม ผมก็เลยเล่นตอบอย่างเอ็นดู น่ารักจริงๆแหละ
แต่พอนกบินเล่นสักพัก มันก็บินกลับไปที่เจ้าของที่อารมณ์บูดสุดขีดแล้ว
ตอนแรกผมก็คิดว่านกต้องโดนเขาว๊ากใส่แน่ๆ
แต่กลับกลายเป็นว่าวินด์มีสีหน้าที่อบอุ่นขึ้น และทำท่าอบรมเหมือนเป็นพ่อมากกว่า
มีแง่มุมที่น่ารักกับเขาด้วยหรอเนี่ย แต่เป็นแค่กับนกอย่างนี้เพื่อนคนอื่นก็แย่สิครับ
ไม่เป็นไร พวกเรายังต้องอยู่กันอีกนาน หลายๆอย่างคงพัฒนากันได้
...
เท่านี้ผมก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ครบทุกคนแล้ว อยากรู้จักมากกว่านี้จัง
ต้องหาโอกาสไปทำความรู้จักกันต่อไปแหละครับ
...
...
ในที่สุดผมก็เขียนการบ้าน 4 เสร็จสักที
สำหรับการบ้านต่อไปของผมก็ยังไม่รู้จะได้เอามาส่งตอนไหน
เพราะตอนนี้คุณอาก็มีภารกิจมากมายแล้ว ดูเหนื่อยล้าและเครียดทีเดียว
แต่อาก็บอกว่าจะพยายามมาแวะเวียนให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ครับ
ผมว่าคุณอาคงรักโรงเรียนนี้มากๆเลย เพราะเคยบอกว่าอารู้สึกดีเวลาที่ได้มาอยู่ที่นี่
ผมเองก็ชอบโรงเรียนนี้และอยากอยู่ร่วมกับเพื่อนๆต่อไปครับ

ส่วนการบ้านอื่นเราว่านายรีบๆทำก็ดีนะ
เพื่อนอยากอ่านของนายมาก รวมทั้งเราด้วย
แต่เราก็เข้าใจนายแหละ
นายอยากทำเดี๋ยวนายก็ทำเอง
ฝากบอกอานายด้วยว่า
อย่าเครียดมากนะ
ดีใจที่เป็นเพื่อนกับนาย
ขอบใจว่ะเพื่อนรัก
#1 By Thai-Cubic on 2008-06-04 19:42