เที่ยวสมุทรสาคร ตอนที่4

ท่าฉลอม (1)

เพียงแค่ข้ามฝั่ง บรรยากาศก็สงบลงไปอีกแบบ

...

วันนี้เราจะข้ามไปฝั่งท่าฉลอมตามที่ผมได้เกริ่นนำในคราวก่อน

ไปโดยขึ้นเรือข้ามฝั่งจากท่าเรือในตอนก่อน

มีคนขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นเรือหลายคันอยู่ แปลกตาดีสำหรับผมแต่คนที่นี่คงชินแล้ว

นี่แหละเนอะข้อดีของเรือแบบนี้(ลองดูภาพที่ตอนก่อนดู)

...

พอข้ามฝั่งมาก็เป็นบรรยากาศในอีกแบบครับ ดูเป็นเมืองที่เล็กลงมาอีกหน่อย

ออกจากท่าเรือฝั่งท่าฉลอมก็เป็นถนนแบบนี้เลย

บรรยากาศก็เรียบง่ายน่ารักขึ้น ผมเองก็ไม่รู้ว่าสองฝั่งต่างกันยังไง ก็ได้แต่รู้สึกไปเอง

...

วันนี้วัดจีนอะไรสักอย่าง จำชื่อไม่ได้แฮะ แต่ทรงแปลกดี

สีดูสะอาดมากๆสงสัยพึ่งทาสีใหม่ไม่นานมานี้

...

ที่ไปอ่านเจอมาว่าฝั่งนี้มีชาวมอญด้วยนี่จริงแฮะ ดูการแต่งตัวแต่งหน้าก็พอรู้ได้

...

ตรอกซอยที่เรียบๆ เรียบง่าย ส่วนวัดที่อยู่ไกลๆรู้สึกจะเป็นคนละฝั่งจากที่นี่นะ

...

แถวนี้มีแต่อาคารสูงไม่เกินสองชั้น แถมฝั่งนี้ฟ้าใสอีก ผลคือร้อนโคตรแต่ฟ้าสวย

...

อาคารไม้ปริศนาไม่ทราบฟังก์ชั่น ใครรู้จักช่วยเล่าที

...

แต่อันนี้รู้อยู่แล้วว่าวัด ตอนนี้ฟ้าใสมาก วัดเลยเปล่งประกาย

...

ถ่ายรูปอาคารไม้คู่กับวัดและฟ้าใส หรือมันจะเป็นอาคารกลุ่มเดียวกันนะ

...

ที่จริงแล้วที่พวกผมเดินลึกเข้ามาในฝั่งท่าฉลอม เพราะจะหาสถานีรถไฟที่จะไปแม่กลองน่ะ

ไม่ได้จะนั่งรถไฟไปต่อ แต่อยากไปดูสถานีรถไฟของที่นี่น่ะครับ

ก็เดินเข้าตามแนวถนนมาเรื่อยๆจนเริ่มไม่แน่ใจ เลยถามลุงคนท้องถิ่น

ลุงอัธยาศัยดีมากเลย ก็บอกว่าเดินไปตามแนวขอบคอนกรีตริมน้ำไปเรื่อยๆก็ถึง

(จะว่าไปตั้งแต่มามหาชัยเนี่ย คนที่นี่ก็ดูอัธยาศัยดีจริงๆแหละ

ถึงยังไม่รู้ว่าทั้งหมดจะเป็นอย่างไร แต่มันก็ทำให้เป็นความประทับใจอีกอย่างแล้วล่ะ)

...

ตอนนี้พวกผมก็เดินตามทางริมน้ำล่ะ ร้อนสุดๆเพราะไม่มีร่มเงาเลย

แต่ก็ยังมีมุมน่าสนใจให้เก็ยภาพมาได้เรื่อยๆ

เช่นอันนี้ เดาสิครับว่าคืออะไร

ตรงนี้ไม่ใช่สะพานข้ามไปอีกฝั่งนะ แต่คงเป็นที่ยื่นไปเพื่อให้เรือมาเทียบมั้ง

(ย้ำว่ามั้ง ผมได้แต่เห็นภาพแต่ไม่รู้การใช้งานจริง)

ส่วนไม้กลางภาพก็ไม่รู้มีไว้ทำไม จะกันไม่ให้รถเข้ารึ?

...

มาดูอีกมุมให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

...

บ้าน(แพ)ริมน้ำ เหมือนกับกำลังคุยกับวัดฝั่งตรงข้ามอยู่เลย เคียงกันๆ

...

เดินมาได้สักพักก็ย้อนกลับมาถ่ายรูแวัดอีกครั้ง

เน้นย้ำความฟ้าใส ที่เน้นย้ำความร้อนแดดที่พวกผมเผชิญอยู่

...

อ๊ะ เจอป้ายที่บอกทางไปสถานีรถไฟแล้วล่ะ

แต่เพื่อนผมคนนึงเค้าก็ยังเดินต่อไปตามทางริมน้ำ สงสัยคงจะมีอะไรอีก งั้นเดินตามโลด

...

มีโครงสร้างไม้ที่ยื่นเข้าไปในน้ำอีกแล้ว

แต่คราวนี้ปลายทางมันมีอาคารด้วยแฮะ บังเอิญหรือเนี่ย

...

พูดมาตั้งนานว่าเป็นโครงสร้างคอนกรีตที่เป็นขอบน้ำ

คราวนี้ให้เห็นกันชัดๆล่ะว่าเป็นยังไง

...

เดินไปได้สักพัก ดูท่าจะไม่มีอะไรแล้ว ก็เลยบอกว่าผ่านสถานีรถไฟแล้วนี่นา

ดูท่าเพื่อนเค้าคงคิดว่ามีต่อก็เลยยังเดินไปอยู่ ผมรู้ทันเลยหยุดแล้วรอเพื่อนเดินกลับมา

ระหว่างนั้นก็ถ่ายย้อนหลังไปยังด้านที่เดินมา

...

แต่ผมไม่เสียใจเลยที่เดินเลยมาหน่อย เพราะทำให้ตอนเดินย้อนกลับได้ภาพนี้มา

ดูเหมือนจะเป็นก้อนหินที่ผมเผลอเตะจนเจ็บนิ้วเท้าไปเลย (เพราะผมใส่รองเท้าแตะ)

แต่ด้วยตำแหน่งที่ดูเหมาะสม และผมก็อยากถ่ายภาพมาโครอีก ก็เลยเล็งถ่ายมา

ให้เพื่อนๆเป็นคนประกอบฉากหลัง และให้้เห็นกันไปเลยว่า ร้อนครับตอนนี้

...

หลังจากนั้นพวกผมก็จะไปยังสถานีรถไฟตรงที่ผมถ่ายรูปไว้

ซึ่งที่นั่นก็มีบรรยากาศที่พิเศษไปอีกแบบ ไว้รอติดตามต่อไปครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม
แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก
ออกทะเลจะหาปลามาฝาก...

ภาพสุดท้ายได้ใจจริง
เหมือนก้อนหินจะบอกว่า รอผมด้วยครับ

...
เค้าเรียกว่าภาพสื่ออารมณ์
...confused smile

เยี่ยมจริงๆครับ

#1 By Thai-Cubic on 2008-07-14 20:39

ภาพฟ้าสวยจริงๆครับbig smile
แดดร้อน...แต่ฟ้าใส ภาพสวยbig smile
- -
ไอ้ไม้นั่นคงเขาไว้แยกขาเข้า-ขาออกรึเปล่านะ

#3 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-07-14 21:46

บรรยากาศและชีวิตที่งดงาม

#4 By -o- Jotakun -o- on 2008-07-14 22:24

โอ๊ะโอ..ฟ้าใส..เมรุสวย sad smile

#5 By A-leX on 2008-07-15 10:37

ชอบรูปฟ้าใสจัง
แต่จากประสบการณ์ไปเที่ยวสุโขทัยมา
ฟ้าใสๆ มาพร้อมกับแดดที่ร๊อน ร้อน sad smile
ดีจังเลยนะคะที่ได้ไปเที่ยวบ่อยๆแบบนี้
ไว้เดี๋ยวจะต้องตามอ่านตอนก่อนๆ confused smile

#6 By chenlee on 2008-07-15 18:05

คุณหลอกผม !!!open-mounthed smile

#7 By TOON on 2008-07-16 00:21