ภูมิ : การบ้านที่11 - เมื่อที่หนึ่งเจอกับที่หนึ่ง(2)
posted on 18 Jul 2008 00:06 by cocon in CUBIC-Bhumeเรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ
ใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวห้องเรียนจำลองแห่งนี้ก็แวะเข้าไปเยี่ยมชมได้นะ
ต่อไปจะเป็นเรื่องราวจากภูมิครับ
...
การบ้าน 11 - เมื่อที่หนึ่งเจอกับที่หนึ่ง
(ตอนที่2) (ตอนจบ)
...
ชั่วโมงเรียนว่ายน้ำคราวนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้วสำหรับนักเรียนห้อง4/1
หลังจากที่ ลี่ลี่ ผู้ซึ่งมีภาพลักษณ์อ่อนหวานแบบคุณหนู
ได้แสดงความสามารถในการว่ายน้ำจนทุกคนอึ้งไปหมาดๆ
แม้แต่ผมซึ่งว่ายน้ำเป็นปกติอยู่แล้วก็ยังแอบทึ่งกับเธอจริงๆ
ทึ่งเพราะเป็นเธอนั่นแหละ!
...
ภูมิ : ลี่ลี่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำเก่าหรือเนี่ย
ลี่ลี่ : อื้ม ใช่แล้วจ๊ะภูมิ ว่าแต่รู้ได้ยังไงหรอ
(ภูมิหันไปมองรอบๆแล้วเห็นเพื่อนๆยังนิ่งอึ้งเพราะรู้ว่าเป็นลี่ลี่)
ภูมิ : เอ่อ ไม่รู้ก็แปลกแล้วล่ะ แต่ลี่ลี่ว่ายเร็วมากเลยนะเนี่ย
ลี่ลี่ : ก็ไม่เท่าภูมิหรอก รู้ไหมว่าตอนที่ภูมิว่ายน่ะ คนอื่นเขาอึ้งมากกว่านี้อีกนะ
ภูมิ : เอ๋ งั้นหรอ ไม่รู้ตัวเลยแฮะ
ลี่ลี่ : ไม่แปลกหรอกนะ ก็พอมาถึงที่นี่ ใจของภูมิก็อยู่กับสระแล้วนี่นา
ภูมิ : ง่ะ
ลี่ลี่ : แต่เพราะภูมิแหละ ทำให้ลี่ลี่อดไม่ได้ที่จะว่ายบ้าง ความรู้สึกเก่าๆมันกลับมาเลย
หลังจากนั้น ลี่ลี่ ก็ว่ายไปที่บันไดสระที่ใกล้ที่สุด แล้วก็ขึ้นจากสระ
เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอชัดๆ ปกติผมจะคิดว่าลี่ลี่น่าจะเป็นคนที่หุ่นบอบบางด้วยซ้ำ
แต่เธอกลับมีหุ่นที่ดูแข็งแรงเหมือนนักกีฬา มีแขนที่ใหญ่กว่าที่คิด แต่ก็ไม่ล่ำจนเกินไป
และพอลี่ลี่รวบผมเก็บไว้ที่หมวกว่ายน้ำ ทำให้เห็นคอยาวระหงรับกับโครงหน้า
แล้วก็...
ลี่ลี่ : ทำไมมองลี่ลี่อย่างนั้นน่ะ
ตอนนี้ลี่ลี่กำลังนั่งอยู่ที่ขอบสระใกล้ๆผม มองผมมาด้วยสายตาสงสัย
ภูมิ : อ๊ะ! ขอโทษๆ
ผมคงเผลอมองนานไปหน่อย แต่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆนะ
เอ๊ะ แต่ทำไมมีเสียงโห่ฮาจากฝั่งตรงข้าม ที่แท้ก็เพราะเพื่อนๆกำลังแซวผมที่จ้องลี่ลี่นี่นะ
แถมยังจงใจให้ผมอยู่กับลี่ลี่แค่สองคนอีก เฮ้ย แค่คุยกันเรื่องว่ายน้ำเองนะ
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะแก้ตัวพวกนั้น ลี่ลี่ก็เรียกผมอีกรอบ
ลี่ลี่ : ภูมิจ๊ะ
ภูมิ : เอ๋ มีอะไรหรอ?
ผมหันไปที่เธอ เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเคย
แต่เแล้วเธอก็พูดในสิ่งที่ขัดกับหน้าตอนนั้นมาก
ลี่ลี่ : มาว่ายน้ำแข่งกันไหม
ภูมิ : หา ... เอาจริงง่ะ
ลี่ลี่ : เอาจริงสิ เมื่อตะกี๊นี้เราว่ายคนละช่วงเวลานี่นา ไม่ลองหน่อยหรอ
ผมยังไม่ทันจะตัดสินใจเลย เพื่อนๆที่เหมือนรอจังหวะอยู่แล้วก็พร้อมใจกันตะโกน
“เอาเลยๆ แข่งเลยๆ”
ผมหันไปที่ลี่ลี่อีกรอบ เธอยิ้มหวานกว่าเดิม แต่ทำไมผมรู้สึกสยองนิดๆแฮะ
ก็แน่สิ อย่างลี่ลี่ถึงจะว่ายแพ้ก็แค่เสมอตัวเพราะเป็นผู้หญิง
ถ้าผมแพ้ลี่ลี่เนี่ยสิ สงสัยคงเป็นที่กล่าวขานไปอีกนานเลย
นี่คือความท้าทายครั้งแรกของผมตั้งแต่อยู่โรงเรียนนี้มาสินะ
...
เอาวุ้ย! เป็นไงเป็นกัน!
...
ตอนนี้คาบเรียนว่ายน้ำครั้งแรกกลายเป็นการแข่งว่ายน้ำไปซะแล้ว
ผมกับลี่ลี่กำลังยืนอยู่ที่ลู่ของแต่ละคน จะว่าไปโรงเรียนทำสนามไว้ให้แข่งได้จริงๆแฮะ
เพื่อนๆที่ตอนแรกเล่นน้ำกันอยู่ ก็ขึ้นฝั่งกันหมดแล้ว และกำลังทำตัวเป็นผู้ชมกันหมด
ลี่ลี่บอกว่าเพื่อให้เท่าเทียมกัน เลยให้ผมว่ายท่าฟรีสไตล์จะได้ไม่เปลืองแรง
ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันต่างกันตรงไหนเพราะว่ายได้หมด แต่เอาตามนั้นแล้วกัน
...
เนื่องจากกระทันหันเลยไม่มีใครเตรียมปืนมายิงเพื่อให้สัญญาณเริ่มแข่ง
(ซึ่งก็ดีแล้ว ผมเองก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาเด็กนักเรียนยิงกันที่โรงเรียนลูกบาศก์เท่าไหร่)
ก็เลยให้ใครสักคนมาเป็นคนตะโกนเป็นการให้สัญญาณแทน
ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร เพราะเมื่ออยู่กับน้ำและกับการแข่งขัน สมาธิของผมจะอยู่ที่สระเท่านั้น
รู้แค่ว่าพอได้ยินเสียงสัญญาณสักอย่าง ผมก็จะต้องพุ่งตัวออกไปทันที
...
..
.
"ปัง!"
เสียงใครสักคนพูดเลียนแบบเสียงปืน ขำดีแฮะ แต่ไม่สนแล้วล่ะ
ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องทำคือต้องว่ายให้เร็วที่สุด
ถ้านี่เป็นการว่ายแบบสนุกๆกับสาวที่ว่ายแบบไม่จริงจังอะไร ผมก็คงต่อให้นะ
แต่นี่เป็นถึงอดีตนักกีฬาว่ายน้ำที่มีความเร็วไม่ธรรมดา ถ้าผมอ่อนให้ผมอาจแพ้ได้
คราวนี้เป็นการแข่งแบบไปกลับรอบเดียว ผมจึงออกแรงสุดกำลัง
ระหว่างที่ว่ายไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกเหมือนนี่คือสนามแข่งจริงๆ
และผมก็รู้สึกได้ว่าลี่ลี่ก็ว่าเร็วติดๆกับผมเลยจนไม่รู้ว่าตอนนี้ใครนำกันแน่
จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้ว่ายแบบเต็มที่ขนาดนี้มานานแล้ว
มันส์แฮะ!!!
ตอนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างแล้ว ขอว่ายให้เต็มเหนี่ยวหน่อยเถอะ
...
พอเป็นท่าฟรีสไตล์ผมเลยได้เห็นขอบสระด้านข้างทั้งสองฝั่ง
เพื่อนๆยืนอยู่ล้อมรอบสระและส่งเสียงโหวกเหวกเสมือนอาคารแข่งขนาดใหญ่
ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้ว ยิ่งมองผ่านแว่นว่ายน้ำก็ทำให้ภาพมืดลงหน่อยด้วย
แต่เอ๊ะ ทำไมรู้สึกมีอะไรแปลกๆที่ฝั่งหนึ่ง
เหมือนมีอะไรที่กำลังดึงสายตาเราอยู่
พูดถึงเรื่องดึงสายตา ... หรือว่า...
...
ช่วงวินาทีนั้น อยู่ๆผมก็เห็น...ฟ้าเหมือนฝัน ที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ
แม้ว่าเธอก็ใส่หมวกเก็บผมเหมือนกัน แต่สิ่งเดิมที่ทำให้ผมรู้สึกโดนดึงเข้าหา...คือ...
...
...
"โป๊ก!"
...
..
.
วินาทีถัดไป ทุกอย่างหยุดนิ่งทันที
เพราะตอนนี้ ผมซึ่งมัวแต่สนใจกับแววตาหลุมดำของฟ้า เลยว่ายจนชนขอบสระไปเลย
ส่วนลี่ลี่ที่ว่ายมาพร้อมๆกัน พอเห็นผมว่ายชนสระก็ตกใจและหยุดว่ายต่อเช่นกัน
การแข่งขันสิ้นสุดลงด้วยความทึ่มของผมนี่เอง
...
...
หลังการแข่งขัน- มื้อเที่ยง
ตอนนี้ผมอยู่ในสภาพที่เอ๋อสุดขีด เพราะสถานการณ์งี่เง่าเมื่อคาบพละในช่วงเช้าที่ผ่านมา
และในขณะเดียวกันเพื่อนๆคนอื่นก็ไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าผมเลย
แต่ผมแอบได้ยินนะ ว่าพวกเขาพูดว่าเห็นหน้าผมตอนนี้แล้วกลัวผมจะอาละวาดถ้าไปจี้จุดเข้า
ไม่จริงๆ ผมไม่ได้คิดจะอาละวาดใครจริงๆนะ ผมแค่ยังไม่ต้องการให้ใครเข้ามาตอกย้ำเท่านั้นเอง
(หรือความรู้สึกแบบที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้หน้าผมไม่รับแขกนะ นึกภาพไม่ออกจริงๆ)
...
หลังจากที่ออกแรงว่ายน้ำมามากแล้ว ทำให้ผมรู้สึกหิวมากกว่าวันอื่นๆ
ผมสั่งข้าวรวดเดียวสามจานมากองไว้ตรงหน้า แล้วซัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนั้น...ผมก็ดันเห็นลี่ลี่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ
ลี่ลี่ก็ดูสง่านุ่มนวลอย่างเช่นเคย เธอทานอาหารด้วยกิริยามารยาทที่งดงาม ผิดกับผมที่กระซวกเอาๆ
ซึ่งมันก็ไม่แปลกอยู่แล้วที่ผู้หญิงจะกินเรียบร้อย แต่ลี่ลี่นั้นเป็นกรณีที่เรียบร้อยเหนือคนทั่วไป
เธอทานจานแรกเสร็จก็วางช้อนส้อมอย่างมีระเบียบ แล้วก็ลุกขึ้นไปสั่งจานที่สอง
ไม่แปลกแหละ ไม่ว่าใครถ้าว่ายน้ำมาขนาดนั้นก็ย่อมหิวเป็นธรรมดา
...
ในขณะที่ผมกำลังเคี้ยงตุ้ยๆจานที่สอง ลี่ลี่ก็หยิบอาหารจานที่สองมานั่งทานต่อ
และพอตอนที่ผมเริ่มสั่งข้าวจานที่สาม ลี่ลี่ก็ลุกขึ้นไปสั่งอาหารล่วงหน้าแล้วมาทานต่อ
เฮ้ย จานที่สามเรอะ ผู้หญิงนะเนี่ย ผู้หญิงอย่างลี่ลี่ด้วย
ทั้งๆที่ตอนแรกผมทานด้วยความหิว แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเหมือนตอนนี้ไฟการแข่งขันลุกขึ้นมา
พอผมกินเสร็จผมก็ลุกพรวดขึ้นไปสั่งอาหารจานที่สี่ต่อเช่นกัน
ผมรอแม่ครัวทำอาหารอย่างร้อนรน ซึ่งดูแม่ครัวก็ร้อนรนไปด้วย หรือเพราะเห็นท่าทีจากผมนะ
ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ผมถึงเป็นคนบ้าแข่งขันขึ้นมาได้ เพราะลี่ลี่งั้นหรอเนี่ย
...
เอาล่ะ จานที่สี่มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมคว้าจานแล้วรีบไปนั่งทานต่อทันที
ในขณะเดียวกัน ตาก็จ้องเขม็งไปที่ลี่ลี่ซึ่งกำลังบรรจงทานจานที่สามอยู่
เหมือนลี่ลี่จะเริ่มรู้ตัวว่าผมกำลังจ้องเธออยู่
เธอ...ยิ้มให้
เฮ้ย ทั้งๆที่ผมกำลังกินอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะใครก็ไม่รู้
ทำไมเธอถึงดูใจเย็นขนาดนั้น (ก็แน่สิ ตอนนี้ผมกำลังแข่งข้างเดียวนี่นา)
ระหว่างนั้น เธอก็ลุกขึ้นไปสั่งจานถัดไป
จานที่สี่!!!
เฮ้ย อาหารที่ไปมันหายไปได้หรือไง!
ดูจากหุ่นภายนอกแล้วดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลยว่าจะกินได้ขนาดนั้น
ผมซึ่งมองไปจ้วงอาหารเข้าปากไป ในที่สุดก็หมดจานที่สี่แล้ว
แต่ตอนนี้ผมรู้สึกแน่นท้องมากเลย คงเพราะรีบกินจนเคี้ยวไม่ละเอียดแน่ๆ
ถึงยังไงผมก็เชื่อว่าลี่ลี่คงจบที่จานที่สี่เช่นเดียวกับผมแน่ๆ
เธอ...ทานด้วยความเร็วที่คงเดิม
งามสง่าจนผมสงสัยว่าเธอทานเข้าไปอย่างหน้าตาเฉยได้ยังไง
และในที่สุด เธอก็วางช้อนส้อมลง
เธอลุกขึ้นพร้อมกับเพื่อนๆด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ... จบซะทีสินะ
ผมก็ลุกขึ้นมาบ้างอย่างทุลักทุเล เพื่อเตรียมขึ้นห้องเรียนเช่นกัน ก็นี่จะบ่ายโมงแล้ว
แต่แล้ว ผมก็เห็นลี่ลี่แยกตัวออกมาจากเพื่อนๆ แล้วพูดว่า
ลี่ลี่ : "เดี๋ยวขอเวลาแป็บนึงนะ"
ผม...กำลังกลัวว่าที่สิ่งที่ผมกลัวอยู่จะเป็นความจริง
...
ลี่ลี่ : ขอไปซื้อไอศกรีมหน่อยนะจ๊ะ
ใจของภูมิ :
ลี่ลี่ : รู้สึกว่าแค่คุ๊กกี้กับน้ำชาที่ห้องจะยังไม่พอสำหรับวันนี้
...
..
.
ใจของภูมิ :
อ๊าก~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
...
...
แม้แต่เรื่องอาหารก็ยังแพ้ลี่ลี่หรอเนี่ย ผมรู้สึกช็อคไปเลย
ทำเอาตอนบ่ายวันนั้นผมแทบไม่เป็นอันเรียน
...
หลังเลิกเรียน- ตอนเย็น
พอเลิกเรียน ผมยังนั่งนิ่งที่ห้องเรียนอีกสักพัก แล้วมาคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา
ผมรู้สึกแย่ที่วันนี้ทำไมผมอยู่ในโหมดบ้าได้ขนาดนี้
แล้วทำไมผมจะต้องไปจ้องแข่งกับลี่ลี่ด้วยนะ ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย
สงสัยผมต้องกลับไปทบทวนตัวเองใหม่แล้วแฮะ ดีที่เป็นวันศุกร์เลยมีเวลาเยอะหน่อย
แต่ไม่ทันจะลุกออกจากที่นั่ง คนที่ป่วนความเชื่อมั่นของผมโดยไม่รู้ตัวก็โผล่อยู่ตรงหน้า
ลี่ลี่...อีกแล้ว
ลี่ลี่ : ยังไม่กลับอีกหรอภูมิ
ภูมิ : อืม
ลี่ลี่ : วันนี้สนุกมากเลย ไว้คราวหน้าเรามาลองแข่งกันอีกนะ คราวนี้อย่าเหม่ออีกน้า
ภูมิ : ...ยังไงลี่ลี่ก็ชนะอยู่แล้วล่ะ
ลี่ลี่ : เอ๋
ภูมิ : ก็วันนี้ลี่ลี่ชนะเราไปเต็มๆแล้วนี่นา
ลี่ลี่ : เอ๊ะ เรื่องว่ายน้ำเราไม่นับนี่
ภูมิ : ไม่ใช่เรื่องว่ายน้ำ!
ลี่ลี่ : เอ๋ ... แล้วอะไรล่ะ
เหวอ ผมเผลอหลุดปากไปแล้ว ทำยังไงดีเนี่ย
ลี่ลี่ : ภูมิหมายถึงอะไรหรอ
ภูมิ : ไม่มีอะไรๆ กลับกันเถอะ
ผมพยายามตัดบทแล้วรีบยัดหนังสือลงกระเป๋าเพื่อเตรียมลุกขึ้นไป
ลี่ลี่ : ต้องมีอะไรแน่ๆเลย
ภูมิ : ไม่มีจริงๆน่า
ลี่ลี่ : แล้วทำไมวันนี้ภูมิต้องทำหน้าดุใส่ลี่ลี่ด้วยล่ะ
ภูมิ :
เอ๋ นี่เธอฝังใจเรื่องนี้อยู่หรอ
ในขณะที่ผมคิดแต่เรื่องตัวเองทั้งวัน แต่ผมไม่คิดเลยว่าผมก็ทำร้ายจิตใจคนอื่นไปโดยไม่รู้ตัว
...
ภูมิ : ขอโทษนะ เราไม่ได้โกรธอะไรลี่ลี่เลยนะ จริงๆ
ลี่ลี่ : แล้วมีอะไรรึเปล่า บอกมาตรงๆก็ได้ ลี่ลี่ไม่อยากให้มันค้างคาจนถึงวันจันทร์
ภูมิ : เอ่อ... คือ
ลี่ลี่ : บอกมาเถอะ นะๆ
ภูมิ : คือ ลี่ลี่กินข้าวเยอะมาเลย ถึงกินข้าวสี่จานเท่ากัน แต่ลี่ลี่ยังกินขนมได้อีก เราแพ้ขาดเลย
ลี่ลี่ : ...
โถ่ แค่นี่เองหรอ
ภูมิ : ใช่แล้วล่ะ ... ง่า ทำหน้าแบบนั้นทำไม เราคงดูงี่เง่ามากเลยสินะ
ลี่ลี่ : ไม่นะๆ น่ารักดีออก พูดตรงๆฉันก็พึ่งเคยเห็นภูมิมีแรงฮึดแบบนี้เหมือนกัน
แอบภูมิใจนิดๆนะเนี่ย ที่ทำให้ภูมิที่ดูเรื่อยๆอยากแข่งขันขึ้นมาได้
ภูมิ : ง่า ลี่ลี่
ลี่ลี่ : แต่รู้ไหม ว่าที่จริงแล้วภูมิก็มีเรื่องนึงที่ชนะลี่ลี่อยู่นะ
ภูมิ : เอ๋ อะไรหรอ
...
ผมแปลกใจว่าคนอย่างลี่ลี่ยังมีอะไรที่ผมชนะด้วยหรอ
ผมเลยตั้งใจฟังเป็นพิเศษ
ลี่ลี่ : เรื่องนี้อย่าบอกใครนะ ฉันอายอะ
ภูมิ : สัญญาๆ อะไรหรอ
ลี่ลี่ : ...ความจริงแล้ว ฉันเองมีพุงเล็กๆอยู่ด้วยล่ะ
ภูมิ : หา! ไม่รู้เลยจริงๆนะเนี่ย ลี่ลี่หุ่นก็ดีออก
ลี่ลี่ : ก็โชคดีน่ะสิ ที่ไม่มีใครรู้ มันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่อยากให้ใครรู้หรอกนะ
ภูมิ : อ่า...
ลี่ลี่ : แต่ภูมิเนี่ย ถึงดูภายนอกจะเหมือนหมีที่น่าจะมีพุงแน่ๆ แต่ความจริงแล้วภูมิก็ไม่มีพุงเลย แบบนี้ดีออก
ภูมิ : เอ๋... เฮ้ย! ลี่ลี่อยากมี Six Packs หรอ
ลี่ลี่ : ภูมิบ้า! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ! ฉันแค่หมายถึงเอาพุงออกต่างหาก
ภูมิ : ตกใจหมดเลย ฮ่าๆๆ
หลังจากที่ผมรู้สึกเหนื่อยล้ากับตัวเองทั้งวัน ในที่สุดผมก็ผ่อนคลายลงแล้วหัวเราะได้
ลี่้ลี่เป็นคนดีจังเลยแฮะ เหมือนที่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันหมดว่าดูเป็นคุณหนูแต่ไม่หยิ่ง
...
พอคุยกันเสร็จ ผมก็พึ่งรู้สึกตัวว่าตอนนี้ในห้องเรียนเหลือแค่ผมกับลี่ลี่แล้ว
พวกเราเลยหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาด้วยกัน
ตอนนี้เพื่อนๆกำลังเล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน
ถึงวันนี้ผมจะพลาดไปก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอารมณ์เล่นอยู่แล้ว
ระหว่างนั้น พวกที่เล่นบอลก็ตะโกนขึ้นมา
" เฮ้ย ภูมิจะมาเล่นบอลสักหน่อยมั้ย"
ผมซึ่งวันนี้เหนื่อย(ใจ)ไปแล้ว ถึงโล่งขึ้นมาก็ขอพักสักวันหน่อย เลยส่ายหน้าไป
แต่พวกนั้นก็คงดูออกมั้งว่าผมโอเคขึ้นแล้ว หรือผมเป็นพวกเก็บสีหน้าไม่ได้นะ
ส่วนลี่ลี่ที่อยู่กับผมอยู่ตอนนี้เธอก็เห็นรถที่จอดรอเธออยู่แล้ว เธอเลยอำลาผมแล้วเดินไปที่รถ
และแล้วก็จบไปอีกวันสินะ
...
เอ๊ะ ยังแฮะ
เมื่อตะกี๊นี้ผมบังเอิญเห็นสายตาของไผ่ที่มองมาทางผมกับลี่ลี่ระหว่างเล่นบอลอยู่
การที่ผมนั่งเรียนในตำแหน่งที่เห็นทั้งสองคน ยังไงก็รู้สึกได้ว่าไผ่นั้นแอบหลงรักลี่ลี่อยู่เงียบๆ
ผมเองก็กลัวว่าไผ่จะเข้าใจผิด เก็บไปคิดน้อยใจเอาเอง ผมเลยเข้าไปที่กลุ่มเล่นบอลเพื่อหาไผ่
ภูมิ : เฮ้ ไผ่ มานี่หน่อยๆ
ไผ่ที่กำลังเล่นบอลอยู่ก็สะดุ้งแล้วหันมา ก่อนที่จะเดินมาหาผม
ตอนนี้ไผ่ก็แอบหน้ามุ่ยนิดๆเช่นกัน เป็นพวกเก็บอารมณ์ไม่เก่งสินะ
ไผ่ : มีอะไรหรอภูมิ
ผมมองไปรอบๆพอให้มั่นใจว่าไม่มีใครแอบฟังอยู่ เพื่อตัวไผ่เอง แล้วก็พูดออกไปว่า
ภูมิ : เอ่อ คือ เมื่อกี๊ที่เราอยู่กับลี่ลี่นี่ เราแค่คุยเรื่องแข่งว่ายน้ำนะ
ไผ่ : แล้วบอกเราทำไมล่ะ
ภูมิ : อ่าว ก็เราคิดว่านายจะ...กับลี่ลี่...
ไผ่ : เ้ฮ้ย ไม่ต้องๆแล้ว เข้าใจๆ อย่าเข้าใจผิดว่าเราคิดอะไรกับลี่ลี่นะเว้ย!
ไผ่วิ่งออกไปที่กลุ่มเล่นบอลอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อน แต่ยังไงผมก็ดูออกว่าไผ่ร้อนรนแค่ไหน
อา คนมีความรักกน่ารักดีแฮะ ไผ่ก็เป็นคนดี ผมเองก็อยากเชียร์ไผ่เหมือนกัน
แต่ผมซึ่งยืนอยู่คนเดียวพอเห็นแบบนี้ก็พูดลอยๆคนเดียวว่า
ภูมิ : อา หวังว่าไผ่คงไม่หึงที่เราอยู่กับลี่ลี่หรอกนะ
(?) : แต่ฉันหึงนะ
ภูมิ :
ผมอึ้งที่มีใครพูดแทรกขึ้นมา ผมหันไปที่ต้นเสียงแล้วก็พบว่ามีคนหนึ่งยืนอยู่ คนที่ผมคุ้นเคย
ภูมิ : ฟ้า!
ฟ้า : จะกลับแล้วหรือยัง?
ภูมิ : จะกลับแล้วล่ะ แต่เอ๊ะ เมื่อกี๊ที่ฟ้าพูดมานี่อะไรน่ะ
ฟ้า : ฉันหึงนะ
ภูมิ :
ฟ้า : ล้อเล่นๆ ฉันก็แค่พูดไปตามน้ำแหละ
ภูมิ : ง่า อย่าพูดเรื่อยเปื่อยสิ
ฟ้า : เอาเถอะ วันนี้กลับเย็นเหมือนกันนี่นา
พอดีวันนี้ฉันไปแวะห้องชมรมศิลปะมา นึกว่าจะไม่เจอแล้วซะอีก
ภูมิ : นั่นสินะ ว่าแต่ จะว่าไปตั้งแต่ตอนที่ฟ้ารอกลับบ้านกับเราครั้งแรกนี่
เราก็ออกจากโรงเรียนพร้อมกันบ่อยเหมือนกันแฮะ เพราะอะไรกันนะ
ฟ้า : ไม่รู้สิ แปลกดี หรือจะมีใครสักคนสองคนที่อยู่บนฟ้าบงการชะตาชีวิตพวกเราอยู่นะ
ภูมิ : พูดอะไรแปลกๆเนี่ย กลับเถอะๆ
...
พอมานึกๆดู ที่ผ่านมาสองเดือนกับการได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ
ถึงผมจะสนุกกับการมีเพือนผู้ชายไว้เล่นกีฬามากมาย
แต่สำหรับเพื่อนผู้หญิง ตั้งแต่ที่ได้รู้จักแต่ละคน กจะมีคนที่ส่งผลต่อชีวิตผมมากขึ้นทีละนิด
ไอริน ... เธอเป็นคนที่ผมต้องพยายามเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันสัญชาติญาณดิบของตัวเอง
ฟาร์ม ... เธอเป็นคนที่ทำให้ผมมีเป้าหมายอะไรสักอย่างครั้งแรก นั่นคือการพยายามให้เธอฟื้นความทรงจำ
และล่าสุดกับลี่ลี่ ... ทั้งๆที่ดูภายนอกจะเป็นคนที่อยู่คนละแนวกับผม
แต่ทำไมกลับเป็นคนที่ทำให้ผมมีไฟแข่งขันขึ้นมาได้ตั้งหลายเรื่อง
...
สำหรับฟ้าเหมือนฝันที่อยู่กับผมตอนนี้
เธอเป็นคนที่นิ่งๆ แต่บางทีก็เหมือนมีอะไรที่แฝงอยู่ข้างในหลายอย่าง
เธอเป็นคนที่มีแง่คิดที่ลึกและแปลกจากคนอื่นอยู่บ้าง
แต่ถึงยังไงเธอก็เป็นคนที่ผมคุยได้อย่างสบายใจ
เธอเป็นคนที่เข้าใจยากและเดาทางไม่ได้ในหลายครั้ง
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่แม้ว่ามันจะยากแค่ไหน
ฟ้า...ก็เป็นคนที่ผมอยากจะเข้าใจ
...
(จบการบ้านที่11)
...
...
ขออภัยที่คราวนี้ยาวมากหน่อย หวังว่าจะอ่านจบโดยที่ยังรับรู้เนื้อหานะครับ
ในการบ้านนี้ผมเริ่มเห็นหนทางในการสร้าง"ความไม่สมบูรณ์แบบ"ให้กับภูมิบ้างแล้ว
นั่นคือการที่ภูมิอาจจะมีช่วงที่คุมจิตใจไม่ได้บ้าง ทำตัวบ้าๆบ้าง
ซึ่งน่าจะทำให้เห็นแง่มุมที่หลากหลายของภูมิมากขึ้นครับ
ในขณะเดียวกัน ผมก็เริ่มเห็นเส้นทางการก้าวต่อไปของภูมิแล้ว
ยังไงก็ติดตามชีวิตของภูมิต่อไปนะครับ ว่าหมีน้อยแสนซื่อนี่จะมีอะไรกับชีวิตบ้างครับ
เคยรู้มาบ้างว่าความสามารถลี่ลี่ไม่เข้ากับตัว แต่ไม่คิดว่าจะน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้แฮะ
#1 By นางสาวมินท์ @ Cubic on 2008-07-18 00:15