[review]Sands' Chronicle #1 งานรีเมคการ์ตูนที่น่าดู
posted on 13 Aug 2008 17:16 by cocon in FAV-Ashihara-Hinakoวันนี้ได้ดูหนังที่เฝ้ารอคอยมานานแล้ว เป็นการให้รางวัลตัวเองที่ทำงานเสร็จไปอีกงาน
ซึ่งความจริงแล้วผมเช็คจากเน็ตผมคิดว่านาฬิกาทรายรักจะมาวันที่14เสียอีก
แต่พอดีวันนี้หลังส่งงานเสร็จก็ไปเดินสยามเล่น แล้วลองไปที่ลิโด้
กะว่าจะไปเช็คเวลาเผื่อพรุ่งนี้จะได้ดูหลังเรียนเสร็จ (โดยที่ไม่สนใจเรื่องงานส่งวันศุกร์เล้ย)
แล้วคนขายตั๋วบอกว่ามีเวลานี้ที่โรงหนังสยาม ...แล้ววันนี้ก็มีด้วย!!!
หลังจากที่โชว์เอ๋อกับคนขายทั้งลิโด้และสยามอยู่นาน ในที่สุดก็ได้เข้ามาดูครับ
แม้ว่าสายไป20นาทีแต่ผมก็ตัดสินใจดูแหละ เพราะอยากรู้ว่าจะจบยังไง(แต่ว่าจะไปดูอีกรอบนะ)
แล้วพอดูเสร็จ ผมก็รีบมาเปิดคอมเพื่อที่จะรีวิวตอนที่เครื่องยังร้อนนี่แหละ
...
ต่อไปนี้จะเป็นการรีวิวครับ ซึ่งผมจะอยู่ในโหมดโฆษณาก่อน
ถ้าถึงตรงที่คนที่ยังไม่ดูไม่ควรอ่านผมจะบอกนะ
...
[review] Sands' Chronicle
อดีต...สู่อนาคต
ตอนที่1
(พอดีคิดว่าอาจจะยังเขียนต่อเพราะยังดูหนังไม่ครบ เลยคาดว่ายังอยากเขียนอีกแน่)
...
สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนาฬิกาทรายรัก
ขอบอกว่าคุณคือคนที่โชคดีครับ ที่ยังไม่เคยอ่านการ์ตูนที่เป็นต้นแบบของหนังเรื่องนี้
เพราะว่าคุณจะได้ดูและลุ้นไปกับเรื่องโดยไม่รู้บทเฉลยก่อนเหมือนผม
และคุณจะได้ไม่ต้องเสียดายกับเรื่องราวส่วนที่หายไปยามต้องเป็นหนัง
...
สำหรับคนที่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนาฬิกาทรายรักแล้ว
คำเตือน! ใครชอบตัวละครอย่างฟูจิกับชิอิกะมากๆ โปรดทำใจปล่อยวางก่อนดู
ตามที่ได้บอกกับคนที่ไม่เคยดูนั่นแหละครับ อยากให้ทำใจกันก่อนนะว่าหลายอย่างมันจะหายไป
โดยเฉพาะเนื้อหาของตัวละครหลักคนอื่นๆอย่างฟูจิกับชิอิกะ ซึ่งจำต้องลดลงตามที่คาดไว้
ซึ่งผมเองก็ทำใจมาก่ิอนอยู่แล้ว ถ้าการ์ตูน8เล่มมาเป็น2ชั่วโมงแล้วจะเอาทุกฉากเนี่ย
ถ้าฝืนใส่ให้ครบผมว่าคงจะเป็นการโลภมากไป แล้วจะทำให้พลังของเรื่องกระจายไปปล่าวๆ
ผมถือว่าการที่จะเลือกเล่าโครงเรื่องหลักโดยเน้นบทของนางเอกอย่าง"อัน"ก็เป็นสิ่งที่ดีแล้ว
และอย่างน้อยแม้ว่าสาระหลายอย่างจะหายไป แต่บทสรุปตอนจบก็ไปในทางเดียวกันกับการ์ตูนต้นแบบครับ
ดังนั้นสำหรับคนที่เคยอ่านแบบการ์ตูนแล้ว ขอให้อย่าคาดหวังว่าจะได้ทุกฉากที่มีในการ์ตูน
แต่ถึงยังไงเราก็สามารถสนุกกับการเปรียบเทียบว่าฉากไหนมีในการ์ตูนได้อยู่ดีแหละครับ
...
ต่ิอไปนี้จะเป็นการ review แล้วนะครับ
ใครยังไม่เคยอ่านการ์ตูนและไม่ได้ไปดูหนังถ้าไม่อยากโดนสปอยล์ก็อย่าพึ่งอ่านส่วนต่อไปนะ
แต่ถ้าใครอ่านการ์ตูนมาก่อนแล้วสามารถอ่านได้นะ เพราะเราก็รู้ตอนจบกันอยู่แล้วนี่
แต่มีเนื้อเรื่องหลายส่วนหายไป ถ้ายังไม่อยากรู้ว่าอะไรหายไปก็อย่าอ่านนะ นอกจากรอดีวีดีไม่ไหว
ผมคงเล่าในฐานะคนที่อ่านการ์ตูนมาก่อนแล้ว แต่จะพยายามให้อ่านกันได้ทั้งคนที่อ่านการ์ตูนและคนดูหนังนะ
และขอย้ำว่าผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนัง ผมเป็นแค่คนชอบการ์ตูนเรื่องที่เขาเอามาทำหนัง
(แต่ผมก็รอคอยที่จะได้อ่านบทวิจารณ์จากคนฝ่ายหนังมั่งนะ)
หมายเหตุ ผมจะไม่รู้เรื่องราว20นาทีแรก แต่ถือว่าคงเดาได้และไม่น่าส่งผลนัก เลยเขียนมาเลยแล้วกัน
...
...
1. ความสามารถในการรีเมคจากการ์ตูน
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า พอรู้ว่า"นาฬิกาทรายรัก"ที่เนื้อเรื่องหลักมี8เล่มจะมาเหลือ2ชั่วโมง(+1นาที)
ทั้งผมและรุ่นน้องคนนึงที่คุยด้วยก็เห็นตรงกันว่า "จะไหวหรอเนี่ย"
เพราะการ์ตูนเรื่องนี้ผมสามารถกล่าวได้ว่า ทุกตอนทุกหน้ามีความสำคัญทั้งสิ้น
แม้ว่าเนื้อเรื่องของนางเอกอย่าง"อัน"จะมีความสำคัญและมีบทที่เข้มแข็งที่สุด
แต่ทุกตัวละครล้วนมีบทบาทและเรื่องราวที่สร้างความหนักแน่นให้โครงเรื่องหลักมากขึ้น
...
ดังนั้นการที่เนื้อเรื่องของฟูจิโดนย่อลงไปจนสุดท้ายก็จบแค่หนีออกจากบ้าน
ทำให้ฟูจิหมดโอกาสที่จะแก้ไขตัวเองอย่างที่ในการ์ตูนสามารถคลี่คลายได้หนักแน่นกว่านี้
และการที่ในเรื่องไม่ได้ทำร้ายชิอิกะเท่าที่การ์ตูนทำ (ด้วยการให้รู้ความจริงที่โหดร้ายกว่านั้น)
ทำให้ตัวละครชิอิกะนั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่เป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆให้เรื่องหมุนไปเท่านั้น
และที่สำคัญคือ ... นางอิจฉาอย่างนาราซาคิก็หายไปเลย(ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่จะอยู่ใน20นาทีแรก)
ทำให้ความรักของอันกับไดโกะนั้นราบรื่นและไม่ได้มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
(ย้ำว่านางอิจฉาในเรื่องนี้ไม่ได้อิจฉาไปวันๆครับ
เธอมีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และทำเอาผมอยากจะเขียนไซด์สตอรี่ให้เธอจริงๆ)
...
พอถึงตรงนี้ เพื่อนๆอาจจะเริ่มคิดว่าผมไม่ชอบหนังหรอ เปล่าเลยครับ ผมยังชอบอยู่
นั่นก็เพราะว่า ผมถือว่านักเขียนบททำถูกแล้วที่จะตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป
เพื่อให้ใช้เวลาในการเน้นเรื่องราวให้ยังมีประเด็นหลักที่สำคัญได้ ภายในเวลาสองชั่วโมง
ซึ่งถ้าอยากได้ครบคงต้องเป็นมหากาพย์สามภาคจบ หรือไม่ก็เป็นซีรี่ส์ไปเสียเลย
อ้อๆ ซีรี่ส์มีแล้วนะครับ แต่เป็นตรงกันข้ามกับหนัง นั่นคือใส่ไข่มากมายเลย (แต่ก็ยังเก็บตัวหลักได้ครบ)
...
แม้ว่าเนื้อเรื่องของตัวประกอบจะน้อยลงไป แต่ในส่วนของนางเอกอย่าง"อัน"นั้น เนื้อหาหลักยังครบครับ
คือสามารถเล่าประเด็นของนางเอก เน้นความรู้สึกที่มาจากสถานการณ์ร้ายแรงของชีวิตได้อย่างชัดเจน
แค่อาจจะไม่หนักแน่นพอในบางส่วน ซึ่งถ้าเคยอ่านการ์ตูนแล้วจะพบว่าตัวประกอบทุกตัวในเรื่องจะสำคัญมาก
มีส่วนผลักดันให้นางเอกก้าวต่อไปไม่ว่าจะเป็นในทางดีหรือร้าย (เป็นแง่คิดสำคัญในการแต่งเรื่องเลยล่ะ)
...
และที่สำคัญคือ ผมชอบที่นักเขียนบทคนนี้ยังให้ความเคารพเนื้อเรื่องต้นฉบับของการ์ตูนเป็นอย่างดี
ด้วยการให้บทสรุปที่ตรงจุด เรียบง่าย และไม่ฟูมฟายหรือเพิ่มเติมจนเกินเลย
และพอได้ดูเรื่องนี้จบ มันก็ได้ความรู้สึกที่ดีเฉกเช่นเดียวกับตอนที่ได้รู้ตอนจบของการ์ตูน
เรียกได้ว่าในจุดที่เขาจะเน้นให้ลุ้นผมก็ลุ้นตามจริงๆแม้ว่ารู้ผลอยู่แล้ว(หากตรงนั้นไม่เปลี่ยนบท)
ดังนั้นผมถือว่านักเขียนบท(และรู้สึกว่าจะเป็นคนเดียวกับผู้กำกับ) ทำหน้าที่ได้ดีสำหรับสองชั่วโมงแล้วครับ
...
ถ้าเสียดายแค่อย่างเดียว ก็มีเรื่องที่ว่า
บทส่วนที่นางเอกแสดงความเข้มแข็งที่แท้จริงในตอนก่อนจบมันหายไปครับ
ซึ่งถ้าคนอ่านการ์ตูนจะรู้ดี ดังนั้นใครยังไม่อ่านการ์ตูนผมว่าไปหาอ่านเอาเองดีกว่า
...
2. การต่อยอดจากต้นฉบับการ์ตูน
ตอนใกล้จะจบนั้น มีเรื่องราวการเล่นความหมายเชิงสัญลักษณ์กับนาฬิกาทราย ในแบบที่ไม่มีในการ์ตูนมาก่อน!!
อันนี้ถ้าใครยังไม่ดูหนัง ถึงแม้ว่าอ่านการ์ตูนมาแล้ว ผมก็อยากให้รู้ในตอนดูหนังมากกว่า
ดังนั้นผมจะซ่อนข้อความไว้เป็นสีขาวนะั ตรงที่จะเห็นว่าโหว่ๆนั่นแหละ
ถ้าใครดูหนังแล้ว มาดูแล้วกันว่าจะตรงกับผมไหม
...
ตรงที่ไม่มีในการ์ตูนก็คือ ช่วงที่เขาพลิกนาฬิกาทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นแหละครับ
แล้วนางเอกที่มายืนดูก็พูดในใจว่า "แล้วอดีตก็กลายเป็นอนาคต"
ซึ่งมันก็หมายถึงทรายที่อยู่ด้านล่างอันเปรียบเสมือนอดีต พอพลิกขึ้นไปอยู่ข้างบนก็เป็นอนาคต
แม้ว่าผมจะยังไม่รู้ว่าเปรียบกับเนื้อเรื่องส่วนไหน แต่เอาเป็นว่ามันได้ความหมายลึกซึ้งแน่ๆ
...
และเพราะว่ามีตรงนี้แหละ ทำให้รู้สึกได้ว่า เออ เขาไม่ได้แค่ไปเอาของดีมา
แต่เขาก็เพิ่มของดีให้กับหนังเพื่อสร้างมุมมองในการมองนาฬิกาทรายให้ชัดขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีในหลายเรื่องเกี่ยวกับนาฬิกาทรายที่เขาไม่ได้เอามา
(อาทิตอนที่เกี่ยวกับชิอิกะ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้วยเหตุผลที่เคยบอกไปแล้ว)
ดังนั้นการรีเมคที่ดี จึงไม่ใช่แค่เอามาเฉยๆ แต่ควรจะพัฒนาให้มันมีอะไรที่การ์ตูนไม่มีบ้าง
(ไม่งั้นคงจะเสียเปรียบเพราะยังไงก็มีไม่มากเท่าการ์ตูน)
...
...
3.ความสามารถของนักแสดง
ที่จริงก็มีอะไรอยากเล่ามากมาย แต่เอาเป็นว่าขอสรุปก่อนว่า "แสดงกันได้ถึงอารมณ์ดีครับ"
ตอนที่ได้รู้ข่าวว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะมีเอาไปแสดงด้วยคนจริง ผมก็จะคิดอยู่เสมอว่า เขาจะแสดงได้ถึงไหมนะ
เพราะนางเอกเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนมาก และเป็นตัวละครที่มีการเติบโตอย่างชัดเจนที่สุด
น่าเสียดายที่ผมยังไม่ได้ดูช่วงแรกของเรื่อง เลยไม่อาจพูดถึงการแสดงในช่วงแรกของเรื่องได้
แต่เอาเป็นว่าช่วงที่ผมได้เข้าไปดูนั้น มันก็เริ่มโหมดเข้มข้นเต็มอัตราแล้วล่ะ
ได้ดูดราม่ากันกระจาย บีบคั้นอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆตามจังหวะของเรื่อง
ความต่างของหนังกับการ์ตูน(และละคร)คือ หนังจะนิ่งกว่าครับ
ในขณะที่การ์ตูนกับละครจะมีความฮาไว้เล่นกับคนดูเป็นช่วงๆ
หรืออาจจะมีใน20นาทีแรกก็ได้ในตอนที่ยังไม่เครียด
ซึ่งไม่แปลกครับที่จะต้องตัดส่วนฮาออกไป(เหมือนเข้าข้างเลยเนอะ)
เพราะถ้ามีตรงนั้นมากไปมันก็คงจะเสียเวลาไปโดยใช่เหตุแหละครับ
...
เน้นอีกรอบว่านางเอกทั้งสองวัยแสดงกันได้ถึงขั้นเลยครับ
บางฉากแค่ซูมหน้านิ่งๆเน้นอารมณ์ก็เล่าเรื่องได้เจ็บถึงใจเลยล่ะ
โดยเฉพาะนางเอกในตอนผู้ใหญ่ซึ่งสื่ออารมณ์ได้สมเป็นนักแสดงผู้มากประสบการณ์จริงๆ
นางเอกตอนวัยรุ่นก็ไม่ได้มีแต่ความน่ารัก เพราะเธอก็เล่นซีนอารมณ์ได้เต็มที่เช่นกัน
ส่วนตัวละครอื่นๆก็แสดงได้สมบทบาทแล้วครับ เพียงแต่ว่าบทมันไม่ส่งเท่าไหร่ตามที่บอกไว้แล้ว
จากตรงนี้ทำให้เข้าใจเลย ว่าทำไมตอนโปรโมทหนังถึงได้เน้นคนที่แสดงเปนนางเอกก่อน ไม่แปลกใจเลย
...
...
4. ความลื่นไหลของเรื่อง
ข้อนี้ผมไม่อยากพูดเท่าไหร่ เพราะว่าผมเคยอ่านการ์ตูนมาก่อนแล้ว
คงยากที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกเปรียบเทียบกับการ์ตูนน่ะครับ
ตามที่บอกไว้ก่อนแล้วว่าการ์ตูนเรื่อง"นาฬิกาทรายรัก"นั้น
ทุกส่วนเป็นเนื้อ แม้แต่น้ำก็ยังสำคัญต่อการหล่อลื่นให้เรื่องลื่นไหล
ดังนั้นพอเป็นหนังแล้ว การที่ต้องตัดเนื้อเรื่องบางส่วนไป
ย่อมทำให้อารมณ์บางตอนกระตุกไปอย่างน่าเสียดาย
ที่ชัดมากคือตัวละครอย่างฟูจิ ที่มาไวไปไวจนยังบิ๊วอารมณ์ไม่ทันเลย
(ในขณะที่การ์ตูนนั้นจะค่อยเป็นค่อยไป ปล่อยให้ฟูจิชีช้ำในใจไปตั้งหลายเล่ม)
ส่วนชิอิกะนั้นก็ขาดส่วนที่หนักแน่นพอที่จะรองรับความรู้สึกชอบไดโกะ
(ซึ่งไม่รู้ว่ามีใน20นาทีแรกไหม แต่ถ้าเรื่องมันไล่ตามการ์ตูนก็ไม่น่าจะเป็นไปได้)
...
ข้อจำกัดของเวลาทำให้หลายๆอย่างต้องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
คนที่เคยอ่านการ์ตูนคงรู้สึกว่ามันขาดๆหายๆไปหลายจุดแน่ๆ
แต่ยังดีครับ ที่พอเรื่องเริ่มไปถึงเนื้อเรื่องในวัยผู้ใหญ่ช่วงท้าย
การที่ตัดเนื้อเรื่องช่วงแรกๆไปบ้าง ทำให้มีเวลามาเน้นส่วนสำคัญที่สุดของเรื่องนี้
ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าครับ ในส่วนท้ายทำได้หนักแน่นได้อารมณ์ เหมือนตอนอ่านการ์ตูนเลยล่ะ
เพียงแต่ว่าจุดคลี่คลายที่แท้จริงที่เคยมีในการ์ตูนมันหายไป แต่ช่างมันเถอะ หนังไม่ใช่การ์ตูนนี่นา
ถึงได้บอกว่า ถ้าใครไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน น่าจะดูเรื่องนี้ได้สนุกมากกว่าครับ
...
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะอ่านไม่ไหวก่อน
เน้นย้ำอีกรอบ
ถ้าคิดว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบ ช่วยกันอุดหนุนการ์ตูนเรื่อง"นาฬิกาทรายรัก"10เล่มจบด้วยนะครับ
โดยเฉพาะว่าถ้าชอบเพราะการดำเนินเรื่องที่หนักแน่น มีคติสอนใจ การ์ตูนเรื่องนี้ยังมีให้คุณอีกมาก
ส่วนเหตุผลอื่นๆเดี๋ยวเรามาคุยกันต่อคราวหน้านะ

[ตูน]ไตลาน:หนองตา #1 กะปอม





แต่คุณเพื่อนหายไปไหนหมดไม่ทราบ
#1 By [ i ]Rin on 2008-08-13 19:48