ในที่สุดผมก็ได้ดูหนังแบบเวอร์ชั่นเต็มแล้วล่ะครับ แต่ก็ไปเกือบไม่ทันเลยเพราะพึ่งเรียนเสร็จ

การดูหนังครั้งแรกของผมนั้นผมยังติดกับการเปรียบเทียบกับการ์ตูนต้นฉบับ

แต่ในการดูครั้งที่สองนั้น ผมเริ่มสามารถดื่มด่ำกับสารที่หนังต้องการจะให้

เป็นสารที่่มีวิธีการเล่าที่ต่างจากการ์ตูนอยู่บ้าง แต่ท้ายสุดแล้วทั้งสองอย่างก็ไปในทางเดียวกัน

...

หนังเรื่องนี้...ให้เราเข้าใจความหมายของกาลเวลาให้มากขึ้น

หนังเรื่องนี้...ให้เราได้รู้จักความรักที่แท้จริง

แต่เหนื่อสิ่งอื่นใด

หนังเรื่องนี้...จะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นครับ

...

ใครยังไม่อ่านตอนที่1 อ่านได้ที่ลิงค์นี้-->[review]Sands' Chronicle #1

ในตอนที่1เป็นการดูหนังรอบแรก ผมเลยเขียนเกี่ยวกับการรีเมคจากการ์ตูน

แต่ที่ผมจะมาเขียนในตอนที่สองนี้ ผมจะัพยายามเขียนในมุมมองของหนังเป็นหลักครับ

...

[review] Sands' Chronicle

อดีต...สู่อนาคต


ตอนที่2

หมายเหตุ - ใครยังไม่เคยดูหนังถ้าไม่อยากโดนสปอยล์ก็อย่าพึ่งอ่านส่วนต่อไปนะ

...

...

1. นาฬิกาทราย

นาฬิกาทราย...คือตัวแทนของหลักการเรื่องเวลา

อดีต ปัจจุบัน และอนาคต...

ทั้งหมดในความทรงจำ...

ต่างก็เป็นเม็ดทรายที่อยู่ในแก้วนาฬิกาทรายอันนั้น

...

อดีต...คือด้านล่าง ที่ซึ่งเม็ดทรายตกลงไปแล้วกองอยู่

อนาคต...ดือด้านบน ที่ซึ่งเม็ดทรายกำลังจะรอการตกลงไป

ปัจจุบัน...คือตรงกลาง ที่ซึ่งเม็ดทรายกำลังไหล

ทราย...ไหลจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง จากอนาคตสู่อดีต

....

เราทุกคนกำลังอยู่ในปัจจุบัน ... ที่ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างอดีตกับอนาคต

...

หนังได้เล่าการเปรียบเทียบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเรื่อง

ผ่านนาฬิกาทรายอันเล็กที่แม่ซื้อให้อัน นางเอกของเรื่อง

แม่ได้เล่าว่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คือตรงไหนของนาฬิกาทราย ตามที่ผมได้บอกไว้แล้ว

ในตอนนั้น... อัน ได้หยิบนาฬิกาทรายพลิกกลับด้านแล้ววางลงไป

กองทรายด้านล่างซึ่งตอนแรกแม่ชี้ว่าเป็นอดีต ตอนนี้กลับมาอยู่ด้านบนแทน

อันบอกกับแม่เธอว่า "ตอนนี้อดีตกลายเป็นอนาคต ใช่ไหมคะแม่" (ผมจำคำแปลเต็มๆไม่ได้ คงประมาณนี้แหละ)

นี่เป็นสิ่งที่ดูจะเป็นไปไม่ได้กับกาลเวลา อดีตจะกลายเป็นอนาคตได้อย่างไร

หนัง...ได้ให้คำถามแก่คนดูไปแล้วแบบเนียนๆไม่ทันรู้ตัว

...

...

2. ชิมาเนะ ที่ซึ่งจะกลายเป็นที่แห่งความทรงจำ...ตลอดไป

ในช่วงแรกสุดของหนัง ได้ปรากฏภาพชนบทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

ฉากต่างๆได้ร้อยเรียงกันมา เป็นทุ่งหญ้ากับภูเขา ต้นไม้ เป็นภาพชนบทที่งดงามตรึงสายตา

ระหว่างนั้นมีเสียงของนางเอกในวัยผู้ใหญ่ ได้พูดให้คนดูได้รับรู้ว่า

ภาพเหล่านี้ ล้วนเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ...ที่ทำให้เธอเป็นอย่างที่เป็นในวันนี้

...

ผมเชื่อว่าแต่ละคนคงจะมีสถานที่ในความทรงจำกันบ้างแหละ

แต่สำหรับนางเอกของเรื่องอย่าง"อัน"แล้ว ประสบการณ์ต่างๆจากที่นี่นั้นส่งผลต่อชีวิตเธอจากชัดเจน

จากตอนแรกที่เป็นแค่บ้านเกิดของแม่ ต่อไปที่แห่งนี้จะสร้างเธอในปัจจุบันขึ้นมา

และอดีตจากสถานที่ในความทรงจำ จะเป็นสิ่งที่ผลักดันเธอให้ก้าวต่อไปสู่อนาคตได้อย่างไรกันนะ

...

นอกจากนี้ ณ ที่แห่งนี้ ทำให้เธอได้รู้จักเพื่อนอีกสามคน

ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตของเธอในอนาคต

จากซ้ายไปขวา ฟูจิ ชิอิกะ อัน ไดโกะ

...

แถมอีกสักภาพ น่ารักดี

(ผมมีภาพนี้เป็นโปสเตอร์ใหญ่ที่เป็นของแถมจากการ์ตูนญี่ปุ่นด้วย อิๆ)

...

...

3. อัน ... ผู้หญิงที่ผูกชีวิตไว้กับอดีต

ถึงแม้เรื่องราวทั้งหมดของหนังทั้งเรื่องจะขับเคลื่อนไปด้วยความคิดและการกระทำของเธอ

แต่เธอเป็นคนที่มีชีวิตผูกติดกับความเป็นไปคนรอบตัวมากที่สุดแล้ว

ซึ่งความผูกพันเหล่านั้น ล้วนให้ทั้งสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี

แต่ในบางครั้งก็กลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเธอ

และทำให้เธอโทษตัวเอง เมื่อเธอทำให้ใครต้องเจ็บปวด

...

อัน...เป็นบทที่ผมคิดว่ายากที่สุดบทหนึ่งเลยล่ะ

เพราะนางเอกของเรื่องนี้ไม่ได้มีไว้เป็นแค่ดอกไม้ประดับหนังให้สวยงาม

แต่เธอเป็นคนที่กุมชะตาของหนังไว้ทั้งหมด

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หนังเรื่องนี้ให้เครดิตชื่อนักแสดง

ขึ้นต้นด้วยนางเอกวัยผู้ใหญ่ ต่อด้วยนางเอกตอนวัยรุ่น

แล้วถึงค่อยเป็นพระเอกวัยผู้ใหญ่ และพระเอกในตอนวัยรุ่นตามลำดับ

แสดงให้เห็นว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีวัยไหนวัยหนึ่งเป็นแกนหลัก

แต่นางเอกต่างหาก ที่เป็นแก่นแท้ของเรื่อง

...

กล่าวได้ว่าจุดเริ่มของปัญหาของชีวิตอันที่จะส่งผลในระยะยาว

เริ่มต้นด้วยการฆ่าตัวตายของแม่ตั้งแต่เธอยังเด็ก

ที่ทำให้เธอฝังใจ และมีอิทธิพลต่อความคิดของเธอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การเป็นตัวละครที่ยึดติดกับอดีตมากที่สุด

จะทำให้เธอทำร้ายตัวเอง...และทำร้ายคนอื่นทางอ้อม ในอนาคต

...

4. ไดโกะ...ผู้ซึ่งเป็นมากกว่าคนที่เธอรัก

 

ไดโกะ เป็นพระเอกที่ไม่ใช่แค่เป้าหมายความรักของนางเอกเหมือนหนังรักทั่วไป

เขา...ทำให้เธอมีความสุข...สุขที่เขาคอยห่วงใยและสัญญาว่าจะอยู่กับเธอตลอดชีวิต

เขา...ทำให้เธอมีความทุกข์...ทุกข์เวลาบาดหมางใจกัน ทุกข์ที่เกิดจากการที่รักมาก

เขา...ทำให้เธอกลัว...กลัวว่าเธอจะทำร้ายเขา ทำให้เขาต้องจมปลักไปกับความทุกข์ของเธอ

และสุดท้าย...เขา...เป็นคนที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป

...

บทบาทพระเอกของเรื่องนี้ ทำให้เห็นว่าความรักคือการที่อยากให้คนอื่นมีความสุข

แต่ก็สอนให้รู้ว่าอย่าลืมความสุขของตัวเองด้วย

เพราะถ้าตัวเองไม่มีความสุข คนที่เรารักก็คงจะไม่รู้สึกดีแน่

...

...

5. คำสัญญา

คำสัญญา เป็นพันธนาการแห่งวาจา ที่ผูกชีวิตของหลายคนมานักต่อนัก

เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ก็สามารถเป็นสิ่งที่ทำให้คนเรายึดมั่นได้ข้ามผ่านกาลเวลา

ไม่ว่าในอนาคตเราจะรักษาคำสัญญาได้หรือไม่ หรือจะมีเหตุการณ์ใดที่ทำให้สิ่งที่สัญญาต้องจบลง

แต่ในปัจจุบันที่เรายังรักษาได้ เราก็ต้องรักษาต่อไป

รักษาสิ่งที่ส่งมาจากอดีต เพื่อไปให้ถึงอนาคต

คำสัญญาที่ไดโกะบอกว่าจะอยู่กับอันตลอดชีวิต

เป็นสิ่งที่ทำให้เธอจดจำ ในฐานะคนสำคัญหนึ่งเดียวของชีวิต

และเป็นสิ่งที่เขาต้องยึดมั่นไว้อย่างมั่นคง

...

...

6. คำอธิษฐาน

ในช่วงวัยรุ่นนั้นมักจะยังมีความเชื่อในเรื่องการอธิษฐานอยู่

สิ่งที่ขอไว้อย่างมั่นคงเพียงสิ่งเดียวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะทรงพลังหากอธิษฐานด้วยจิตใจที่แน่วแน่

แม้เราไม่อาจตอบได้ว่าในอนาคตสิ่งที่อธิษฐานไว้จะสมปรารถนาหรือไม่

แต่สิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน คือยึดมั่นในสิ่งที่ขอไว้ในอดีต และรอคอยการส่งต่อไปยังอนาคต

ที่จริงแล้วในหนังสือการ์ตูนได้มีเรื่องราวการอธิษฐานทั้งวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่

มีการเขียนป้ายอธิษฐานต่างเนื้อหากัน ซึ่งเกิดจากการเติบโตทางความคิดครับ

แต่พอเป็นในหนังเพื่อให้โครงหลักของเรื่องชัดเจน เลยต้องเน้นอันเดียวแหละเนอะ

...

...

7.ฟูจิ...ผู้ซึ่งใช้ความเจ็บปวดในอดีต ผลักดันให้ตัวเองก้าวต่อไป

 

แม้ว่าความเข้มข้นของบทบาทฟูจิในหนังจะเทียบกับการ์ตูนไม่ได้เลย

แต่ในหนังนั้น ฟูจิก็ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของอัน

ที่จะตอกย้ำอดีตที่มีต่อแม่ และพิสูจน์ความรักที่มีต่อไดโกะ

ในขณะที่ฟูจิในหนังเหมือนจะคลี่คลายด้วยการหนีออกจากบ้าน(ซึ่งในการ์ตูนไม่จบแค่นั้น)

แต่ด้วยเหตุผลที่ฟูจิบอกว่า การที่ไดโกะชกเขาทำให้เขารู้ตัวว่าเขากำลังจะทำตัวเหมือนชู้ของแม่

ทำให้เขาเลือกที่จะตัดทิ้งพันธนาการแห่งอดีตไป เพื่อก้าวต่อไปในอนาคต

แม้ว่าเขาก็ยังรักอัน แต่เขาก็ตัดใจเพื่อให้เธอได้กลับไปหาไดโกะอีกครั้ง แล้วไม่ต้องมาทุกข์กับเขา

ฟูจิ...เป็นตัวละครที่สามารถตัดอดีตและเดินต่อไปได้

แต่แววตาของอันในตอนที่ฟูจิพูดเช่นนั้น ยังแสดงให้เห็นว่า

อันยังคงติดพันธนาการต่อไป อย่างยากที่จะปล่อย

(โทษทีที่เขียนสั้นนะ แต่ส่วนตัวแล้วผมว่าในหนังนั้นบทของฟูจิน้อยกว่าชิอิกะอีกแหละ)  

...

8.ชิอิกะ...เธอแค่อยากให้คนที่เธอรักมีความสุข

เช่นเดียวกัน ชิอิกะในหนังก็จะมีบทบาทน้อยกว่าการ์ตูนมากมาย

เพราะในหนังไม่ได้มาสถานการณ์ที่ทำร้ายชีวิตเธอดั่งที่การ์ตูนได้มี(ซึ่งหนักมากสำหรับเด็กวัยนั้น)

แต่สิ่งที่หนังได้ทดแทนให้กับบทบาทเธอในหนังนั่นคือ ความรักที่เป็นความห่วงใย

ลักษณะความรักของชิอิกะที่มีต่อไดโกะ ก็เหมือนกับความรักที่ไดโกะมีต่ออัน

หากไดโกะมีความทุกข์เพราะไม่สามารถช่วยอันได้

ชิอิกะก็ทุกข์เช่นกันที่ไดโกะมีสภาพแบบนั้น

ดังนั้นพอชิอิกะเห็นว่าอันเอาแต่เครียดกับตัวเอง ทั้งๆที่ไดโกะเครียดเพราะเธอ

นั่นทำให้เกิดความบาดหมางในใจ และผลักดันให้เธอตัดสินใจที่จะทำให้ไดโกะมีความสุขเอง

แต่การที่ไดโกะมีความมั่นคงต่ออันมาก ทำให้เขาไม่สนใจความรักจากเธอเลย

...

บทบาทสุดท้ายของชิอิกะในวัยรุ่นที่มีในเรื่อง คือการบอกอันว่าไดโกะให้ความสำคัญกับเธอมาก

มากจนที่เขาเปลี่ยนไป และละทิ้งสิ่งที่สำคัญในชีวิตเขาเพื่ออัน

เธอยังคงรักไดโกะ และอยากให้เขามีความสุข

แต่เธอรู้ตัวดีว่าคนที่ทำให้ไดโกะมีความสุขได้เพียงคนเดียวคืออัน

สุดท้ายแล้วแม้ว่าจะหมดหวังในความรักของตัวเอง

แต่เธอก็ดีพอที่จะตัดใจ และขอให้อันทำให้ไดโกะมีความสุข

...

เสริมอีกนิด ในหนังจะมีสิ่งที่ต่างจากในการ์ตูน นั่นคือบทบาทของชิอิกะในตอนผู้ใหญ่

ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนมาเป็นจะไปแคนาดาในตอนนี้ ด้วยเหตุผลที่ไม่พิเศษอะไร(ถ้าเทียบกับการ์ตูน)

แม้ว่าสุดท้ายแล้วสองคนนี้ก็ไม่ได้ลงเอยด้วยกัน

แต่หนังยังแสดงความรักที่ข้ามผ่านกาลเวลาอย่างไร้เงื่อนไขใดๆของชิอิกะ

ด้วย"กล่องข้าว" สัญลักษณ์ที่แทนตัวชิอิกะจนสามารถทำให้รู้ได้ว่าคนนี้เป็นชิอิกะในวัยผู้ใหญ่ได้

ซึ่งเป็นความฉลาดของหนังที่เล่าด้วยสัญลักษณ์ทำให้ไม่ต้องมาเขียนชื่อตัวละครกำกับเลย

บทบาทของชิอิกะในตอนผู้ใหญ่อาจจะมีไม่มาก มีแค่มานั่งทานอาหารด้วยกันกับไดโกะ

แต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆนั้น ระหว่างบทสนทนาที่เกี่ยวกับว่าอันกำลังจะแต่งงาน

เราสามารถเห็นแววตาที่สื่อถึงความรักแบบห่วงใยอย่างเห็นได้ชัดครับ

...

...

9. ความเข้มแข็ง กับ ความอ่อนแอ

แท้จริงแล้ว...ความเข้มแข็งกับความอ่อนแอ เป็นเนื้อหาสำคัญของเรื่องที่แท้จริงด้วยซ้ำ

หนังเรื่องนี้สอนให้เราได้กลับมามองสองสิ่งนี้อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง

ความเข้มแข็งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำให้คนอยู่ต่อไปได้

ทำให้คุณย่าของอันได้พูดย้ำให้แม่ของอัน บอกให้เข้มแข็ง

แต่เราคงรู้ว่าบางครั้งการกดดันคนอื่นมากไป บางครั้งมันก็กลับทำให้กลายเป็นอ่อนแอ

ซึ่งหมอที่มาตรวจก็ได้บอกทั้งย่าและอันว่าอย่าบอกแม่แบบนี้ เพราะจะทำให้เธอฝืนเกินไป

และสุดท้ายแล้ว การที่คนเราฝืนเกินไป

พอทุกอย่างมันสะบั้น คนนั้นก็จะเลือกที่จะจบลง

แม่ของอัน...เลือกที่จะจบชีวิตลง

...

แม้ว่าในตอนนั้น อันจะต่อว่าแม่ของเธอว่าเป็นคนอ่อนแอ ที่หนีไปคนเดียวและทอดทิ้งเธอ

แต่ในเวลาต่อมา เธอก็พบว่าความอ่อนแอที่เคยมีในตัวแม่นั้น กำลังเกิดขึ้นในตัวของเธอเช่นกัน

ความอ่อนแอ ไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวเอง แต่ก็ทำร้ายคนอื่นไปด้วย

นั่นคือทำให้เธอต้องทะเลาะกับไดโกะเพียงเพราะการที่เธอทำใจเรื่องแม่ไม่ได้

เธอขอโทษไดโกะว่าเพราะเธออ่อนแอถึงได้พูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจเขา

แต่ไดโกะก็ได้ให้แง่คิดที่สำคัญว่า

“ความเข้มแข็ง มีพื้นฐานมาจากความอ่อนแอ”

...

ในเรื่องความเข้มแข็งไม่ได้จบลงแค่ในวัยเด็ก แต่ยังร้อยเรียงต่อไปยังปัจจุบัน

คู่หมั้นของอันในวัยผู้ใหญ่ เป็นคนที่ไม่ยอมรับในความอ่อนแอ

ซึ่งทำให้อันที่เก็บความอ่อนแอไว้ในตัวจนถึงตอนนี้ลำบากใจอยู่ แต่ก็ยังเก็บซ่อนไว้ต่อไป

จนกระทั่งเขารู้ เขาจึงทำลายความสัมพันธ์ลงไปด้วยการฉีกใบทะเบียนสมรส

เขาเป็นคนที่ไม่ยอมรับความคิดที่ว่า ความเข้มแข็งมีพื้นฐานมาจากความอ่อนแอ

...

ความอ่อนแอ...ทำให้คนยอมแพ้

ความอ่อนแอ...ทำให้เธอกำลังจะทำตามในสิ่งที่แม่ของเธอได้ทำไว้

...

ความโชคดีที่มีคนมาช่วย ทำให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

แต่ไม่มีใครที่จะให้ความเข้มแข็งที่แท้จริงได้เท่ากับตัวเอง

ความเข้มแข็งมีพื้นฐานมาจากความอ่อนแอ

หนังเรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า

การที่คนเราจะเข้มแข็งได้ ต้องรู้จักความอ่อนแอ

และคนที่สามารถก้าวผ่านคำว่าอ่อนแอมาได้ เขาจะเป็นคนที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง

...

...

ยังไม่จบนะ ผมยังมีอะไรให้เล่าเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อีกเยอะแฮะ

นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มคุยเกี่ยวกับความชอบส่วนตัวที่มีต่อนักแสดงกับฉากนะเนี่ย

อาจจะยาวหน่อย แต่ผมก็ถือว่าเขียนไว้เป็นบันทึกความทรงจำของตัวเองด้วยน่ะครับ

เดี๋ยวจะเล่าต่ออีกสักตอนสองตอนครับผม

...

อ้อ เครดิตภาพอื่นๆนอกเหนือจากเว็บโปรโมทของไทยครับ

 

1. http://www.kankou.pref.shimane.jp/mag/08/04/suna.html

เว็บนี้ดีมากเลย มีข้อมูลสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำด้วย ท่าทางเป็นเว็บโปรโมทจังหวัดมั้ง

 

2. http://www.pia.co.jp/cinema/special/080424_sunadokei/sunadokei_interview.html

ที่จริงภาพเว็บนี้มันมาจากเว็บทางการแหละ แต่ทางการมันเซฟไม่ได้เพราะเปนแฟลช

เว็บนี้เป็นบทสัมภาษณ์ครับ ผมก็พึ่งเจอเนี่ย

 

3. http://secretdesire.blog14.fc2.com/blog-date-20080427.html

อันนี้ากมาน้อยนิด แต่ตามมารยาทยังไงก็ต้องเอามาไว้แหละ

มีภาพอื่นๆจากในหนังอีกอยู่บ้างครับ ผมเองก็ได้ดูก่อนดูหนังมาพอควรเลยล่ะ

 

...

ปล.ทีกับเรื่องแบบนี้เราขยันได้ขยันดีจัง

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเริ่มปั่นงานแล้วครับ โทษทีนะทุกคน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากดูจัง รอซื้อDVD

#1 By หูหลึ่ง on 2008-08-15 23:19

ดีวีดีที่ญี่ปุ่นมีข่าวแล้วครับ
2008-11-07
ส่วนแผ่นในไทยจะมีตอนไหนก็ต้องรอดูกัน

(ถ้ามีโอกาส อยากสั่งซื้อของแท้นะ อุดหนุนของดี)

#2 By โคค่อน on 2008-08-15 23:22

ความชอบมันนำไงพี่
เลยขยันได้ขยันดีopen-mounthed smile

ภาพดูกี่ทีๆก็สวย
ถึงไม่มีฟุจิให้โฮก
ก็ชอบข้อคิดเรื่องนี้อยู่ดีbig smile

#3 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-15 23:36

น่าดูมากครับ
confused smile

#4 By hummann on 2008-08-15 23:45

ด้วยการกระตุ้นความอยาก จากค่อน
วันนี้ผมก็ไปดูมา รอบเดียวกับค่อนรึเปล่าไม่รู้ 555

ผมขอเล่าในมุมมองของคนไม่เคยอ่านการ์ตูนนะ
แอบหลับไปบ้าง อิอิ (เหนื่อย+แอร์เย็น)
แต่นิดเดียวนะ เพราะว่ามันสนุกเรื่อยๆ แหะๆ

เห็นฉากแรก ผมยังงงกับภาพไอ้กลมๆที่อยู่ตรงเพดาน
ลืมเอาแว่นไป ตอนหลังเลยรู้ว่ามันเป็นนาฬิกาทรายยักษ์ที่สุดในโลก... โดนเบี่ยงประเด็นไปที่นาฬิกาทรายอันเล็กที่ตั้งอยู่ด้านล่าง 555 ขำตัวเอง

สิ่งที่ประทับใจตามมาก็คือฉากเมืองที่สวยมาก
อยากมีบ้านแบบนี้มั่งจัง... แบบว่าฉากโฮกมาก
ตอนแรกนึกว่าบ้านแม่นางเอกจะเป็นบ้านตามชนบทธรรมดาๆ แต่พอกล้องแพนผ่านหลังนางเอกไป พระเจ้าสวยมากกกกก.... ยิ่งตอนที่นางเอกวิ่งลงมาจากบ้านลงไปตามเนินเขา ยิ่งอยากไปวิ่งด้วยแบบสุดๆ... ใช่เลยอ่ะ

เรื่องนี้ผมให้กราฟอารมณ์ขึ้นๆลง ไม่ราบเรียบครับ
ซีนที่เครียดๆ จะถูกลดทอนด้วยดนตรีที่สนุก แล้วค่อยกลับมาเครียดใหม่
ผมว่าคนดูจะสบายมากขึ้นครับ ผมชอบนะ

สำหรับตัวละครต่างๆผมว่าลงตัวดีครับ
ยิ่งเป็นชิอิกะ น่ารักมากกกกกกกกกก หลงรักเธอเลย
ยิ่งตอนใส่ยูกาตะนะ น่ารักสุดๆ

ผมยังงงกับสัญลักษณ์บางอย่าง
ผู้ชายชุดดำที่ออกมาหลายครั้ง จะสื่อถึงความคิดนางเอก
รึเปล่าครับ...
แล้วไอ้น้ำช๊อคโกแลต ที่นางเอกตกลงไปมันคืออะไร
ที่นางเอกเอามือบังดวงอาทิตย์ สื่อถึงอะไรรึเปล่าครับ
... แหะๆ งง (หรือว่าหลับไปนะ )

รางวัลผู้ที่จิตใจกว้างและต้องการให้คนรักมีความสุข
ต้องยกให้ ฟุจิและชิอิกะจริงๆ...
มันเสริมทำให้เขาทั้งสองน่าจดจำมากเลยครับ
ถึงแม้ว่าบทจะน้อยกว่าการ์ตูน(ค่อนเขียนไว้)
แต่ก็เห็นภาพของ 2 คนนี้ คร่าวๆได้ครับ
คงต้องไปหาหนังสือมาอ่านเพื่อเพิ่มข้อมูลของ 2 คนนี้ซะแล้วครับ อิอิ

ผมได้ข้อสรุปจากหนังว่า คนที่เป็นคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันครับ... อดีตหวนกลับมาเป็นอนาคตคงเป็นจุดนี้อ่ะครับ

เพลงเพราะมากกก...
ภาพรวมก็โอครับ...

มีอะไรสงสัยจะมาถามอีกนะครับ
(เอะนี่จะมาแสดงความคิดเห็นหรือมาถามกันแน่ อิอิ)

ขอบคุณครับสำหรับการแนะนำ หนังและหนังสือดีๆครับ



big smile

#5 By Thai-Cubic on 2008-08-16 00:05

#5 อุตส่าห์ไปดูเพราะผม ผมก็ซึ้งใจแย่ งั้นมาตอบดีกว่า

- นาฬิกาทรายที่เห็นด้านล่าง มีไว้ให้ดูง่ายน่ะ
แต่ของจริงคืออันที่อยู่ด้านบน ตามที่พี่เข้าใจครับ

- ฉากเมืองสวยจริงๆแหละครับ คิดเน้นมาดีมาก
ความจริงแล้วแค่ซีรี่ส์ก็สวยแล้วล่ะ แต่หนังมันต้องเน้นกว่า
เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้สร้างจุดขายจังหวัดนี้เต็มๆครับ

- ที่บอกว่าอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวเครียด
เป็นสิ่งที่มีตั้งแต่การ์ตูนแล้วครับ
เป็นเสน่ห์ของงานคนนี้เลยล่ะ มีจังหวะการเล่าดีมาก
คือรู้จักแทรกตลกบ้าง แต่บทจะเครียดนี่ถึงขั้นเลย

- งานนี้ชิอิกะน่ารักโฮกสมบทบาทจริงๆครับ
ชุดยูคาตะนั่นชวนหลงเลย
(ภาพนิ่งสู้ภาพเคลื่อนไหวไม่ได้จริงๆ)

- ผู้ชายชุดดำคือตอนที่คนมาแจ้งว่าแม่ตายไงครับ
ดังนั้นพอเห็นฉากคนแบบนี้มันแทนถึงความตาย
อย่างตอนที่ฟูจิหายตัวไป นางเอกเลยนึกซ้อนมาฉากนี้เป็นต้น

- ในหนัง ฟูจิกับชิอิกะเป็นตัวเสริมครับ
แต่ถ้าในการ์ตูน จะเป็นตัวหลักที่มีผลต่อโครงเรื่องเลย
ซึ่งแนะว่าให้ลองอ่านการ์ตูนนะ
ผมคิดว่าลายเส้นงานคนนี้เปนการ์ตูนผู้หญิงที่ผู้ชายอ่านได้นะ

มีอะไรถามได้อีกนะ แต่ตอนนี้ไปซื้อการ์ตูนเต๊อะ เหอๆ

#6 By โคค่อน on 2008-08-16 00:15

ค่อนลืมตอบเรื่องช๊อคโกแลต
และมือบังแดดครับ อิอิsad smile

#7 By Thai-Cubic on 2008-08-16 00:28

โทษที มันเยอะเลยเบลอ

ไม่ใช่ช็อกโกแลตนะ แต่เป็นงานจมลงในความมืด
เป็นสิ่งที่มีในการ์ตูนครับ
ถ้าอธิบายคือ มันสื่อถึงการที่นางเอกกำลังทุกขอยู่
พอพระเอกมาช่วยก็จมไปด้วย
นางเอกเลยไม่อยากให้เป็นงั้น เลยต้องปล่อยมือ
จึงบอกเลิกพระเอกไง

ส่วนมือบังแดดอันนี้ไม่รู้ครับ
แต่คิดว่าน่าจะทำให้เกิดความต่อเนื่องกับฉากเลือดไหลที่ข้อมือน่ะ

#8 By โคค่อน on 2008-08-16 00:37

เดี๋ยวเนื่องจากผมจะปิดบังตัวเอง
พรุ่งนี้ผมจะลบเม้นต์ที่เกี่ยวกับที่คุยอันนี้นะ
ดังนั้นอย่าตกใจล่ะ

#13 By โคค่อน on 2008-08-16 01:12

...เป็นหนึ่งในหนังที่ไ่ม่กล้าดูล่ะค่ะ เพราะไม่รู้ว่าดูแล้วจะทำให้ตัวเองเป็นยังไง (เป็นพวกดูแล้วอิน กลัวใจตัวเองค่ะ -ฮา)

แต่ถ้าคุณโคค่อนบอกว่ามันจะทำให้เข้มแข็งขึ้นได้..ก็น่าสนใจค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ surprised smile

#14 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-08-16 06:50

ชอบอารมณ์หนัง
เหมือนหนังผีหลายฉาก

แต่ฉายได้ดีว่านางเอกกลัวแค่ไหน
รู้สึกยังไง ทุกข์แค่ไหน
อ่อนแอยังไง

ฟูจินี่เป็นอีกคนที่ทำให้นางเอกคิดจะเข้มแข็งเลยแหะ
[ในการ์ตูน]

อยากดูภาคซีรีย์ค่ะ

#15 By eakusnez on 2008-08-16 23:48

#13 เรื่องนี้ไม่ต้องกลัวว่าดูแล้วจะสิ้นหวังกับชีวิตนะ
มันเป็นหนังที่ให้อะไรได้เยอะจริงๆ

#14 จริงครับ หลายฉากเหมือนหนังผีมากมาย
เข้าขั้นกระตุกอารมณ์เลยล่ะ
ผมชอบตรงที่นางเอกกำลังจะจมลงไปน่ะ
เป็นอันที่ถ่ายทอดจากการ์ตูนได้เห็นภาพมากๆ

แต่น่ากลัวสุดอีกอันต้องยกให้คนที่มาบอกว่าแม่ตาย
ชุดแบบนั้น แสงแบบนั้น จะให้มองเป็นยมทูตหรอครับsad smile

อ้อ ซีรี่ส์สนุกครับ ผมเคยหาเก็บได้ที่เว็บ veoh
ซึ่งโดนไทยแบนไปแล้ว ชิ ยังเซฟไม่ครบเลยsad smile
แต่ในหนังผมว่าตรงช่วงผู้ใหญ่ยืดไปหน่อย
เพราะว่าเพิ่มอะไรไปเยอะ (แต่นางเอกก็ยังเจ๋ง)
ที่สนุกคือช่วงวัยรุ่นครัย เพราะฉากในการ์ตูนมาครบเลย
บวกใส่ไข่เพิ่มอีกหน่อย แต่โดยรวมก็คุ้มครับ

#16 By โคค่อน on 2008-08-17 00:00