[CS]MS : ความรู้สึกที่ดี
posted on 22 Dec 2008 22:53 by cocon in CUBIC-Bhumeเรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ
ใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวห้องเรียนจำลองแห่งนี้ก็แวะเข้าไปเยี่ยมชมได้นะ
_______________________________________
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม
เป็นวันที่ผมทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในชีวิต
ผมกำลังเดินเที่ยวสยาม
หลังจากที่ผมตัดสินใจว่า คงต้องทำความรู้จักที่เที่ยวของวัยรุ่นให้มากกว่านี้
เพื่อที่ว่าพอจำเป็นต้องมาจริงๆจะัได้ไม่หลง
และที่สำคัญคือ...ไม่ต้องให้ใครพาผมไปส่งที่ศูนย์เด็กหลงอีก
จริงๆตอนแรกผมก็ยังเซ็งๆกับการต้องมาเดินในที่แบบนี้
เพราะวันดูสับสนวุ่นวาย แต่ละคนใส่เสื้อแปลกๆเต็มไปหมด
แต่พอเดินไปเดินมา ชักสนุกแฮะ ข้างทางมีร้านแปลกๆเต็มไปหมดเลย
มีร้านอาหารแปลกๆมากมายด้วย ตกแต่งได้ดูน่ากินอีก
แต่พอชะเง้อมองราคาอาหารที่หน้าร้านแล้วก็ต้องถอยออกมา
มันสิ้นเปลืองจริงๆ ผมไม่มีวันจ่ายให้กับความฟุ่มเฟือยแบบนี้หรอก
แต่ที่ซึ่งเรียกว่า"สยาม"นี่ก็ใหญ่จริงๆ
เดินไปเดินมาก็ชักงง นี่ผมอยู่ตรงไหนของสยามแล้วนะ
ทั้งๆที่ผมว่าจะเดินแค่ริมถนนใหญ่ที่ขึ้นรถเมล์ได้ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่หลง
แต่พออดใจไม่ได้ เดินลึกเข้าไปข้างในแล้ว ผมชักหลงทางอีกแล้วล่ะ
อย่างไรก็ตาม การที่ผมยังอยู่นอกอาคารผมก็ยังรู้สึกอุ่นใจกว่า
เพราะถ้าเดินตรงๆไปเรื่อยๆสักทาง เดี๋ยวมันก็ทะลุออกไปที่ถนนใหญ่สักสายแหละ
แต่เอาแล้วสิ ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดด้วย หกโมงเย็นแล้วนี่หว่า
ไม่น่าเริ่มเดินตอนบ่ายเลย นี่ถ้ากลับบ้านดึกจะโดนว่าไหมเนี่ย
ในที่สุด...ผมก็เดินมาถึงถนนใหญ่เสียที
เห็นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอยู่ลิบๆด้วย งั้นคงไม่หลงแล้วสินะ
จะว่าไป ทำไมอาคารข้างทางตรงนี้มีแสงสีฉูดฉาดจัง
แล้วก็มีป้ายโปสเตอร์หนังมากมายอยู่
...
โรงหนังสินะ
จะว่าไป ผมเองก็ไม่เคยได้ดูหนังเลยแฮะ
ไม่สิ มานึกๆดูแล้วเหมือนพ่อแม่เคยจะพาผมมาดูหนังสมัยยังเด็ก
แต่คงเพราะยังเด็กมาก ตอนนั้นผมกลัวความมืดและอาละวาด
จนพ่อแม่ไม่ได้พามาอีกเลยจนถึงบัดนี้
ทั้งๆที่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้มีความกลัวงี่เง่าแบบนั้นอีกแล้ว
แต่เพราะผมเองก็ไม่รู้จะมาดูอะไร ก็เลยยังไม่ได้เข้าโรงหนังอีกเลย
...
ทันใดนั้นเอง ผมได้เห็นคนหนึ่งที่หน้าดูคุ้นๆ กำลังจะเดินเข้าไปโรงหนังอยู่
คุ้นมากแต่ทำไมเหมือนรู้สึกว่าความทรงจำที่มีต่อคนนั้นดูบางเบา
เอ... น่าจะเพื่อนผู้หญิงที่ห้องเรานี่นะ แต่ใครกันหว่า
ด้วยความสงสัย ผมเลยลองเดินตามไป โดยเร่งเท้าให้เร็วขึ้นหวังจะไปทักเธอ
แล้วผมก็เห็น... ว่าเธอคือ...
" ฟองคลื่น!"
น่าจะใช่นะ
"ฟองคลื่นใช่ไหม"
ผมถามย้ำอีกทีเพราะเธอไม่ได้ยิน
หลังจากถามครั้งที่สอง ฟองคลื่นก็หันมา
พอเธอเห็นผมก็สะดุ้ง สงสัยผมทำให้เธอตกใจสินะ
ผมเลยลดเสียงลงและทักทายเธออีกที
"สวัสดี"
"... สวัสดี ...เอ่อ เธอคือ..."
"ภูมิ เพื่อนร่วมห้องไง"
"โทษทีนะ ฉันจำหน้าได้แหละแต่พอดีนึกชื่อไม่ออก"
เธอพูดเสียงเบาๆด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด ซึ่งพาลจะทำให้ผมรู้สึกผิดตาม
"ง่า ไม่แปลกหรอกมั้ง ก็เราไม่เคยคุยกันนี่นา"
ก็จริงแหละนะ ผ่านมาเทอมนึงแล้วผมยังไม่เคยได้คุยกับเธอเลย
ที่จริงแล้วเธอก็เป็นคนเงียบคนหนึ่งในห้องเหมือนกัน ผมเองก็อยากเข้าไปชวนคุย
แต่ตอนนั้นผมใช้เวลาพยายามกับ"วิ"นานไปหน่อย
และมักจะเผลอหลับไปก่อนที่จะคุยกับคนอื่น
จะว่าไป เธอก็ได้เรียนวิชาภาษาสเปนเหมือนกับเรานี่นา
ทำไมเราถึงไม่ได้คุยกับเธอเลยนะ
ผมนึก...ถึงสาเหตุ... แล้วก็มีความทรงจำที่ไม่อยากนึกถึงแวบเข้ามา
ผมกลบมันทันทีแล้วคุยกับเธอต่อ
"ฟองคลื่นมาดูหนังหรอ"
"อืม... จ๊ะ"
"หรอ นีเราไม่ได้ดูหนังมานานแล้วล่ะ แล้วฟองคลื่นล่ะ"
คำถามของผมนั้น สงสัยเป็นคำถามที่มหัศจรรย์
เพราะพอผมพูดออกไป เธอก็เปลี่ยนสีหน้ามาเป็นแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอดูสดใสและเปล่งประกาย ไม่เหลือเค้าสาวซึมอย่างที่ผมเห็นที่โรงเรียนเลย
"ฉันมาดูหนังทุกเย็นวันเสาร์เลยล่ะ เนี่ย หนังดีๆมีเยอะนะ ภูมิไม่สนบ้างหรอ"
"อ่า ก็... เราไม่รู้จะดูอะไรนี่นา"
"แล้วภูมิชอบหนังแนวไหนล่ะ ฉันแนะนำได้นะ"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ซึ่งทำให้ผมตั้งตัวไม่ทัน
ไม่คิดว่าฟองคลื่นจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เวลาพูดถึงเรื่องหนัง
"เอ่อ ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฟองคลื่นชอบแนวไหนหรอ"
"ฉันหรอ ฉันชอบหนังพีเรียด หรือไม่ก็หนังสงคราม แต่ไม่เอาหนังตลกมุกแป๊กนะ แล้วก็หาดีวีดีมาดูโดยเฉพาะพวกเบื้องหลังนี่ต้องหามาให้ได้เลย แล้วก็... "
ผมกำลังฟังเธอพูดเกือบไม่ทัน แต่แล้วเธอก็หยุดพูด แล้วก็
"เอ้อ....ก็ ...ประมาณนี้แหละจ้ะ"
กลับมาเป็นเหมือนฟองคลื่นในแบบที่คุ้นเคย
คนที่เงียบๆ ดูไม่กล้าพูด และหน้าแดง (อันนี้ผมพึ่งเคยเห็น)
"อ๊ะ ใกล้เวลาหนังฉายแล้ว เดี๋ยวต้องไปก่อนนะ แล้วเจอกันจ๊ะ"
เธอพูดเช่นนั้น ซึ่งทำให้ผมนึกได้ว่าผมดันไปรั้งเธอหรอเนี่ย
"อ่า ขอโทษนะฟองคลื่นที่รั้งเธอไว้"
เธอซึ่งหันไปแล้วก็หันกลับมามองผมอีกครั้ง
สีหน้าเํธอตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง
เธอไม่ได้ดูซึมๆเหมือนที่เห็นในโรงเรียน
เธอไม่ได้ดูกระตือรือร้นจนน่าตกใจเหมือนเมื่อกี๊
แต่เธอในตอนนี้ ... ผมรู้สึกว่า ...
เธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
"ไม่หรอกจ๊ะ..."
"เอ๋" อะไรหรอ ผมสงสัย
"เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้คุยกับเพื่อนในโรงเรียนเรื่องหนังเนี่ย"
"ฉันรู้สึกดีมากเลย"
และแล้วเธอก็หันหลังและเดินเข้าไปที่โรงหนัง
ผมที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้แต่สงสัยว่า ทำไมเธอถึงรู้สึกดีนะ
...
และผมจะรู้สึกดีอย่างเธอได้บ้างไหมนะ
---
เช้าวันจันทร์
ต้องกลับมาที่โรงเรียนอีกแล้ว
ต้องกลับมาหนีความจริงอีกแล้ว
เมื่อไหร่...ความรู้สึกแย่ๆจะหายไป
จะว่าไป...แล้วทำไม ผมต้องจมปลักกับความรู้สึกแย่ๆคนเดียวด้วยนะ
ผมจะเป็นคนอ่อนแอขนาดนี้เลยหรอ มันแย่เกินไปแล้ว
เกือบเดือนที่ผ่านมา กับการทำตัวให้คนอื่นต้องเป็นห่วง ผมไม่รู้สึกดีเลย
สุดท้ายแล้วผมจะมีโอกาสได้รู้สึกดี สนุกสนานกับชีวิตในโรงเรียนได้อีกไหมนะ
ผมเดินเข้ามาที่ห้องเรียน
ผมจะต้องก้มหน้าเพื่อหลบใครบางคนอีกไหมนะ
แต่แล้ว ผมก็เหลือบไปเห็นคนที่ผมพึ่งเจอเมื่อวันเสาร์
คนที่บอกว่า"รู้สึกดี"ที่ได้คุยกับผม
ฟองคลื่น...
เธอตอนนี้จะเป็นเหมือนตอนที่ผมเจอตอนนั้นไหมนะ
ผมคงจ้องเธอนานไป เธอเลยสบตามาที่ผม
เธอไม่ใช่คนที่จะทักใครก่อนอยู่แล้ว ผมไม่แปลกใจ
แต่เพราะคำพูดที่เธอพูดเมื่อวานทำให้ผมเองก็ยังพูดไม่ออก
แต่แล้ว...
นี่สินะ...
ความรู้สึกที่ดี
_______________________________________
สรุป
1. ภูมิซ้อมเดินสยามเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต
2. เดินไปเดินมาก็ยังหลง จนมาอยู่ที่หน้าโรงหนังแห่งหนึ่งแถวย่านสยาม
3. ภูมิเจอฟองคลื่นกำลังเข้าโรงหนัง เลยเข้าไปทักทาย(ตามนิสัย)
4. ภูมิอึ้งเมื่อเขาถามถึงเรื่องหนังแล้วฟองคลื่นกระตือรือร้นขึ้นมาอย่างไม่เคยเห็น
5. ตอนกำลังจะแยกกันไป ฟองคลื่นบอกว่าเธอ"รู้สึกดี"ที่ได้คุยเรื่องหนังกับเพื่อนเป็นครั้งแรก
6. ภูมิสงสัยและอยากรู้ว่าทำไมและทำยังไงถึงจะรู้สึกดีได้บ้าง
7. และพอถึงวันจันทร์ ก็ได้เจอฟองคลื่นอีกครั้ง
8. และเมื่อเธอยิ้มมาให้(เพราะเธอก็ยังไม่ใช่คนที่กล้าคุยกับคนอื่นก่อน)
9. ภูมิก็สามารถยิ้มด้วยความรู้สึกที่ดีเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน
_______________________________________
ผลต่อเนื่อง
1. หลังจากนี้ (วันจันทร์ที่22) ภูมิจะไม่ทำตัวซึมอีกแล้ว และกลับมายิ้มจริงๆได้อีกครั้ง
2. ภูมิเริ่มกลับมาคุยกับคนรอบตัวมากขึ้นอีกครั้ง
เพราะรู้สึกลึกๆว่าการได้คุยกับคนอื่นมากขึ้นน่าจะรู้สึกดีได้เช่นกัน
3. ภูมิไม่หนีหน้าฟ้าแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่กับคนอื่นมากกว่าเหมือนเดิม
4. ต่อไปภูมิจะเริ่มเข้าไปชวนฟองคลื่นคุยในช่่วงก่อนคาบสเปนหรือพักเที่ยงมากขึ้น
5. อนาคตภูมิอาจจะลองชวนฟองคลื่นดูหนัง เพราะอยากรู้เหตุผลในความชอบของเธอ
ผลข้างเคียง
1. ฟ้าจะรู้สึกยังไงนะ
2. บูมจะรู้สึกยังไงนะ (แต่ไม่น่าจะรู้สึก เพราะมองยังไงก็ดูเป็นเพื่อน)
3. แม่ยกจะรู้สึกยังไงนะ (ภัยใหม่มาแล้ว)
4. หนุ่มซึนจะรู้สึกยังไงนะ (อยากอยู่เฉยนานไปดีนัก)
_______________________________________
ความเห็นจากผู้เขียน
ด้านภาพ
1. รู้สึกว่าไปๆมาๆผมจะัวาดฟองคลื่นเยอะสุดแล้วแฮะ
2. ปลดล็อกอารมณ์ภูมิอีกอัน ยิ้มแบบฟ้าหลังฝน
ด้านเรื่อง
เรื่องนี้เริ่มต้นจากการคิดว่าอยากให้ภูมิออกจากระบบเครียดบ้าง คนเขียนเหนื่อยแล้ว
และก็ไปประจวบเหมาะกับการที่เห็นว่าภูมิเป็นคนชอบชวนคุยกับคนที่เงียบๆ
แล้วฟองคลื่นก็เป็นอีกทางเลือกที่เป็นไปได้สูงเพราะเรียนสเปน
เลยไปค้นคว้าหาข้อมูลดู ว่ามีอะไรที่มีความเป็นฟองคลื่นนอกเหนือจากฟิคซึนบ้าง
ก็ได้พบกับความจริงที่ลืมไปแล้วว่า "เธอชอบดูหนัง"
ผมเลยไปปรึกษาและขออนุญาตจากผปค.ฟองคลื่นว่าจะขอลูกเขามาเขียนมั่ง
ซึ่งก็ขอขอบคุณที่ตอบกลับมาไวมาก เลยทำให้สามารถคิดเรื่องต่อได้เลย
เห็นอย่างภูมิกับฟองคลื่นโดนทำร้ายจิตใจกลายๆจากมาดามและหนุ่มซึนตามลำดับแล้ว
เราจะปล่อยให้โดนทำร้ายฝ่ายเดียวไม่ได้แล้วล่ะ มาสนิทกันเองดีกว่า
ทางมาดามไม่น่าจะเป็นไรมั้ง เพราะคงรู้ดีว่ายังไงก็แค่เพื่อน (จะแคร์บ้างไหมนะ)
แต่ทางหนุ่มซึนนี่สิ...
3115 คงเป็นยาแรงของหนุ่มซึนเลยล่ะ
มัวแต่ซึน สาวไม่รู้นะครับ
นอกจากนี้คาดว่าหลายคนคงงานเข้ากระจุย
แต่อย่างน้อยภูมิก็รู้สึกดีขึ้นแล้วนะ เห็นเอาใจช่วยมาตลอด คราวนี้ได้ผลแล้วนะ
ป.ล. เข้าใจว่า ผปค.ไม่ว่างนะครับ ไม่ต้องซีเรียสหรอก

[ตูน]ไตลาน:หนองตา #1 กะปอม





( โฮก )
)
เอร๊ย
ชอบประโยคนี้ครับ
"มัวแต่ซึน สาวไม่รู้นะครับ "
#1 By @arrow@ & Puu on 2008-12-22 23:00