[CS]MS : ไฟคริสต์มาส(2) (จบ)
posted on 30 Dec 2008 01:46 by cocon in CUBIC-Bhumeเรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ ครับ
ใครที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวห้องเรียนจำลองแห่งนี้ก็แวะเข้าไปเยี่ยมชมได้นะ
_______________________________________
* คำเตือน ฟิคนี้ยาวและไม่ได้ใช้ตัวละครโรงเรียนลูกบาศก์ตัวอื่นเลย
แต่เป็นเรื่องราวที่มีผลต่อการพัฒนาความรู้สึกของภูมิโดยตรง
ดังนั้นใครที่คิดว่าจะเขียนถึงภูมิ ไม่อยากให้พลาดอันนี้ครับ
ความเิดิม (ขอให้อ่านเอนทรี่นี้ก่อนครับ)
การเดินดูไฟคริสต์มาสยังคงดำเนินต่อไป
ผมเดินตามพี่หวานไปเรื่อยๆ มาจนถึงลายเซ็นทรัลเวิร์ลที่ดูมีคนถ่ายรูปมากมาย
คงเพราะมีฉากต่างๆที่จัดไว้หลากหลาย ได้บรรยากาศของงานฉลองอย่างเต็มที่
แบบนี้สงสัยคงจะกลับดึกแน่เลยถ้าจะถ่ายรูปให้ครบทุกฉาก
แต่คงไม่เป็นไรมั้ง เพราะว่าพรุ่งนี้ก็ยังเป็นวันหยุด
ผมคิดไปเรื่อยๆระหว่างเดิน จนไม่รู้ว่าพี่หวานหยุดเดินตั้งแต่เมื่อไหร่
"ภูมิ"
"เอ๋ พี่หวาน ไม่เดินต่อหรอครับ"
"กลับกันเถอะ"
"อ้าว ไม่ถ่ายรูปต่อหรอครับ"
"ก็น้องดูเบื่อแล้วนี่นา"
โถ่ ผมทำให้พี่หวานห่วงอีกแล้วหรอเนี่ย ทั้งที่ตั้งใจจะทำให้พี่หวานรุ้สึกดีแท้ๆ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเดินเป็นเพื่อนได้"
"ไม่เอาล่ะ พี่ว่าน้องตอนนี้คงไม่อยากเที่ยวหรอกใช่ไหม"
"เอ๋"
"ยังมีอะไรค้างคาอยู่ล่ะสิ"
"..."
"ไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า"
ผมกับที่หวานเดินมาพักที่ขอบสระน้ำที่เป็นแนวยาว
สะท้อนเงาต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
ตรงนี้ดูเงียบสงบกว่า เหมาะกับการเป็นจุดหยุดพักหลังการเดินจริงๆ
พอได้หยุดนิ่ง ก็ทำให้สังเกตพฤติกรรมคนที่อยู่ในงานเทศกาลได้ชัดขึ้น
ผมเห็นคนเดินด้วยกัน เป็นกลุ่มบ้าง เป็นคู่บ้าง หลากหลายเพศหลากหลายวัย
ทุกคนดูมีความสุขกับงาน ทุกคนดูมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน
"ถ้าคนเราเข้าใจกันและกันได้ คงจะมีความสุขแบบนี้ใช่ไหมครับ"
ผมเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไป สงสัยเพราะบรรยากาศพาไป
ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ พี่หวานพอได้ยินก็จ้องมาที่ผมเลย ทำยังไงดีนะ
"แต่อย่างน้อยน้องก็เริ่มจากเข้าใจตัวเองก่อนแล้วนี่นะ นี่เป็นจุดเริ่มที่ำสำคัญเลยล่ะ"
"อ่า...ครับ"
ขอบคุณที่ปลอบใจนะครับ แต่ผมว่ามันก็ยังไม่พอ
"ความรักน่ะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอกนะ"
"ก็ใช่น่ะสิครับ ผมว่าความรักมีแต่ทำให้เจ็บปวด"
"น้องภูมิเจ็บ...หรือน้องภูมิกลัวที่จะเจ็บกันแน่"
"..."
"ยังไม่ทันได้พยายามจริงๆ แต่ถอยออกมาก่อน อย่างนี้เรียกว่ากลัวเจ็บมากกว่ามั้ง"
...
คำพูดของที่หวาน เสียดแทงเข้าไปที่ส่วนลึกของจิตใจ
"แล้วพี่รู้ได้ไงล่ะว่าผมไม่พยายาม ผมก็พยายามแล้วนะ"
"พี่ว่าน้องคงยังพยายามไม่พอ"
"..."
"เพราะถ้าน้องพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว ถึงน้องจะแพ้ มันก็จะจบจริงๆ ถึงมันจะทำให้เจ็บสักแค่ไหน แต่พอมันผ่านพ้นไปแล้วก็จะไม่มีอะไรค้างคาอีกต่อไป"
"..."
"แต่ถ้าน้องยังหนีอยู่อย่างนี้ น้องคงไม่สามารถมีความรักได้อีกต่อไป"
"..."
ผมได้แต่ก้มหน้าฟังพี่หวานพูดออกมาเรื่อยๆ
ผมพูดไม่ออก
แต่แม้ว่าพี่หวานตอกย้ำขนาดนี้
ผมก็ยังรู้สึกได้ว่า...
พี่หวาน... เป็นห่วงผม
"เข้าใจหรือยังจ๊ะ"
"...พี่หวานครับ"
"อะไรจ๊ะ หรือจะถามอะไร"
ผมอยากถามในสิ่งที่ผมสงสัยมานานแล้ว
เป็นคำถามที่สงสัยยิ่งกว่าเรื่องความรักที่พึ่งจะรับรู้
เป็นคำถามที่ผมเคยถามพี่หวานตั้งแต่ที่เกาะยอแล้วพี่หวานยังไม่ตอบให้ชัด
ผมจะไม่ยอมให้มันผ่านพ้นไปอีกแล้ว
ผมคิดว่า ณ ตอนนี้ผมควรจะัรู้เสียที
"ทำไมพี่ต้องพยายามช่วยผมขนาดนี้ด้วยล่ะครับ"
"หืม?"
"ก็ถ้าผมเป็นผู้ชายที่แย่จริงๆ พี่จะปล่อยให้ผมเป็นแบบนี้ไปก็ได้ ไม่เห็นต้องเดือดร้อนด้วยเลย"
"ก็เพราะว่าน้องเป็นน้องของพี่ไง"
"ไม่ใช่เป็นพี่น้องแท้ๆกันสักหน่อย เป็นญาตินี่นา"
"ถึงเป็นญาติ แต่ก็เป็นน้องที่พี่รักมากที่สุดนะ"
"..."
"จริงๆนะจ๊ะ"
"ทำไมล่ะครับ ผมที่ชอบโวยวายและพูดจารุนแรงใส่พี่เนี่ยนะ"
"พี่เองก็เป็นคนที่ชอบแกล้งน้องเหมือนกันนี่นา ก็พอกันแหละ"
"ใช่สิ ผมไม่เห็นจะรู้สึกโดนปั่นหัวและเดือดมากเท่ากับตอนอยู่กับพี่เลย"
"นี่เป็นคำชมใช่ไหมจ๊ะ พี่ขอรับไว้แล้วกัน"
"ง่ะ พี่หวาน"
ผมจะโดนพี่หวานเบี้ยวคำตอบอีกหรือเปล่านะ
แต่ผมก็อยากรู้จริงๆ...
ว่าทำไมพี่หวานถึงทำเพื่อผมขนาดนี้
"พี่ก็แค่อยากให้น้องภูมิดูสดใสเหมือนแต่ก่อนไงล่ะ"
...
"เอ๋?"
"ตั้งแต่ได้เห็นน้องภูมิมา พี่ไม่เคยเห็นน้องภูมิเศร้าเท่าตอนนี้เลย"
"..."
"คิดว่าหลังจากกลับไปจากสงขลาแล้วน้องภูมิน่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่เลย..."
"พี่หวาน..."
"พี่ก็ไม่เคยคิดเลย ว่าความรักจะทำให้น้องเศร้าได้ขนาดนี้"
"..."
นั่นสินะ ความรักเป็นสิ่งที่เจ็บปวด
แต่ทำไมมันต้องเจ็บปวดไปถึงคนข้างเคียงด้วยนะ
"ดังนั้นน้องรีบจีบสาวให้สำเร็จแล้วกัน พี่จะได้สบายใจ"
"ง่า"
พี่หวานกลับมาหัวเราะคิกคักอีกครั้ง ผมตามพี่ไม่ทันจริงๆ
"อ่า... แต่มันก็คงไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ"
"ทำไมล่ะจ๊ะ"
"ก็ผมไปพูดไม่ดีกับเค้าแล้วอะ"
"คนเรามันแก้ตัวกันได้ี่นี่นา ก็พยายามอีกครั้งสิ"
"ผมก็..."
"ถ้าเราพยายาม สักวันเค้าก็จะรู้เองล่ะว่าน้องให้ความสำคัญกับเค้า"
"..."
"เข้มแข็งหน่อยสิจ๊ะ อย่าโตแต่ตัวสิน้อง"
"ครับ..."
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง
ไม่สิ ตอนนี้รอบๆตัวผมก็ยังมีเสียงของคนที่สนุกสนานกับงานอยู่ทั่วไป
แต่ที่เงียบนั้นคือระหว่างผมกับพี่หวาน
ปกติแล้วพี่หวานมักจะพูดตลอดเวลา จนไม่มีช่วงที่เงียบเลย
แต่พอพี่หวานเงียบเองแล้ว ผมเองกลับเป็นคนที่รู้สึกว่า ต้องพูดอะไรสักอย่างบ้าง
จะว่าไป บรรยากาศของที่นี่มันทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก
และแม้แต่พี่หวานก็ดูแปลกไปจากเดิม ทั้งเสื้อผ้าและความรู้สึกที่สัมผัสได้
หรือนี่เป็นพลังของวันพิเศษอย่างวันคริสต์มาสกันแน่นะ
เหมือนมันจะทำให้อะไรบางอย่างเกิดขึ้นได้ในวันนี้
อย่างน้อย...ช่วงเวลาแบบนี้ทำให้ผมอยากคุยกับพี่หวานในหลายๆเรื่อง
สิ่งที่เก็บไว้ในใจค่อยๆออกมาทีละนิด
"พี่ครับ"
"อะไรจ๊ะ"
"ผมว่าความรักที่ดีมันต้องเกิดจากการเข้าอกเข้าใจกันของทั้งสองฝ่ายใช่ไหม"
"แน่นอนจ๊ะ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ยืนหรอก"
"รวมทั้งการให้ความรู้สึกที่ดีต่ออีกฝ่ายด้วยใช่ไหม"
"ใช่จ๊ะ น้องภูมิก็รู้ดีนี่นา"
"เหมือนอย่างที่พี่พยายามทำให้ผมรู้สึกดีใช่ไหมครับ"
"แหม ปากหวานจริงนะเรา ไม่คิดว่าอย่างน้องภูมิจะพูดแบบนี้เป็นด้วย"
พี่หวานยังคงแซวผมตามประสาอีกเช่นเคย
แต่น่าแปลกที่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกอยากจะโวยวายตอบอีกแล้ว
บรรยากาศตรงนั้นกำลังผลักดันให้ผมพูดสิ่งที่อยู่ในใจต่อไป
"แล้วทำไม พี่หวานต้องมาช่วยผมขนาดนี้ ทั้งๆที่สุดท้ายแล้วพี่ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย"
"ภูิมิ..."
"ก็มันไม่ยุติธรรมเลยนี่นา..."
"ทั้งๆพี่ทำดีกับผมขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็เพื่อให้ผมไปทำดีกับคนอื่น"
ผมไม่รู้ว่าทำไมน้ำเสียงผมเริ่มสั่นเครือ
ความรู้สึกบีบคั้นยิ่งกว่าที่เคยเป็น
ความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้
หรือว่า...
"ถ้าเป็นแบบนั้น... ให้ผมคบกับพี่หวานยังดีกว่าอีก"
เงียบ...
ตอนนี้เงียบสงัด
ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงรอบตัว
อย่างกับโลกนี้เหลือแค่ผมกับพี่หวาน
"ภูมิ"
"..."
"พูดอย่างกับพี่อยากจะเป็นแฟนกับน้องภูมิเลยนะ"
"ง่ะ...ขอโทษครับ ผมแค่หมายความว่า..."
"พี่รู้นะว่าน้องกำลังสงสารพี่ แต่พี่ไม่อยากให้น้องคิดว่าพี่ช่วยน้องเพื่อหวังผลอะไร"
"พี่หวาน..."
"ภูมิจ๊ะ อย่าคิดว่าความรักต้องหวังผลตอบแทนสิ ไม่ดีเลยนะจ๊ะ"
"ผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น... ผม..."
"พอเถอะ พี่ว่าเราคุยกันมากพอแล้ว กลับบ้านดีกว่า"
ผมไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
พี่หวาน...ปิดประตูการสื่อสารลงแล้ว
...
รถไฟฟ้าตอนนี้คนน้อยลงแล้ว
แม้ว่ายังไม่มีที่นั่งว่างก็ตาม แต่คนในรถก็ไม่ต้องยืนเบียดกันมากนัก
นั่นหมายถึงระยะห่างของผมกับพี่หวานก็มากขึ้นด้วย
ยิ่งห่างถึงยิ่งรู้สึก ห่างแล้วถึงได้เข้าใจ
ว่าทำไมพี่หวานถึงไม่ปล่อยให้มีช่วงเวลาที่เงียบระหว่างอยู่ด้วยกัน
การที่พี่หวานเป็นฝ่ายคุยนำตลอด
เพื่อให้ความรู้สึกของการเป็นพี่น้องยังคงไว้
ไม่ให้ไกล...มากกว่านั้น
...
พอถึงบ้าน ตอนนี้ที่ชั้นล่างของบ้านนั้นมืดมิดไปหมดแล้ว
ก่อนที่พี่หวานจะเดินขึ้นชั้นบน
ท่ามกลางความมืดมิดนั้น
พี่หวานพูดอย่างแผ่วเบา
"น้องรีบๆมีแฟนไปเถอะ..."
"พี่จะได้ไม่หวังไปมากกว่านี้"
...
เช้าวันถัดมา พี่หวานกลับมาเริงร่าและแกล้งผมอย่างเคย
ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ผมไม่อาจลืมเมื่อวานนี้ได้เลย
ผมเหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้น
แต่ความเข้าใจนั้น...
ทำให้เจ็บปวด...จริงๆ
(จบ)
_______________________________________
สรุป
1. ภูมิคิดว่าแค่เดินเป็นเพื่อนพี่หวานก็พอแล้ว ถึงแม้ตัวองไม่ได้สนใจจะเที่ยวก็ตาม
2. พี่หวานก็ดูออกว่าภูมิไม่ได้สนุกไปด้วยเพราะมีอะไำรค้างคาในใจ เลยเปลี่ยนแผนไปนั่งคุยกัน
3. ภูมิมองไปรอบๆเห็นคู่รักในเทศกาล เลยพูดคุยเรื่องความรักกับพี่หวาน
4. พี่หวานก็ให้แง่คิดต่างๆเหมือนเคย และภูมิก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าพี่หวานห่วงตัวเองมาก
5. ภูมิถามพี่หวานว่าทำไมพี่หวานถึงพยายามช่วยเขาขนาดนั้น ทั้งๆที่เพื่อให้เขาไปทำดีกับคนอื่น
6. ภูมิพูดออกไปว่า "ถ้าเป็นแบบนั้น ให้ผมคบกับพี่หวานยังดีกว่าอีก"
7. พี่หวานบ่ายเบี่ยงประเด็น และบอกให้กลับบ้านกัน เป็นการจบบทสนทนาไม่ให้ภูมิพูดต่อ
8. พอถึงบ้าน ก่อนแยกย้ายกัน พี่หวานพูดว่า"น้องรีบๆมีแฟนไปเถอะ...พี่จะได้ไม่หวังไปมากกว่านี้"
9. แม้ว่าวันถัดมาพี่หวานจะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภูมิก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
ผลต่อเนื่อง
- ภูมิเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างกับพี่หวานแล้วเช่นกัน หลังจากที่ผ่านมาคิดแต่เรื่องโดนแกล้ง
- พี่หวานยังคงมีท่าทีกับภูมิเช่นเดิม แต่จะยิ่งระวังไม่ให้ภูมิทำให้มันเกินเลยมากกว่านั้น
ภูมิในตอนนี้
- ยิ่งสับสนเรื่องความรักมากขึ้น เพราะตอนนี้คนที่สำคัญไม่ได้มีแค่หนึ่งคน
- ย้ำว่าภูมิจะไม่หนีฟ้าแล้ว และพยายามทำตัวปกติ แต่ทางฟ้าจะเป็นยังไงไว้รอผปค.ทางนั้นบอก
- กับฟ้า...ภูมิเริ่มมีท่าทีแบบคนที่รู้สึกตัวแล้วว่ารัก นั่นคือเริ่มมีเขินล่ะ
- กับพี่หวาน...จะเริ่มไม่โวยวายเวลาพี่หวานแหย่แล้ว และพูดจริงจังกับพี่หวานมากขึ้น
_______________________________________
ความเห็นจากผู้เขียน
อยากบอกก่อนเลยว่า ฟิคตอนนี้เขียนยากมากกกกกกกกกกกกก
เพราะรู้สึกว่าจะต้องเริ่มฟันธงกับความรู้สึกและท่าทีของพี่หวานแล้ว หลังจากแกล้งเบลอมานาน
ผมยังไม่อยากมาร่ายยาวว่าพี่หวานรู้สึกยังไง เอาเป็นว่าถ้า่อ่านเองน่าจะดีกว่าครับ
โดยที่การสรุปนั้นผมจะเน้นในส่วนของภูมิ ซึ่งจำเป็นต่อคนที่จะเขียนถึงภูมิในอนาคตครับ
เดิมทีเวลาเอาพี่หวานมาเขียนจะรู้สึกสนุกมาก เพราะเธอเล่นแบบตรงๆ พูดทีภูมิจอด
แล้วเวลาสอนอะไรก็ง่าย เพราะไม่ต้องมีความเกรงใจ ออกจะสนิทกันขนาดนั้น
แต่พอเข้าเรื่องของตัวพี่หวานเอง ก็ต้องพยายามเขียนให้คลุมเครือไว้
เหมือนกับพี่หวานจะให้ภูมิเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ไม่เปิดโอกาสให้เจาะลึกความรู้สึกตัวเอง
ซึ่งที่ผ่านมาภูมิก็ไม่ทันคนอยู่ดี เลยรอดมาได้เรื่อยๆ
แต่คราวนี้ซึ่งถึงจุดที่ภูมิเริ่มเข้าบทบาท"รุก"โดยไม่รู้ตัวบ้างแล้ว
เลยยากมากที่จะกำหนดท่าทีของพี่หวานว่าจะเอายังไง
หลังจากลองเลือกอันที่ลงตัวดูเป็นพี่หวานที่สุดก็ได้ดังที่เห็นครับ
เหตุการณ์คราวนี้จะทำให้ภูมิเริ่มพยายามมองความรักและสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างลึกซึ้งขึ้น
ดังนั้นการเขียนถึงภูมิคงยากขึ้นตามลำดับ แต่ก็คงท้าทายผู้เขียนทั้งผมและคนอื่นด้วยเช่นกัน
ภูมิเริ่มกำลังจะเป็นหมีพยศแล้ว ขอให้เตรียมใจกันไว้ได้เลยครับ
ป.ล. ผมคงไม่เขียนฟิคปีใหม่ด้วยตัวเองนะครับ
ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าถ้าเขียนถึงภูมิแล้วจะกระทบโครงเรื่องหลักของผมนะ(เพราะผมไม่ได้คิด)
อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัวร์ถ้าอยาดกเขียนถึงภูมิก็ ems ปรึกษาได้ครับ ยินดีอย่างยิ่ง

[ตูน]ไตลาน:หนองตา #1 กะปอม





ระเบิดลงหมีอีกหนึ่ง ผูกปมเข้าไปอีก
ในที่สุดภูมิก็เริ่มจะเข้าใจอะไรที่ซับซ้อนมากขึ้นแล้วสินะ
ชอบปฏิกิริยาของพี่หวานตอนเจอหมีรุกฆาตแบบไม่ทันตั้งตัว สมกับเป็นพี่หวานดี รักษาเหลี่ยมและมาดผู้ใหญ่ไว้ได้ ไม่มีตกหล่นในตอนแรก แต่สุดท้ายก็แอบหลุดความอ่อนไหวออกมาบ้างเหมือนกัน
#1 By irindel on 2008-12-30 03:07