[ตูน]ไตลาน #2 ภาษา...กุญแจแห่งการสื่อสาร
posted on 21 Jun 2009 16:02 by cocon in COMIC-TAILAN
ความเดิม
สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน
1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง
3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด
ถ้าเข้าใจแล้ว เชิญอ่านได้เลยครับ
ไตลาน
๒
ตอนแถม
ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น
แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ
นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน
หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ
รู้จักเมืองไทยผ่านไตลาน ตอนที่ 2
เรื่องที่ 1 - ภาษาไทย
(อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาไทย)
ภาษาไทย เป็นภาษาราชการของประเทศไทย และภาษาแม่ของชาวไทย และชนเชื้อสายอื่นในประเทศไทยภาษาไต ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-กะได สันนิษฐานว่า ภาษาในตระกูลนี้มีถิ่นกำเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศจีน และนักภาษาศาสตร์บางท่านเสนอว่า ภาษาไทยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับ ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับเสียงของคำแน่นอนหรือวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษาจีน และออกเสียงแยกคำต่อคำ เป็นที่ลำบากของชาวต่างชาติเนื่องจาก การออกเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคำ และการสะกดคำที่ซับซ้อน นอกจากภาษากลางแล้ว ในประเทศไทยมีการใช้ ภาษาไทยถิ่นอื่นด้วย
นอกจากนี้ ผมขอแนบลิงค์ข้อมูลดี ๆ ไว้อ้างอิง สำหรับคนที่สนใจมาทบทวนประวัติของภาษาไทยครับ
หน้าที่ผมเอามานี้เป็นหน้าที่ 4 ของทั้งหมด จะมีพูดถึงอักษรไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย รวมถึงการทำหนังสือแบบต่าง ๆ ด้วย
ถ้าสนใจเชิงลึกก็ลองกดดูหน้าอื่นของเว็บนั้นได้เลยครับ
ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้
1.1 "ภาษาไทย" เป็นภาษากลางของอาณาจักรไตลาน โดยเมืองที่ใช้ภาษาไทยคือเทพานครอันเป็นเมืองหลักที่รับการติดต่อกับต่างชาติ (และเป็นเมืองแรกที่ฟรังมาเยือน) นอกจากนี้จะมีภาษาในตระกูลเดียวกันเป็นภาษาถิ่นในเมืองอื่นตามภูมิภาคต่าง ๆ ภายในอาณาจักรไตลาน
ขอเน้นอีกรอบว่า แต่ละเมืองจะมีอิสระในการปกครองและการพัฒนาวัฒนธรรมประจำถิ่น แต่เพื่อให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้สะดวกขึ้น จึงได้ใช้ภาษาไทยของเทพานครซึ่งอยู่กึ่งกลางอาณาจักรนั่นเอง ถ้าพูดง่าย ๆ คิดว่า ภาษาไทยคือภาษาอังกฤษของโลกไตลาน จะช่วยให้นึกภาพได้ง่ายที่สุด
1.2 ความยากของภาษาไทยในสายตาของชาวต่างชาิติ คือ "วรรณยุกต์" หรือระดับเสียงของคำ ที่จะเชื่อมโยงกับการจำแนกอักษรเป็นอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ ที่แม้แต่คนไทยอย่างเรา ๆ ก็ยังสับสนได้ง่ายระหว่างอยู่ในโรงเรียน (หรือแม้แต่หลังเรียนจบแล้วก็ตาม)
1.3 อักษรไทยที่จะใช้ในไตลานจะเป็น"อักษรอาลักษณ์" แทนที่จะเป็นอักษรโบราณ เพื่อให้ผมสามารถเขียนได้ตลอดโดยไม่ต้องมากังวลว่าเขียนอักษรแบบโบราณได้ อย่างถูกต้องหรือไม่ และอักษรอาลักษณ์ยังให้ความรู้สึกแบบไทยแท้ เอาไว้สำหรับคัดลายมือจริง ๆ ผมเองอาจจะยังเขียนได้ไม่สวยนัก แต่ก็จะเขียนไว้ให้สื่อว่ามันเป็นแบบนี้แล้วกัน แต่ถ้าเป็นระดับรองลงมาก็จะเป็นอักษรหวัดที่ใกล้เคียงกับการเขียนในปัจจุบัน โดยอาจจะมีการปรับให้ดูโบราณเล็กน้อย
แล้วก็มีวิธีเขียนอักษรอาลักษณ์อย่างจริงจัง ดูได้ที่เว็บนี้ครับ
--> http://learners.in.th/blog/boontieng/62098
เรื่องที่ 2 - สมุดข่อย หรือ สมุดไทย
(อ้างอิงจาก http://watnang.com/webboard/index.php?topic=122.0)
(ในนี้จะยกข้อมูลมาแค่ส่วนหลัก ในเว็บที่เอามานี้ยังมีวิธีทำสมุดข่อยอยู่ด้วย ใครสนใจก็ไปอ่านนะ)
สมุดข่อย หรือ สมุดไทย คือ
เครื่องเขียนหนังสือของไทยมาแต่โบราณกาล
เล่มสมุดทำด้วยกระดาษข่อยแผ่นยาวแผ่นเดียวพับกลับไปกลับมาเป็นชั้นให้เป็น
เล่มชั้นหนึ่งเรียกว่า "เผนิก" (ผะ-เหนิก) สมุดเล่มหนึ่งโดยมากมีราว ๒๐ -
๔๐ เผนิก ปกสมุดด้านหน้าด้านหนังหุ้มด้วยหนังหรือผ้า และตกแต่งสวยงาม
ขนาดของเล่มสมุด หอสมุดแห่งชาติได้กำหนดตามอัตรากว้างยาวไว้ ๓ ชนิดได้แก่
ขนาด ก (ใหญ่) กว้าง ๒๑ - ๓๐ เซนติเมตร ยาว ๗๑ เซนติเมตรขึ้นไป
ขนาด ข (กลาง) กว้าง ๑๑ - ๒๐ เซนติเมตร ยาว ๓๔ - ๗๐ เซนติเมตร
ขนาด ค (เล็ก) กว้าง ๖ - ๑๑ เซนติเมตร ยาว ๒๐ - ๓๔ เซนติเมตร
(ขนาดที่นิยมใช้กันได้แก่ ขนาด ข)
ลักษณะของสมุดจำแนกตามคุณภาพของกระดาษได้ ๓ อย่าง คือ
อย่างดี กระดาษหนา ขัดเกลี้ยง เรียกว่า สมุดขาว
อย่างกลาง ขัดไม่สู้เกลี้ยงและไม่สู้หนา เรียกว่า สมุดรองทรง
อย่างเลว เล็ก บาง และ หยาบ เรียกว่า สมุดร่าง
โดยทั่ว ๆ ไป สมุดไทยแบ่งเป็น ๒ ชนิด
สมุดไทยสีขาว เขียนตัวอักษรด้วยดินสอดำหรือหมึกดำ ลงบนพื้นกระดาษสีขาว
สมุดไทยสีดำ เขียนตัวอักษรลงบนแผ่นสมุดสีดำด้วยรง
(ยางไม้สีเหลือง) น้ำฝุ่นดินสอขาวและรงทอง
(เขียนด้วยรงแล้วใช้ทองคำเปลวปิดท้าย)
สมุด
ไทยหรือเดิมเรียกว่า สมุดข่อย เพราะทำจากต้นข่อย และในภาคใต้เรียกว่า
"บุด" เหตุที่มาเรียกสมุดไทยนั้น
เพราะประสงค์จะให้แตกต่างกับสมุดที่มาจากต่างประเทศ คนไทยได้ใช้สมุดไทย
ในการบันทึกเหตุการณ์ เรื่องราวและคำสอนต่าง ๆ มานานแล้ว
ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
โดยการเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษข่อยทำเป็นสมุดไทย
จนกระทั่งมีการพิมพ์ตัวหนังสือด้วยเครื่องพิมพ์
การใช้สมุดไทยจึงลดน้อยลงและเลิกใช้ไปแล้วในปัจจุบัน
ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้
2.1 สมุดข่อยจะใช้เป็นหนังสือในไตลาน เป็นทั้งหนังสือเรียน และที่ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์ ตำนาน และองค์ความรู้ต่าง ๆ ในไตลาน มีการใช้ทั่วอาณาจักรโดยใช้ภาษาและอักษรที่ต่างกันไปตามภูมิภาค
2.2 สมุดข่อยที่คุณภาพดีจะใช้เป็นตำรา ส่วนอย่างเลวจะใช้ในการร่าง ซึ่งในเรื่องจะใช้เป็นสมุดเรียนหนังสือของฟรัง ซึ่งสามารถฝึกเขียนได้อย่างอิสระโดยไม่เปลืองของ
2.3 ทางฟรังก็จะมีกระดาษและสมุดจากประเทศตัวเองติดตัวมาด้วย โดยจะใช้เป็นไดอารี่บันทึกส่วนตัว แต่ถ้าเกี่ยวกับการเรียนจะใช้สมุดข่อยที่กรินทร์ให้มา
เรื่องที่ 3 - หนังสือจินดามณี
(อ้างอิงจาก http://www.abhakara.com/webboard/index.php?topic=63.0 )
หนังสือจินดามณี
เป็นหนังสือแบบเรียนเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระโหราธิบดี
กวีในสมัยพระนารายณ์มหาราช
ได้เรียบเรียงไว้เป็นหนังสือตำราเรียนหนังสือไทย เนื้อหาของหนังสือว่าด้วย
ระเบียบของภาษา สอนอักขรวิธีเบื้องต้น พร้อมอธิบายวิธีแต่งกาพย์ กลอน โคลง
ฉันท์
จินดามณีถูกใช้เป็นตำราเรียนจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ก่อนที่จะมีการปฏิรูปการศึกษาในสมัย ร .5 จินดามณีมีหลายฉบับ เช่น
ฉบับโหราธิบดี ฉบับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท
ฉบับพระเจ้าบรมโกศ ฉบับหมอบรัดเล เป็นต้น
(สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บอ้างอิง)
ข้อมูลโดยละเอียดของหนังสือจินดามณียังอ่านได้จากไฟล์ PDF จาก "สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ" ครับ --->http://www.identity.opm.go.th/identity/doc/nis01608.PDF
ในนั้นจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของหนังสือแบบเรียนอันแรกของไทย ซึ่งผมขอสรุปจากในนั้นมาพอสังเขปว่า ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ก็ได้มีบาทหลวงฝรั่งเศสมาตั้งโรงเรียนเพื่อสอน หนังสือแก่เด็กไทยด้วย ท่านจึงเล็งเห็นว่าถ้าทางไทยไม่จัดการบำรุงการศึกษาด้วยตัวเองแล้วก็จะเสีย เปรีัยบฝรั่งเศสแน่ ๆ (การกลืนวัฒนธรรมนั่นแหละ) จึงได้รับสั่งให้พระโหราซึ่งคงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในสมัยนั้นได้แต่ง ตำราสอนหนังสือไทยขึ้น
จะเห็นได้ว่าคนสมัยก่อนก็ยังมีไหวพริบที่ทำให้วัฒนธรรมได้รอดพ้นจากการครอบงำจากต่างชาติ ทำให้เรายังมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติจนถึงทุกวันนี้ครับ
ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้
3.1 "จินดามณี" จะเป็นแบบเรียนภาษาไทยของอาณาจักรไตลาน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เทพานครอันเป็นเมืองที่ใช้ภาษา"กลาง" ส่วนเมืองอื่นจะมีการสอนภาษาถิ่นเป็นหลัก และเรียนภาษากลางเป็นภาษาที่สอง
3.2 จินดามณีฉบับไตลาน จะขออิงยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นฉบับโหราธิบดีอันเป็นฉบับแรก ซึ่งจะเป็นฉบับที่คนไทยเป็นคนเรียบเรียงขึ้น (ที่ ไม่อิงฉบับหมอบรัดเล เพราะเป็นมิชชันนารีชาวอเมริกันเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งตามเนื้อเรื่องของไตลาน จะยังไม่มีชาวต่างชาติมามีส่วนในเรื่องการศึกษาภาษาไทยโดยตรง)
3.3 เนื้อหาส่วนที่กรินทร์ใช้สอนฟรังนั้น จะเน้นในส่วนเรื่องการจำแนกอักษรเป็นสามหมู่ และผันอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ อันเป็นส่วนสำคัญที่จะใช้ในการพูด ส่วนการแต่งกลอนจะยังไม่มีการพูดถึงเพราะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าการคุย ให้รู้เรื่อง
แนะนำตัวละคร
คนที่ 3 - กรินทร์ (กริน)
IMAGE
- ขุนนางไทยสมัยอยุธยา (ที่ใส่หมวกแหลมและสวมครุยนั่นแหละ)
- เป็นตัวแทนของจารีตของไทย และวัฒนธรรมไทยในด้านที่เป็นความเคร่งครัด
กายภาพ - / ผิวคล้ำเล็กน้อย (ขาวกว่าคนถิ่นเดียวกันเพราะไม่ค่อยออกแดด) / ผมสีดำ / ตาสีน้ำตาลเข้ม (แต่ในการ์ตูนจะวาดเป็นสีดำสนิท) / ผมทรงมหาดไทย (ดูรูปตอนไม่สวมหมวก) แต่ปกติจะสวมหมวกเทวดาตลอด ยกเว้นช่วงพักจริง ๆ / สวมแว่น (เป็นชาวไตลานคนเดียวในเรื่องที่ใส่แว่น)
นิสัย - เจ้าระเบียบและจริงจัง (ให้นึกถึงเจ้าหน้าที่ในวัง) / ไม่แสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผย / ใฝ่เรียน /
บทบาท
- เป็นบุตรชายคนรองของเจ้าเมืองเทพานคร ที่เป็นฝ่ายราชการของเทพานครด้วย ปัจจุบันเป็นคนเดียวในวังที่สามารถพูดภาษาตะวันตกได้อย่างแตกฉาน จึงทำหน้าที่เป็นล่าม และต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
- ปัจจุบันมีหน้าที่หลักเป็นคนช่วยสอนภาษาให้กับ"ฟรัง" ซึ่งกำลังจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวตะวันตกกับชาวไต ลานในระดับท้องถิ่นในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยสอนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับไตลานให้กับฟรังระหว่างการสอนภาษา
เกร็ดเล็ก ๆ
แว่นของกรินทร์
- กรินทร์เป็นคนที่สายตาสั้นเพราะอ่านหนังสือมาก (และอ่านผิดวิธีแต่ไม่มีใครเตือนเพราะไม่มีใครรู้)
- คนที่ให้แว่นแก่กรินทร์คือครูสอนภาษา ซึ่งรู้ปัญหาและจัดการหาคนมาทำแว่นให้
- แว่นแบบที่กรินทร์ใช้ เอาแบบมาจากแว่นแบบที่มีขาแว่นตาอันแรกของโลก โดยช่างแว่นตาชาวอังกฤษ Edward Scarlett ดีไซน์ของแว่นเป็นแบบนี้ครับ ---> แว่นโดย Edward Scarlett
- ชุดของกรินทร์จะประยุกต์จากชุดขุนนางไทยสมัยก่อน แต่จะผสมผสานกับลักษณะของชุดรับปริญญาของจุฬาฯ ซึ่งข้างนอกเป็นครุย ส่วนข้างในเป็นชุดราชปะแตน อย่างไรก็ตามกรินทร์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องการสถาบันไหนทั้งสิ้น
- กรินทร์มีแนวโน้มจะเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติม หากพบว่ามีความจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร
รู้หรือไม่ #2
- "ภาษาตะวันตก" ในเรื่องของไตลาน จะอิงจากภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อให้ง่ายต่อผู้เขียนและคนอ่านในการเข้าใจลักษณะความต่างและความยากของ ภาษาตะวันตกที่กล่าวถึง แต่ยังขอยืนยันว่าผมจะใช้คำว่า"ตะวันตก"ซึ่งแทนประเทศทางตะวันตก โดยไม่มีการเจาะจงว่าเป็นชาติไหนครับ
- ตามหลักแล้วในสมัยอยุธยา ชาวตะวันตกจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ภายในเกาะเมือง แต่จะต้องอยู่ที่รอบนอกแทน แต่สำหรับในไตลาน เพื่อให้เรื่องมันง่ายขึ้นจึงได้ตัดประเด็นนี้ออกไป เพราะการให้เดินทางข้ามเกาะมาเรียนภาษาในวังคงเป็นไปได้ยากอยู่ดี ...อย่าลืมว่าไตลานไม่ใช่ไทยแลนด์ครับ
---
รู้สึกว่ายิ่งเขียนยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างตอนนี้ก็เหมือนต้องทำรายงานเลยจริง ๆ
แต่พอได้หาข้อมูลแล้วก็ทำให้พบว่า อะไรไทย ๆ เนี่ยยังมีให้เล่นอีกเยอะมาก
ขนาดแค่เรื่องภาษาไทยอย่างเดียว ยังมีมากมายจนต้องมาคัดมุกกันเลยทีเดียว
อาจจะเป็นตอนที่เขียนเหนื่อยและอ่านเหนื่อย แต่หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง
แต่สำหรับตอนหน้าจะเริ่มเข้าสู่โหมดสนุกกันเสียที หลังจากปูพื้นมานาน
โดยจะมีการเปิดตัวตัวละครใหม่อีกตัวที่เอาความเป็นไทยที่แสนจะเป็นไฮไลต์มาเล่นครับ





(ทำไมต้องให้เด็กตายด้วย)
b
ยังไงบทสนทนาในเรื่องก็เป็นภาษาไทยและเป็นเรื่องสมมตินี่นะ
กรินดูอิมเมจอบอุ่นขึ้นจากตอนที่แล้วมากค่ะ
#1 By prema-ja on 2009-06-21 16:24