ความเดิม

[ตูน]ไตลาน #0 ปฐมบทสู่โลกใหม่

[ตูน]ไตลาน #1 ยินดีต้อนรับ

 

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง

3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด

 

ถ้าเข้าใจแล้ว เชิญอ่านได้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

ไตลาน

 


 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนแถม

 

ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น

แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ

 

นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน

หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ

 

รู้จักเมืองไทยผ่านไตลาน ตอนที่ 2 

 

เรื่องที่ 1 - ภาษาไทย

(อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาไทย)

ภาษาไทย เป็นภาษาราชการของประเทศไทย และภาษาแม่ของชาวไทย และชนเชื้อสายอื่นในประเทศไทยภาษาไต ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-กะได สันนิษฐานว่า ภาษาในตระกูลนี้มีถิ่นกำเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศจีน และนักภาษาศาสตร์บางท่านเสนอว่า ภาษาไทยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับ ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต

ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับเสียงของคำแน่นอนหรือวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษาจีน และออกเสียงแยกคำต่อคำ เป็นที่ลำบากของชาวต่างชาติเนื่องจาก การออกเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคำ และการสะกดคำที่ซับซ้อน นอกจากภาษากลางแล้ว ในประเทศไทยมีการใช้ ภาษาไทยถิ่นอื่นด้วย

นอกจากนี้ ผมขอแนบลิงค์ข้อมูลดี ๆ ไว้อ้างอิง สำหรับคนที่สนใจมาทบทวนประวัติของภาษาไทยครับ

- THAI ALPHABET

หน้าที่ผมเอามานี้เป็นหน้าที่ 4 ของทั้งหมด จะมีพูดถึงอักษรไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย รวมถึงการทำหนังสือแบบต่าง ๆ ด้วย

ถ้าสนใจเชิงลึกก็ลองกดดูหน้าอื่นของเว็บนั้นได้เลยครับ

 

ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้

1.1 "ภาษาไทย" เป็นภาษากลางของอาณาจักรไตลาน โดยเมืองที่ใช้ภาษาไทยคือเทพานครอันเป็นเมืองหลักที่รับการติดต่อกับต่างชาติ (และเป็นเมืองแรกที่ฟรังมาเยือน) นอกจากนี้จะมีภาษาในตระกูลเดียวกันเป็นภาษาถิ่นในเมืองอื่นตามภูมิภาคต่าง ๆ ภายในอาณาจักรไตลาน

ขอเน้นอีกรอบว่า แต่ละเมืองจะมีอิสระในการปกครองและการพัฒนาวัฒนธรรมประจำถิ่น แต่เพื่อให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้สะดวกขึ้น จึงได้ใช้ภาษาไทยของเทพานครซึ่งอยู่กึ่งกลางอาณาจักรนั่นเอง ถ้าพูดง่าย ๆ คิดว่า ภาษาไทยคือภาษาอังกฤษของโลกไตลาน จะช่วยให้นึกภาพได้ง่ายที่สุด

1.2 ความยากของภาษาไทยในสายตาของชาวต่างชาิติ คือ "วรรณยุกต์" หรือระดับเสียงของคำ ที่จะเชื่อมโยงกับการจำแนกอักษรเป็นอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ ที่แม้แต่คนไทยอย่างเรา ๆ ก็ยังสับสนได้ง่ายระหว่างอยู่ในโรงเรียน (หรือแม้แต่หลังเรียนจบแล้วก็ตาม)

1.3 อักษรไทยที่จะใช้ในไตลานจะเป็น"อักษรอาลักษณ์" แทนที่จะเป็นอักษรโบราณ เพื่อให้ผมสามารถเขียนได้ตลอดโดยไม่ต้องมากังวลว่าเขียนอักษรแบบโบราณได้ อย่างถูกต้องหรือไม่ และอักษรอาลักษณ์ยังให้ความรู้สึกแบบไทยแท้ เอาไว้สำหรับคัดลายมือจริง ๆ ผมเองอาจจะยังเขียนได้ไม่สวยนัก แต่ก็จะเขียนไว้ให้สื่อว่ามันเป็นแบบนี้แล้วกัน แต่ถ้าเป็นระดับรองลงมาก็จะเป็นอักษรหวัดที่ใกล้เคียงกับการเขียนในปัจจุบัน โดยอาจจะมีการปรับให้ดูโบราณเล็กน้อย

แล้วก็มีวิธีเขียนอักษรอาลักษณ์อย่างจริงจัง ดูได้ที่เว็บนี้ครับ

--> http://learners.in.th/blog/boontieng/62098

 

 

เรื่องที่ 2 - สมุดข่อย หรือ สมุดไทย

(อ้างอิงจาก http://watnang.com/webboard/index.php?topic=122.0

(ในนี้จะยกข้อมูลมาแค่ส่วนหลัก ในเว็บที่เอามานี้ยังมีวิธีทำสมุดข่อยอยู่ด้วย ใครสนใจก็ไปอ่านนะ)

สมุดข่อย หรือ สมุดไทย คือ เครื่องเขียนหนังสือของไทยมาแต่โบราณกาล เล่มสมุดทำด้วยกระดาษข่อยแผ่นยาวแผ่นเดียวพับกลับไปกลับมาเป็นชั้นให้เป็น เล่มชั้นหนึ่งเรียกว่า "เผนิก" (ผะ-เหนิก) สมุดเล่มหนึ่งโดยมากมีราว ๒๐ - ๔๐ เผนิก ปกสมุดด้านหน้าด้านหนังหุ้มด้วยหนังหรือผ้า และตกแต่งสวยงาม ขนาดของเล่มสมุด หอสมุดแห่งชาติได้กำหนดตามอัตรากว้างยาวไว้ ๓ ชนิดได้แก่
          ขนาด ก (ใหญ่)  กว้าง ๒๑ - ๓๐ เซนติเมตร ยาว ๗๑ เซนติเมตรขึ้นไป
          ขนาด ข (กลาง) กว้าง  ๑๑ - ๒๐ เซนติเมตร ยาว ๓๔ - ๗๐ เซนติเมตร
          ขนาด ค (เล็ก)    กว้าง    ๖ - ๑๑  เซนติเมตร ยาว ๒๐ - ๓๔ เซนติเมตร
         (ขนาดที่นิยมใช้กันได้แก่ ขนาด ข)
         
        ลักษณะของสมุดจำแนกตามคุณภาพของกระดาษได้ ๓ อย่าง คือ
           อย่างดี กระดาษหนา ขัดเกลี้ยง เรียกว่า สมุดขาว
           อย่างกลาง ขัดไม่สู้เกลี้ยงและไม่สู้หนา เรียกว่า สมุดรองทรง
           อย่างเลว เล็ก บาง และ หยาบ เรียกว่า สมุดร่าง

          โดยทั่ว ๆ ไป สมุดไทยแบ่งเป็น ๒ ชนิด
          สมุดไทยสีขาว เขียนตัวอักษรด้วยดินสอดำหรือหมึกดำ ลงบนพื้นกระดาษสีขาว
          สมุดไทยสีดำ เขียนตัวอักษรลงบนแผ่นสมุดสีดำด้วยรง (ยางไม้สีเหลือง) น้ำฝุ่นดินสอขาวและรงทอง (เขียนด้วยรงแล้วใช้ทองคำเปลวปิดท้าย)         
         
          สมุด ไทยหรือเดิมเรียกว่า สมุดข่อย เพราะทำจากต้นข่อย และในภาคใต้เรียกว่า "บุด" เหตุที่มาเรียกสมุดไทยนั้น เพราะประสงค์จะให้แตกต่างกับสมุดที่มาจากต่างประเทศ คนไทยได้ใช้สมุดไทย ในการบันทึกเหตุการณ์ เรื่องราวและคำสอนต่าง ๆ มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยการเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษข่อยทำเป็นสมุดไทย จนกระทั่งมีการพิมพ์ตัวหนังสือด้วยเครื่องพิมพ์ การใช้สมุดไทยจึงลดน้อยลงและเลิกใช้ไปแล้วในปัจจุบัน
 

ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้

2.1 สมุดข่อยจะใช้เป็นหนังสือในไตลาน เป็นทั้งหนังสือเรียน และที่ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์ ตำนาน และองค์ความรู้ต่าง ๆ ในไตลาน มีการใช้ทั่วอาณาจักรโดยใช้ภาษาและอักษรที่ต่างกันไปตามภูมิภาค

2.2 สมุดข่อยที่คุณภาพดีจะใช้เป็นตำรา ส่วนอย่างเลวจะใช้ในการร่าง ซึ่งในเรื่องจะใช้เป็นสมุดเรียนหนังสือของฟรัง ซึ่งสามารถฝึกเขียนได้อย่างอิสระโดยไม่เปลืองของ

2.3 ทางฟรังก็จะมีกระดาษและสมุดจากประเทศตัวเองติดตัวมาด้วย โดยจะใช้เป็นไดอารี่บันทึกส่วนตัว แต่ถ้าเกี่ยวกับการเรียนจะใช้สมุดข่อยที่กรินทร์ให้มา

 

 

เรื่องที่ 3 - หนังสือจินดามณี

(อ้างอิงจาก http://www.abhakara.com/webboard/index.php?topic=63.0 )

หนังสือจินดามณี เป็นหนังสือแบบเรียนเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยพระโหราธิบดี กวีในสมัยพระนารายณ์มหาราช ได้เรียบเรียงไว้เป็นหนังสือตำราเรียนหนังสือไทย เนื้อหาของหนังสือว่าด้วย ระเบียบของภาษา สอนอักขรวิธีเบื้องต้น พร้อมอธิบายวิธีแต่งกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์

จินดามณีถูกใช้เป็นตำราเรียนจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนที่จะมีการปฏิรูปการศึกษาในสมัย ร .5 จินดามณีมีหลายฉบับ เช่น ฉบับโหราธิบดี ฉบับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ฉบับพระเจ้าบรมโกศ ฉบับหมอบรัดเล เป็นต้น 

(สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บอ้างอิง)

ข้อมูลโดยละเอียดของหนังสือจินดามณียังอ่านได้จากไฟล์ PDF จาก "สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ" ครับ --->http://www.identity.opm.go.th/identity/doc/nis01608.PDF 

ในนั้นจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของหนังสือแบบเรียนอันแรกของไทย ซึ่งผมขอสรุปจากในนั้นมาพอสังเขปว่า ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ก็ได้มีบาทหลวงฝรั่งเศสมาตั้งโรงเรียนเพื่อสอน หนังสือแก่เด็กไทยด้วย ท่านจึงเล็งเห็นว่าถ้าทางไทยไม่จัดการบำรุงการศึกษาด้วยตัวเองแล้วก็จะเสีย เปรีัยบฝรั่งเศสแน่ ๆ (การกลืนวัฒนธรรมนั่นแหละ) จึงได้รับสั่งให้พระโหราซึ่งคงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในสมัยนั้นได้แต่ง ตำราสอนหนังสือไทยขึ้น

จะเห็นได้ว่าคนสมัยก่อนก็ยังมีไหวพริบที่ทำให้วัฒนธรรมได้รอดพ้นจากการครอบงำจากต่างชาติ ทำให้เรายังมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติจนถึงทุกวันนี้ครับ

 

ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้

3.1 "จินดามณี" จะเป็นแบบเรียนภาษาไทยของอาณาจักรไตลาน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เทพานครอันเป็นเมืองที่ใช้ภาษา"กลาง" ส่วนเมืองอื่นจะมีการสอนภาษาถิ่นเป็นหลัก และเรียนภาษากลางเป็นภาษาที่สอง

3.2 จินดามณีฉบับไตลาน จะขออิงยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นฉบับโหราธิบดีอันเป็นฉบับแรก ซึ่งจะเป็นฉบับที่คนไทยเป็นคนเรียบเรียงขึ้น (ที่ ไม่อิงฉบับหมอบรัดเล เพราะเป็นมิชชันนารีชาวอเมริกันเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งตามเนื้อเรื่องของไตลาน จะยังไม่มีชาวต่างชาติมามีส่วนในเรื่องการศึกษาภาษาไทยโดยตรง)

3.3 เนื้อหาส่วนที่กรินทร์ใช้สอนฟรังนั้น จะเน้นในส่วนเรื่องการจำแนกอักษรเป็นสามหมู่ และผันอักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ อันเป็นส่วนสำคัญที่จะใช้ในการพูด ส่วนการแต่งกลอนจะยังไม่มีการพูดถึงเพราะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าการคุย ให้รู้เรื่อง 

 

 

 

แนะนำตัวละคร

คนที่ 3 - กรินทร์ (กริน) 

 

IMAGE

- ขุนนางไทยสมัยอยุธยา (ที่ใส่หมวกแหลมและสวมครุยนั่นแหละ)

- เป็นตัวแทนของจารีตของไทย และวัฒนธรรมไทยในด้านที่เป็นความเคร่งครัด

กายภาพ - / ผิวคล้ำเล็กน้อย (ขาวกว่าคนถิ่นเดียวกันเพราะไม่ค่อยออกแดด) / ผมสีดำ / ตาสีน้ำตาลเข้ม (แต่ในการ์ตูนจะวาดเป็นสีดำสนิท) / ผมทรงมหาดไทย (ดูรูปตอนไม่สวมหมวก) แต่ปกติจะสวมหมวกเทวดาตลอด ยกเว้นช่วงพักจริง ๆ / สวมแว่น (เป็นชาวไตลานคนเดียวในเรื่องที่ใส่แว่น)

นิสัย - เจ้าระเบียบและจริงจัง (ให้นึกถึงเจ้าหน้าที่ในวัง) / ไม่แสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผย / ใฝ่เรียน /

บทบาท

- เป็นบุตรชายคนรองของเจ้าเมืองเทพานคร ที่เป็นฝ่ายราชการของเทพานครด้วย ปัจจุบันเป็นคนเดียวในวังที่สามารถพูดภาษาตะวันตกได้อย่างแตกฉาน จึงทำหน้าที่เป็นล่าม และต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง 

- ปัจจุบันมีหน้าที่หลักเป็นคนช่วยสอนภาษาให้กับ"ฟรัง" ซึ่งกำลังจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวตะวันตกกับชาวไต ลานในระดับท้องถิ่นในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยสอนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับไตลานให้กับฟรังระหว่างการสอนภาษา

เกร็ดเล็ก ๆ

แว่นของกรินทร์

- กรินทร์เป็นคนที่สายตาสั้นเพราะอ่านหนังสือมาก (และอ่านผิดวิธีแต่ไม่มีใครเตือนเพราะไม่มีใครรู้)

- คนที่ให้แว่นแก่กรินทร์คือครูสอนภาษา ซึ่งรู้ปัญหาและจัดการหาคนมาทำแว่นให้

- แว่นแบบที่กรินทร์ใช้ เอาแบบมาจากแว่นแบบที่มีขาแว่นตาอันแรกของโลก โดยช่างแว่นตาชาวอังกฤษ Edward Scarlett ดีไซน์ของแว่นเป็นแบบนี้ครับ ---> แว่นโดย Edward Scarlett

- ชุดของกรินทร์จะประยุกต์จากชุดขุนนางไทยสมัยก่อน แต่จะผสมผสานกับลักษณะของชุดรับปริญญาของจุฬาฯ ซึ่งข้างนอกเป็นครุย ส่วนข้างในเป็นชุดราชปะแตน อย่างไรก็ตามกรินทร์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องการสถาบันไหนทั้งสิ้น

- กรินทร์มีแนวโน้มจะเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติม หากพบว่ามีความจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร

 

 

รู้หรือไม่ #2

- "ภาษาตะวันตก" ในเรื่องของไตลาน จะอิงจากภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อให้ง่ายต่อผู้เขียนและคนอ่านในการเข้าใจลักษณะความต่างและความยากของ ภาษาตะวันตกที่กล่าวถึง แต่ยังขอยืนยันว่าผมจะใช้คำว่า"ตะวันตก"ซึ่งแทนประเทศทางตะวันตก โดยไม่มีการเจาะจงว่าเป็นชาติไหนครับ

- ตามหลักแล้วในสมัยอยุธยา ชาวตะวันตกจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ภายในเกาะเมือง แต่จะต้องอยู่ที่รอบนอกแทน แต่สำหรับในไตลาน เพื่อให้เรื่องมันง่ายขึ้นจึงได้ตัดประเด็นนี้ออกไป เพราะการให้เดินทางข้ามเกาะมาเรียนภาษาในวังคงเป็นไปได้ยากอยู่ดี ...อย่าลืมว่าไตลานไม่ใช่ไทยแลนด์ครับ

 

 

---

รู้สึกว่ายิ่งเขียนยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างตอนนี้ก็เหมือนต้องทำรายงานเลยจริง ๆ

แต่พอได้หาข้อมูลแล้วก็ทำให้พบว่า อะไรไทย ๆ เนี่ยยังมีให้เล่นอีกเยอะมาก

ขนาดแค่เรื่องภาษาไทยอย่างเดียว ยังมีมากมายจนต้องมาคัดมุกกันเลยทีเดียว

อาจจะเป็นตอนที่เขียนเหนื่อยและอ่านเหนื่อย แต่หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง

แต่สำหรับตอนหน้าจะเริ่มเข้าสู่โหมดสนุกกันเสียที หลังจากปูพื้นมานาน

โดยจะมีการเปิดตัวตัวละครใหม่อีกตัวที่เอาความเป็นไทยที่แสนจะเป็นไฮไลต์มาเล่นครับ

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านสนุกดี อ่านได้เรื่อยๆ ลื่นไหลHot!

#1 By prema-ja on 2009-06-21 16:24

ชอบคุณพี่กรินทร์จริงจัง
ฟรังก็น่ารัก

ให้ดาวเลยพี่ค่อน แน่นๆ Hot!

#2 By นานาาา on 2009-06-21 17:12

พี่ค่อน


หลงรักไก่ตัวนั้น


ตอนนี้น่ารักจัง มอบดาวโลดHot!
Hot! อันนี้สนับสนุนขึ้นฮอตมากค่ะ confused smile
ชอบจริงจัง ที่มีอ้างอิงแบบนี้ สนุกค่ะ หนูชอบ

พี่กรินทร์ใจดี น่ารักมากอ้ะ..cry
ถูกใจไก่ด้วย หนูเองก็คิดมานานแล้วนะ..

ภาษาไทยทำไมโหดจัง sad smile (ทำไมต้องให้เด็กตายด้วย)

#4 By [ i ]Rin on 2009-06-21 18:16

Hot! ทั้งได้ความรู้เเละสนุกด้วย น่าจะหาสปอนเซอร์ออกเป็นเล่มๆ Hot! confused smile

#5 By raysama on 2009-06-21 19:27

ยังคงให้ดาว
ชอบจังเลยค่ะ แต่ละคนน่ารักทั้งนั้นเลยอะ
Hot!

#6 By pinpin on 2009-06-21 20:21

สนุกจริงๆเลยคับ
วาดรุปสวยเนื้อหาดีเช่นเคย :)Hot! Hot!

#7 By sage_nu on 2009-06-21 21:21

Hot! Hot!
อันนี้เจ๋งมากค่ะ น่ารักดี
สอนได้ดีมาก

#8 By namnampai on 2009-06-21 21:37

ขอบคุณมากครับที่เพิ่มความรู้ภาษาไทยเยอะๆ และเรื่องสนุกดีมากสุดครับ confused smile
Hot!

#9 By eak48 on 2009-06-21 21:46

ฉันชอบ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By ++Wadoiji++ on 2009-06-21 21:51

สนุกอ้ะ cry แอดนะคะ

#11 By ♫ due gatti on 2009-06-21 21:52

กริน ตอนแรกนึกว่าจะน่าเบื่อ
แต่ชอบตอนที่ถอดหมวกออกจัง
ดูเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ที่น่ารักดี

ภาษาเป็นกุญแจจริงๆค่ะ ตอนนี้ดีก็กำลังพยายามจะให้กุญแจในมือเพิ่มขึ้นอีกดอกเหมือนกัน confused smile

#12 By chenlee on 2009-06-21 21:58

Hot!

ผมชอบครับ "...ภาษาคือกุญแจสู่โลกกว้าง..."

ทำให้นึกถึงคำพูดของอาจารย์ศัลย์ท่านหนึ่งว่า
"...Our World id a Village, the Language is Power..."

นั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้ผมรักษาเป็นที่สุด...

#13 By รัตนาดิศร on 2009-06-21 22:09

น่ารักดีครับ ยิ่งถ้ามีกุญแจหลายดอก โลกก็จะกว้างขึ้นสินะconfused smile

#14 By on 2009-06-21 22:51

Hot!

เป็นไก่ที่หลอนจริงๆsad smile
ชอบไก่ Hot!

#16 By pw. on 2009-06-22 00:02

เป็นการสอนภาษาไทยที่เจ๋งมากเลยครับ...
ภาษาไทยเป็นภาษาที่ยาก ...

เป็นภาษาที่ละเอียดอ่อนจริง
เป็นกำลังใจให้ฟรังนะครับ คุยภาษาไทยได้เร็วๆนะ
น้องเกดจะได้เข้าใจ

คราวนี้ถึงตัวอักษรเยอะแต่ก็อ่านเพลินครับ
ได้ความรู้เพิ่มเติมด้วย แบบเต็มเปี่ยม

กรินทร์ได้ฟิลความเป็นภาคทฤษฎีจริงๆ
เป็นครูเข้ม โหดนิดๆด้วย ... เหอะๆ

หลักการจำอักษณนี่มันทำให้เด็กไทยจำได้จริงๆ
ถึงแม้มันจะโหดไปหน่อย

นี่แบบว่าถ้าเป็นอักษรสูงอักษรต่ำมีได้หลอน ๕๕๕

สู้ต่อไปครับ รอตอนต่อไปสำหรับไฮไลน์ อิอิ
การ์ตูน ข้อมูล ห้าดาว
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

confused smile

#17 By Thai-Cubic on 2009-06-22 00:07

น่ารักดีค่ะ
Hot!

#18 By ~memay~ on 2009-06-22 00:11

โอ้ พี่กรินท์เท่มากก

ชอบตอนนี้มากๆเป็นการส่วนตัวค่ะ เพราะตอนนี้หาคำตอบให้เพื่อนที่ชอบถามว่า "แกจะเรียนภาษามากๆไปทำไมในเมื่อไม่ได้จะเรียนอักษร" ได้แล้วค่ะbig smile big smile

Hot! Hot!

#19 By boon on 2009-06-22 00:19

ชอบมาก ขอ add นะครับHot!

#20 By เม็ดบ๊วย on 2009-06-22 01:20

Hot!

อูอาาา
คุณกรินทร์ดูเป็นคนดีจริงๆ

แต่อันที่จริงทุกคนในเรื่องพี่ค่อนก็เป็นคนดีกันหมดอะครับ
ยังไม่เคยเห็นตัวละครแนวร้ายๆออกมาเลย sad smile

อนึ่ง คนโบราณเค้าคงรำคาญนะครับ ใส่ไอ้หมวกสูงๆแบบนั้นตลอด

#21 By Zairen_Bibliophobia on 2009-06-22 09:14

ชอบกรินทร์และไก่ (เอ๊ะ...)
ชอบที่กล่าวถึงเรื่องภาษาด้วยค่ะ รู้สึกดีจัง Hot! Hot!
อ่านสนุกกว่าหลายๆเรื่องที่ผ่านมา

ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรียนอะไร

#23 By Clepsydra:: on 2009-06-22 16:21

น่ารักจังเลย สาระด้วยค่ะ ชอบๆ Hot!

#24 By J`dEar on 2009-06-22 18:17

ชอบบบ~~

ชอบภาพไก่จิกเด็กมาก เพราะเด็กๆเวลาท่องก็จำโดยนึกภาพแบบนั้นแล

จำได้อยู่ประโยคเดียวด้วยนะ =w=;;

เห็นคำว่า ไตลาน แล้วพาลนึกถึง มิลาน ชอบกลแฮะ

#25 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-06-23 11:29

เริ่มเข้าเรื่องเข้าเนื้อแล้วสินะ
ฮ่ะๆ

ฟรังนี่มองง่ายจริงๆ confused smile
กรินทร์ดูมีอุดมการณ์มากกก
แอบปลื้มcry

#26 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-06-24 07:21

ก๊ากกกกกกกก คือกำลังซึ้งกับคำพูดของน้องกรินทร์อยู่ดีๆ มาเจอตอนแถมภาพไก่จิกเด็กตาย.... หลุดขำเลย5555

ชอบคำพูดของน้องกรินทร์ในหลายๆประโยคนะHot! Hot! Hot!

#27 By สะเงาะสะแงะ on 2009-06-24 11:25

กร๊ากกกกกกกกกก

ยังไม่รวม ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉันฐานฃวดศีรษะ กับ งูใหญ่เณรนิ่มมายังโรงเลี้ยงวัวฬารพี่เภาฟ้าทำโฑเฒ่าธงคางฅนฆังซึ่งช้างเฌอไฮ้ อีกนะครับ

(ไม่ทราบว่าคนอื่นมีหลักการจำแบบนี้หรือเปล่า)

โดยส่วนตัวผมชอบนะ เรื่องพยางค์นี่...เพิ่งไปสอบมาสดๆ ร้อนๆ เลย sad smile

ให้ดาวครับ Hot!

ปล. ถ้ามีปัญหาอยากถามเกี่ยวกับภาษา ผมพอจะให้ข้อมูลได้นะ แหล่งอ้างอิงมาจากอาจารย์โรงเรียนผมนี่ล่ะ

#28 By Zahnarzt : whitehamster on 2009-06-28 20:46

ผมก็รักภาษาไทยมากครับ :DHot! Hot!
เคยเขียนไว้ในบล็อกเหมือนกัน

#29 By cg on 2009-06-29 10:44

Hot!

ยอดมากเลยแฮะ ทำให้กลับมาอยากเรียนภาษาไทยอีกรอบเลย

สมัยก่อนโดนท่อง ท่องไม่ได้โดนตี โดนแล้วโดนอีก

#30 By Jammaster X on 2009-06-29 11:23

double winkb Hot!

#31 By blade on 2009-06-29 15:43

รูปภาพไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง
น่ารักจังเลยครับ ฮะ ๆ
ดูโหดดีชอบกลsad smile

#32 By ISHIMARU L. on 2009-07-03 07:13

กรินทร์ให้ภาพของ "พราหมณ์" สุดๆ เลยค่ะ
จริงๆ ที่พี่เขียนนี่แค่ผิวๆ เองนะน่ะ ยังไม่ได้ผสมคำเลย
ถ้าจำไม่ผิดจินดามณีจะมีร้อยกรองให้จำคำต่างๆ ด้วยนะ กาพย์พระไชยสุริยาของสุนทรภู่ก็ไล่มาตราตัวสะกดเหมือนกัน

การเรียนหนังสือภาษาไทย ถ้าเอาตามตำราคือ อักขรวิธี (ที่ฟรังเรียนน่าจะแค่ขั้นนี้) วจีวิภาค (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะผสมคำ) วากยสัมพันธ์ (ความสัมพันธ์ระหว่างพยางค์ คำ วลี ถึงขั้นแต่งประโยค) และฉันทลักษณ์ (แต่งคำประพันธ์) ใครเรียนจบก็ถือว่า "รู้หนังสือ"

และถ้าจะรู้หนังสือมากกว่านี้คือรู้ภาษาเขมร และภาษาบาลีค่ะ สมัยก่อนใครรู้ภาษาบาลีก็พอๆ กับคนรู้ภาษาอังกฤษสมัยนี้อะ (กรินทร์น่าจะรู้ถึงขั้นนี้รึเปล่าน้า)

#33 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-07-03 16:43

#33 ลืมคำว่าพราหมณ์ไปเลยแฮะ ขอบคุณมาก

เรื่องภาษาผมจงใจไม่ลงลึกเองครับ เพราะว่ายิ่งลึกยิ่งพลาดง่าย (พี่ไม่ได้เรียนโดยตรง) ยังไงเป้าหมายของเรื่องคือทำให้คนสนใจมากว่าจะสอนอยู่แล้ว ภาษาบาลีนั้นเป็นการจุดประกายให้พี่ได้ดีมาก เพราะตรงกับเฟส 3 ที่ตั้งใจจะทำไว้ครับ

#34 By โคค่อน on 2009-07-03 19:45

ฮาตรงภาษาไทยโหด ฮ่าbig smile

#35 By (^_^)/nana on 2009-07-03 20:48

อ่านสนุกมากมาย Hot!

#36 By pbmath on 2009-07-06 09:07

๕๕๕+ ไก่จิกเด็กตาย

ฮามากค่ะ big smile Hot!

#37 By I-Yo on 2009-07-14 11:38

เขียนเรื่องแนวนี้น่าสนใจมากๆเลย โคค่อน
เคยลองเสนอ สนพ.ไหนมั่งรึยังคะ น่าจะไปได้ดีนะเนี่ย

เวลาพูดถึงภาษาตะวันตกไม่อยากให้อิงภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ง่ายที่สุดในยุโรป เนื่องจากเป็นภาษาเดียวที่คำนามไม่มีเพศ และคุณศัพท์ยังไม่ต้องผันตามเพศอีกด้วย พหูพจน์ของคำนามและคำกริยาก็เปลี่ยนรูปไม่มากนัก ลองพูดรวมๆเป็นภาษาตะวันตกก็ได้ แล้วตีขลุมเอาว่ามันยากตรงนั้นตรงนี้ surprised smile ยังไงบทสนทนาในเรื่องก็เป็นภาษาไทยและเป็นเรื่องสมมตินี่นะ big smile

#38 By Rina on 2009-08-07 00:02

#38 จริงด้วยครับ นี่ไปยุโรปมาเลยพบว่าภาษาอังกฤษง่ายสุดจริงๆ แต่ยังไงในเรื่อง(ที่ไม่ได้เป็นตรงข้อมูลเสริม)ก็ใช้คำว่าภาษาตะวันตกอยู่แล้วล่ะ เซฟๆ

ยังไม่ได้เสนอ สนพ. ไหนครับ
เพราะรู้สึกว่าทำทางนี้แล้วมีโอกาสเผยแพร่ได้กว้างขวาง
อีกทั้งยังสามารถเช็คความถูกต้องได้ขั้นหนึ่ง
(การตีพิมพ์นั้นควรจะไม่มความผิดพลาดทางวิชาการแล้ว แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นสมมุติก็ไม่ควรให้รู้สึกขัด)
ดังนั้นตามที่ผมคิดไว้คือ วาดไว้ที่นี่แหละ แล้วถ้ามีคนสนใจมากพอก็จะทำเวอร์ชั่นสมบูรณ์รวมเล่มขายครับ

#39 By โคค่อน on 2009-08-07 00:10

wink กรินดูอิมเมจอบอุ่นขึ้นจากตอนที่แล้วมากค่ะ

surprised smile ตอนนี้สอดแทรกความรู้เยอะมากๆ อ่านแล้วนึกถึงสมัยเรียนภาษาไทยใหม่เลยงิงิ

Hot! แอบฮาช่องสุดท้าย ภาษาไทยโหดจริงๆ 555+
หน้าตรงของคุณกรินทร์ทำให้นึกถึง พี่ groov แฮะ
สนุกจังเลย ถ้าถูกนำไปใช้เป็นแบบเรียนภาษาไทย ให้เด็กๆ
น่าจะดีนะ
narjครับ

#41 By sweetnothing on 2009-08-27 11:30