อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่

ตูน - ไตลาน(Tailan)

 

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง

3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด

 

ถ้าเข้าใจแล้ว เชิญอ่านได้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

ไตลาน

 


  

 

 

 

 

ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น

แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ

 

นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน

หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ

 

รอบนี้ขอคุยกันก่อน

เนื่องจากตอนนี้เดิมทีเป็นบทนำของตอนหลัก แต่เนื่องจากพอเขียนแล้วยาวขึ้นและมีบทสรุปในตัว

เลยขอตัดมาเป็นอีกตอนซึ่งมีลักษณะที่เป็นเชิงการพักยกมากกว่า ข้อมูลสำคัญจึงยังไม่มีมาก

และยังไม่ได้มีตัวละครหลักปรากฏตัว (ไม่นับยายกับเด็ก ๆ เป็นตัวหลักนะั)

แต่อย่าพึ่งคิดว่าผมแผ่วลงไปแล้วนะครับ

รับรองว่าคราวหน้าจะเป็นการเปิดตัวตัวละครสำคัญคนหนึ่งในไตลานแน่นอน

 

 

รู้จักเมืองไทยผ่านไตลาน ตอนที่ 3 

 

เรื่องที่ 1 - ขนมครก

ความจริงแล้วขนมครกอาจจะยังไม่ถึงกับเป็นขนมเด่นถึงขนาดที่เป็นไฮไลต์ของเมืองไทย

แต่ก็เป็นขนมไทยที่จัดได้ว่าคุ้นตาและยังร่วมสมัยมากที่สุดอันหนึ่งเลยล่ะครับ

และพอดีมันเข้ากับโจทย์ที่ผมตั้งใจว่าจะให้ฟรังฝึกซื้อของในตลาด

เลยเลือกเป็นขนมที่น่าจะมีกลิ่นหอมสะดุดความรู้สึก รูปร่าง และกรรมวิธีที่น่าสนใจ

ที่จริงแล้วยังมีขนมไทยอีกมากที่น่าเอามากล่าวถึง แต่รอบนี้ขอแบบสบายๆ ก่อนครับ

สำหรับข้อมูลขนมครก ดูได้ที่เว็บนี้ บ้านขนมไทย - ขนมครก

ในไตลาน... ก็จะให้เป็นขนมพื้นเมืองชนิดหนึ่งครับ ไม่ได้มีอะไรสำคัญมาก

ส่วนมุกที่เล่นกับขนมครกก็คือ เป็นขนมที่ร้อนลวกลิ้นได้ง่ายอยู่

ยิ่งถ้าทำใหม่ ๆ แล้วนี่แบบว่า... สุด ๆ

ส่วนเรื่องกลิ่นหอมนี่ ถ้าเป็นเจ้าอร่อยจริง ขอยืนยันว่าหอมครับ

(จึงสมมุติว่าขนมครกเจ้ายายแจ่มอร่อยเด็ดละกัน)

 

รื่องที่ 2 - ทรงผมเด็กไทยในสมัยก่อน

ข้อมูลจากเว็บของ ครูบ้านนอกดอทคอม

http://www.kroobannok.com/blog/view.php?article_id=10733

แม้ว่าในเรื่องของไตลานไม่ได้มีการลงลึกเรื่องนี้

แต่เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ และหลายคนอาจยังไม่รู้กัน

ผมเลยขอคัดลอกเอามาให้อ่านดังนี้ครับ

เหตุผลของการไว้ผมทรงต่างๆ ของเด็กไทยโบราณ

1. ไว้ตามประเพณี เห็นคนอื่นเขาให้ลูกไว้ก็ให้ลูกของตนไว้บ้าง ส่วนใหญ่จะให้เริ่มไว้หลังจากที่ทำพิธีโกนจุกแล้วโดยจะเหลือผมตรงกระหม่อม ไว้ เพราะเชื่อกันว่า หากโกนผมทิ้งไปหมด ขวัญก็จะไม่มีที่อาศัยแล้วก็เริ่มไว้จนยาวตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

2. ไว้เพราะเป็นการแก้เคล็ด เนื่องจากเด็กมักเจ็บไข้ อ๊อดๆ แอ็ดๆ อยู่เสมอ หรือเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ผู้ใหญ่เห็นว่าอาจเป็นเพราะไว้ผมธรรมดา เลยให้เปลี่ยนมาเป็นไว้จุก ไว้แกละ ไปตามแต่เห็นสมควร บางที่พอเปลี่ยนทรงผมแล้วกลายเป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่ายไปเลยก็มีค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเสี่ยงทาย โดยผู้ใหญ่จะไปหาดินเหนียวมาปั้นตุ๊กตาเป็นรูปเด็กไว้ผมทั้ง 4 แบบ คือ ผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมโก๊ะ แล้วให้เด็กซึ่งยังเล็กๆไม่ประสีประสาเลือก หากเด็กจับตุ๊กตาที่ไว้ผมแบบใด ก็จะให้เด็กเปลี่ยนมาไว้ผมแบบนั้น หรือใช้วิธีเสี่ยงทายอื่นๆ เช่น เขียนชื่อทรงผมยอดฮิตทั้ง 4 แบบ ใส่กระดาษแยกออกเป็นแผ่นๆ ให้เด็กเลือกหยิบขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วไว้ผมตามนั้น ด้วยเหตุนี้เด็กไทยสมัยโบราณบางที่ก็ไว้ผมทั้ง 4 แบบได้ ทั้งหญิงและชาย สำหรับพระราชโอรส พระราชธิดาหรือบุตรธิดาของขุนนางชั้นผู้ใหญ่นั้น นิยมไว้ผมจุกกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกชาวบ้านทั่วไปนั้นนิยมไว้ทั้ง 4 แบบ

พระ ราชครูวามเทพมุนีฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกัยเรื่องการไว้ผมจุกไว้ในบทนำหนังสือ พระราชพิธีโสกันต์ว่า "การไว้จุกน่าจะรับเอาคตินิยามตามศาสนาสพราหมณ์ซึ่งเห็นเทพเจ้าในศาสนา พราหมณ์ ไว้ผมยาว และขมวดมุ่นเป็นมวยไว้กลางศีรษะก็นำมาดัดแปลงเป็นทรงผมเด็ก ด้วยต้องการอยู่ในความคุ้มครองอารักของเทพเจ้า"

นอกจากนี้ประเพณีการไว้จุกและโกนจุกในอินเดียก็มีเช่นเดียวกัน เรียกว่า พิธีอุปนัยนะ และวันขึ้นปีใหม่ของพราหมณ(ตรียัมปวาย) ซึ่งเป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าลงมาเยี่ยมโลก ในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งจะมีการโล้ชิงช้า ก็ได้จัดโกนจุกเด็กด้วย

1. ผมจุก คือผมที่ขมวดไว้ตรงขม่อม ราชาศัพท์เรียกว่า พระเมาลีหรือพระโมลี

2. ผมแกละ คือผมที่เอาไว้เป็นหย่อมหรือเป็นปอยที่ข้างศีรษะ เด็กบางคนก็ไว้แกละเดียว บางคนก็ไว้สองแกละ

3. ผมเปีย คือผมที่ปล่อยไว้ยาวให้ห้อยลงมา แต่ผู้ใหญ่จัดนำมาถักไขว้กัน และผูกไว้ให้ดูเรียบร้อย ผมเปียของเด็กไม่เหมือนกับผมเปียของสาวๆ ในปัจจุบันนะคะ ผมเปียของเด็กจะยาวเฉพาะส่วนที่ปล่อยไว้คลุมขม่อมเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ บนศรีษะจะโกนเกลี้ยงเกลา แต่ผมเปียของสาว ๆ จะไว้ยาวทั้งศีรษะและรวบมามาทางด้านหลัง จัดการถักไขว้ให้ ดูเรียบร้อยและสวยงาม บางครั้งนำโบว์หรือเครื่องประดับอื่น ๆ มาติดไว้

4. ผมโก๊ะ คือผมที่ไว้เป็นหย่อมหรือปอยคล้ายผมแกละ แต่ไม่ได้ถักเปียอย่างผมเปีย เพียงแต่ผูกไว้ไม่ให้รุงรังจนสร้างความรำคาญให้แก่เด็ก

อีก เหตุผลหนึ่งที่ให้เด็กไว้ผมทรงต่างๆ เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน หากให้เด็กไว้ผมยาวก็จะไม่สะดวก สร้างความรำคาญแก่เด็ก ดูแลรักษายากเพราะเด็กอยู่ในวัยซุกซน แต่ในขณะเดียวกันกะโหลกศีรษะหรือกระหม่อมของเด็กซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "ขวัญ" นั้นยังบอบบาง คือยังต่อกันไม่สนิท โดยเชื่อกันว่าขวัญหรือชีวิตวิญญาณของคนเราอยู่ที่กระหม่อม หากสังเกตจะเห็นว่าบริเวณขวัญของเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก ๆ จะเห็นตรงกระหม่อมบาง ๆ เต้นตุบ ๆ จึงถือเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ดังนั้นหากไปโกนผมตรงส่วนนั้นออก อาจเป็นอันตรายได้ จึงโกนเฉพาะส่วนอื่น ๆ ปล่อยตรง ขวัญไว้ เมื่อผมยาวมากขึ้น ปล่อยไว้ก็จะสร้างความรำคาญให้แก่เด็กและดูไม่เรียบร้อย จึงเกล้ามัดขึ้นเป็นจุก ซึ่งในสมัยโบราณนิยม ให้เด็กไว้ผมทรงต่างๆ ดังที่กล่าวมา

หากใครอยากดูภาพทรงผมแต่ละแบบ ดูได้ที่เว็บนี้ครับ

--> http://variety.teenee.com/foodforbrain/1423.html

 

รู้หรือไม่ #3

ทำไมยายชื่อว่า "แจ่ม"

- สารภาพว่ามันแวบขึ้นมาในหัวพอดี ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ (ก็บอกแล้วว่าเดิมทีตอนนี้เป็นแค่ตอนบทนำ)

เด็กสองคน

- ลากมาจากภาพตัวประกอบในตอนที่ 2 นี่แหละ ใช้คุ้มจริง ๆ

 

อื่นๆ 

ตามที่ได้เกริ่นไว้ในตอนต้น ว่าตอนที่ 3 นี้เป็นลักษณะของการพักยก

จึงไม่มีข้อมูลเสริมเพิ่มเติมครับ ไว้รอดูกันในตอนหน้าหรือตอนที่ 4 เลย

สำหรับในตอนที่ 4 นั้นที่จริงผมวาดไว้เกือบครบทั้งหมดแล้ว

ข้อมูลวิชาการก็เขียนเสร็จ ข้อมูลตัวละครใหม่ก็เตรียมไว้แล้วเรียบร้อย

แต่เหลือสิ่งที่ผมยังไม่เคยทำแล้คิดว่ายากน่าดู ก็คือ "ฉากแข่งมวย" ครับ

เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ถ้ากล่าวถึงเมืองไทยแล้วไม่พูดถึงมวยไทยก็คงเหมือนยังเข้าไม่ถึงล่ะ

 

เอาเป็นว่าผมยังพยายามอยู่นะครับ คิดว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไรคงได้อ่านในวันพรุ่งนี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

*จิ้มหนมครกกิน*

#24 By Queensjrxq on 2012-07-08 19:55

ฟรังเก่งจัง เริ่มกินอาหารไทยอิย่างนี้ต้องติดใจแน่ๆ อาหารไทยอร่อยสุดๆเลย ^^cry
เอาละไปดูฉากมวยต่อีดก่าและแถมด้วย Hot!

#22 By NoA.r.t Boy on 2009-10-24 13:48

surprised smileเป็นอีกตอนที่ดูอบอุ่นมากค่ะ คิดถึงสังคมเกื้อหนุนกันยังงี้มากๆ ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว
อ๊าก น่ารักสดใสมาก
จะว่าไปไม่ได้กินขนมครกนานแล้วเหมือนกัน

#20 By giri on 2009-06-29 21:52

อ่านสนุก แถมแทรกความรู้ไทยๆ
รอติดตามตอนต่อไปของ ไทแลน เอ๊ย ไตลาน นะครับ
ขอบคุณเรื่องดีดีนะครับ
surprised smile surprised smile

#19 By Recycle Boy on 2009-06-29 19:37

น่ารักทุกตอน อยากอ่านต่อจังcry

#18 By pinpin on 2009-06-29 19:11

อูราาา


คราวหน้าพี่ค่อนจะเขียนฉากพะบู๊แล้วเอย

อนึ่ง ตอนผมหัดวาดสมัยแบเบาะ ผมเริ่มที่ฉากบู๊ก่อนเลยแหะ กลับมาคิดๆดูแล้ว สมัยก่อนอนาโตมี่ยังไม่แม่น (ตอนนี้ก็มิแตกต่าง) ทำไปทำไมวะเนี่ยเรา sad smile

#17 By Zairen_Parodyme. on 2009-06-29 18:25

#15 จะได้เขียนก็คราวนี้แหละ
กำลังหนักใจอยู่เนี่ย ไม่รู้จะวาดได้แค่ไหนsad smile

#16 By โคค่อน on 2009-06-29 17:17

มวยคาดเชือกเรอะ ว่าเเต่เเกวาดฉากเเอคชั่นกะเค้าด้วยเหรอค่อนconfused smile

#15 By raycircle on 2009-06-29 17:10

ว้ายยย อยากอ่านต่อๆ cry

#14 By Airin on 2009-06-29 16:24

เรื่องน่ารักอบอุ่นดี

#13 By prema-ja on 2009-06-29 15:38

ตามมาติด ๆbig smile

#12 By InsomIA3 on 2009-06-29 13:59

อยากเห็นพี่ค่อนเขียนฉากแอคชั่น
x3

#11 By BLUE. on 2009-06-29 13:34

#9
ที่จริงก็ยังพูดได้สั้น ๆ ฟังเสียงได้ไม่หมด และเขียนภาษาไม่ได้ แต่เพื่อให้มันไม่วุ่นวายเกินไปในการเขียนของผม เลยขอละการเขียนภาษาไทยไม่ช้าดแล้วกันครับ sad smile
(อย่างน้อยผมก็ยังท่องตัวเองไว้ว่า ฟรังจะไม่พูดอะไรยาวๆในช่วงนี้)

นอกนั้นก็...ถือว่าช่วยปลดล็อกให้เดินเรื่องต่อไปได้ละกัน ไม่งั้นเดี๋ยวอายุตัวละครเปลี่ยนมากบทจะเปลี่ยนsad smile


ป.ล. ดีใจที่ยังมีคนเม้นต์ แม้จะเป็นกลางวัน (นึกว่าจะร้าง)

#10 By โคค่อน on 2009-06-29 12:49

พูดได้เร็วจังเลยแฮะคับsad smile sad smile

#9 By sage_nu on 2009-06-29 12:06

ไม่ได้กินขนมครกมานานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย อ่านแล้วชักอยากกินopen-mounthed smile

ปล กลับไปดูตอน2มา เด็ก2คนนี้โผล่มาเป็นตัวประกอบจริงๆด้วย
อยากเห้นตอนชดมวยจังค่ะ

ปล. เห็นแล้วอยากกินขนมครกขึ้นมาทันใด

#7 By frogchocolate on 2009-06-29 09:38

กลับมาพบกับความตื่นเต้นของคุณยาย...
กร๊ากกก... คุณยายน่ารักเป็นที่สุด

ขอขนมครกหนึ่งชิ้นครับ...
(โดนยายปาถ้วยฝาขนมครก ๕๕๕)

เห็นคุณยายบอกว่า ศูนย์สตางค์
ไม่รู้ว่า ฟรังจะงงรึเปล่า ๕๕๕
งงจริงๆ (ทำไมหน่วยมันแปลกๆ รู้จักแต่ "บาท" เหอะๆ)

เอาใจช่วยสำหรับตอนเด็ดต่อไปนะครับผม
สู้ๆ...


confused smile

#6 By no-ta on 2009-06-29 08:24

พี่ค่อน...หิวนะอัพแบบนี้อ่ะ TTATT
ยิ่งๆอยากกินอยู่ไอ้ขนมครกเนี่ย...ถั่วแปบก็อีกอย่าง

#5 By - な み だ の 風 - on 2009-06-29 08:21

เริ่มแล้วเรอะ อ่า ยังงงๆ แต่จะลองๆอ่านต่อๆไป

#4 By คาโตเน่ on 2009-06-29 02:00

#1 อย่าคาดหวังฉากมวยมากนะครับ คงไม่ได้มีเยอะ และผมเองกไม่เคยเขียนฉากแอคชั่นsad smile แต่เอาเป็นว่าจะพยายามให้ดีที่สุดครับ

#3 By โคค่อน on 2009-06-29 01:06

น่ารักๆ

อยากกินหนมครกแล้วอะ

#2 By e-namtan on 2009-06-29 01:04

รอดูฉากมวยนะครับ
ท่าทางน่าจะสนุก มวยคาดเชือก confused smile

#1 By เจ้าโต on 2009-06-29 01:03