[ตูน]ไตลาน #4 มวยไตลาน
posted on 02 Jul 2009 15:10 by cocon in COMIC-TAILAN
อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่
สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน
1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง
3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด
คุยก่อนอ่าน
1. ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษ ให้สมกับที่เสียเวลามานาน
(จริง ๆ เพราะมันยาวเป็นพิเศษ และยากเป็นพิเศษ ถึงได้เสียเวลา)
2. ผมก็พึ่งเคยวาดฉากแอคชั่นครั้งแรก หากไม่สมจริงยังไงก็ต้องขออภัย
3. พึงระลึกว่า มวยไตลาน ก็คือมวยไทยนั่นล่ะ ไม่ต้องพยายามหาความต่างนะครับ
4. ไม่ได้วาดคอมิคช่องนานมากแล้ว คราวนี้ได้วาดให้แก้คิดถึงกันเลย
เกริ่นมาพอควรแล้ว งั้นอ่านกันเลยดีกว่า
ไตลาน
๔
ตอนแถม
ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น
แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ
นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน
หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ
รู้จักเมืองไทยผ่านไตลาน ตอนที่ 4
เรื่องที่ 1 - มวยไทย
(อ้างอิงจาก http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/boxing/boxing1.htm)
**ข้อมูลที่ผมคัดลอกมาตรงนี้เป็นเพียงแค่บางส่วน ใครใคร่อยากรู้แบบเต็มขอให้ไปอ่านที่เว็บครับ
มวยไทยเป็นการเล่นพื้นบ้าน ที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะ
ใน
ส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้
มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง เช่น หมัด ศอกแขน เท้า แข้ง
และเข่าเป็นต้น
นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย
ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในหมู่ทหาร เพราะในประวัติศาสตร์ชาติ
ไทยที่ต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด
จึงต้องฝึกฝนไว้ให้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการต่อสู้
มีการจัดตั้งสำนักมวยขึ้นฝึกสอนกันโดยทั่วไป
จากตรงนี้ผมก็ขอสนับสนุนความจริงที่ว่ามวยไทยเรียกได้ว่าเป็นศิลปะประจำชาติ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สังเกตได้จากถ้าถามถึงชาวต่างชาติว่าถ้านึกถึงเมืองไทยจะนึกถึงอะไร คำตอบอย่างน้อยต้องมี"มวยไทย"แน่นอน
ไม่เพียงแค่ในชีวิตจริง มวยไทยยังปรากฏตามการ์ตูน(ทั้งที่เกี่ยวกับมวย หรือการ์ตูนต่อสู้) หรือแม้แต่เกมต่อสู้ที่อาจจะเป็นตัวละครมวยไทยเต็ม ๆ หรือแค่การสอดแทรกเข้าไปในตัวละครบางตัว แต่ถ้าดูแล้วจะรู้ได้ทันทีว่าเอามาจากมวยไทยครับ
คุณลักษณะของมวยไทย
มวย
ไทยใช้อวัยวะ 6 ชนิด ในการต่อสู้กับปรปักษ์ ได้แก่ หมัด ศอก
แขนท่อนล่างเท้า แข้ง และเข่า เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าชก ต่อย
เขก โขกทุบ เตะ ถีบ เหน็บ อัด ยัน เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน กระทุ้ง
สับ เสียบเฆี่ยน กด ทุ่ม ฟาด มัด รัด หักแขน หักขา หักคอ ฯลฯ
อวัยวะแต่ละชนิดดังกล่าวมีวิธีใช้ดังนี้
1. หมัดใช้ทิ่มกระแทก กระทุ้ง ซึ่งมีทั้งกระทุ้งขึ้นและกระทุ้งลง เหวี่ยง ซึ่งมีซึ่งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาวเขก โขก และทุบ
2. ศอกใช้เหวี่ยง ปัก งัด ทิ่ม เฉือน กด และกระทุ้ง
3. แขนท่อนล่าง ใช้สับ เสียบ ปัด เหวี่ยง และเฆี่ยน
4. เท้า ใช้ถีบ เหน็บ อัด คือการเตะด้วยปลายโต่ง ยัน เหยียบ เตะ และกระตุกเท้า
5. แข้งใช้เหวี่ยงซึ่งมีทั้งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาว
6. เข่าใช้ยิงโยน ยัด เหวี่ยง กุด และกระตุก
ลักษณะที่ทำให้มวยไทยมีความแตกต่างจากมวยสากล นั่นคือการใช้อวัยวะในการต่อสู้มากกว่า อย่างเช่นการใช้ขาซึ่งมวยสากลไม่ให้ทำ ในส่วนนี้ผมคงไม่สามารถแสดงความเห็นในเชิงลึกได้เพราะไม่ได้มีความรู้พื้น ฐานมาตั้งแต่แรก แต่ส่วนตัวแล้วก็จะรู้สึกว่าการที่ใช้อวัยวะได้แทบครบทุกส่วนแบบนี้ น่าจะทำให้เป็นศิลปะการต่อสู้สายรุนแรงได้จริง ๆ
การไหว้ครู
ใน
การแสดงศิลปวิทยาต่างๆ
ย่อมมีครูบาอาจารย์เป็นผู้ประสิทธ์ประสาทวิชาการให้ เป็นประเพณีของชาวไทย
ซึ่งอบรมสั่งสอนกันมา
ในเรื่องความ"กตัญญู"รู้คุณต่อท่านผู้มีพระคุณ เมื่อรู้คุณแล้วก็จะต้องมี"กตเวที" คือตอบแทนพระคุณในรูปแบบต่างๆ
การไหว้ครูเป็นผลจากคุณธรรมดังกล่าวแล้ว
ดังนั้น มวยไทยซึ่งเป็นศิลปวิทยาแขนงหนึ่ง
จึงอยู่ในกรอบประเพณีดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ต้องมีพิธีไหว้ครูก่อนทำการแข่งขัน สำหรับท่าไหว้ครูมีท่าถวายบังคมเป็น
ท่าเริ่มแรกนั้น กล่าวกันว่า
ในสมัยก่อนการชกมวยไทยมักจะจัดขึ้นหน้าพระที่นั่ง
พระมหากษัตริย์มักจะเสด็จออกทอดพระเนตร นักมวยที่จะเข้าแข่งขันเมื่อขึ้น
สังเวียนแล้ว จึงต้องเริ่มด้วยการถวายบังคมด้วยลีลาท่าทางของนักมวย
การไหว้ครูมีท่ารำอยูหลายท่า ตามแต่ครูบาอาจารย์และเจ้าสำนักมวยต่างๆ
จะประดิษฐ์คิดขึ้นมาเป็นแบบอย่าง เช่น ท่าเบญจางคประดิษฐท่าเทพพนมพรหมสี่หน้า ท่าสาวน้อยประแป้ง ท่าหนุมานตบยุง
จากเรื่องการไหว้ครู ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ไม่เหมือนการแข่งขันการต่อสู้แบบอื่นในโลก ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับความเห็นเพิ่มเติมจากเว็บ http://www.homeandi.com/content/c2011.html ดังนี้
"ชาว ต่างชาติชอบการไหว้ครูมากนะ พวกเขาถามผมว่า เราไหว้ครูกันไปทำไม ทั้ง ๆ ที่กีฬาอย่างอื่นลงแข่งขันได้เลย ก็อธิบายไปว่า ที่เราไหว้ก็เพื่อรำลึกถึงพ่อแม่, ครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังถือเป็นการอบอุ่นร่างกายไปในตัวด้วย" คุณสุพันธ์ ชะใบรัมย์ ผู้ฝึกสอนของศูนย์อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยแห่งชาติเล่าประสบการณ์
จะว่าไปแล้วท่าทางของการไหว้ครูแต่ละท่านั้นยังแสดงออกมาเพื่อสื่อสารถึงการ รำลึกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้มีพระคุณต่าง ๆ ด้วย ครูมวยท่านเดิมเสริมต่อว่า "การวาดมือตอนไหว้ครูมันเหมือนการรับเอาพระแม่ธรณีมาเข้าสู่อกเรา แล้วยกมือไหว้ขึ้นเหนือศีรษะเหมือนการเทิดไว้ซึ่งพระมหาราชาด้วย"
และยังมีเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจจาก วิกิพีเดีย - มวยไทย อีก ผมขอคัดลอกส่วนท้ายของข้อมูลวิกิมาแปะดังนี้
จิตวิญญาณมวยไทย " ถ้า ยูโดหรือยิวยิตสูคือหนทางแห่งความสุภาพ..ไอกิโดคือหนทางแห่งความอ่อนโยน.. มวยไทย..ก็คือหนทางแห่ง..มิตรภาพ.." มีคำพูดของ คุณทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเอตร์ยอดนิยมกล่าวว่า " มวยไทย..มรดกไทย..มรดกโลก "..สะท้อนถึงจิตวิญญาณของมวยไทยได้ดีมาก มวยไทย..เป็นศาสตร์และศิลปะที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างในการนำไป แสดงออกทั้งในการวาดลวดลายและแสดงพลังอำนาจที่จะสยบคู่ต่อกร
มวยไทย..มิใช่จะมีเฉพาะความเข้มแข็งของนักสู้แต่มันมากด้วยจิตวิญญานของ ผู้กตัญญู ผู้อ่อนโยน ผู้เป็นมิตร ผู้อดทน..ผู้ให้อภัย..และผู้ร่าเริงเบิกบาน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูกระด้าง อาจดูน่าเกรงขามแต่นั่นเพื่อตอบโต้แก่ผู้รุกราน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูอ่อน ด้อยน่าย่ำยีแต่นั่นเป็นกลลวงสำหรับผู้ที่เย่อหยิ่งจองหองเท่านั้น...และ ทั้งหมดนั้นผู้ที่เป็นมวยซึ่งได้ผ่านสังเวียนการต่อสู้ทั้งที่มีเกียรติและ ไร้เกียรติมาอย่างโชกโชนย่อมเข้าใจดีว่า..มวยไทยที่เขาได้ใช้มันออกไปเพื่อ แสดงอะไร?ถ้าเขาเลือกได้..เส้นทางของ สุภาพบุรุษนักมวย ย่อมเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน..
ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย..มีพัฒนาการควบคู่มากับวิถีชีวิตของคนไทย..จึงมีลักษณะผสมผสานด้านการต่อสู้เพื่อใช้ป้องกันตัวและต่อต้านการ รุกรานของชนเผ่าอื่น..แล้วยังรวมเอาการแสดงศิลปะลีลาของการใช้อวัยวาวุธอัน มีความหลากหลายพิสดารน่าดูไว้ด้วยตามลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบการแสดงออก /ความสนุกสนานร่าเริงและเป็นมิตร..ตลอดถึงความเป็นคนอ่อนน้อมกตัญญูรู้คุณคน ...ซึ่งถือเป็นหลักการของศิลปะการต่อสู้เฉพาะชนชาวไทยที่มีรูปแบบที่แตกต่าง จากชาติใดๆ..ผู้ที่เรียนรู้ ฝึกฝนจนเข้าถึงและเข้าใจจึงจะสามารถคงเอกลักษณ์นี้ไว้ได้..
(ข้อมูลส่วนท้ายสุดขอไม่เอามา เพราะเป็นความเลวร้ายของโลกปัจจุบันที่ไม่เกี่ยวกับไตลาน ใครอยากอ่านก็ไปดูเองได้ครับ)
โดยสรุปแล้ว มวยไทยที่แท้จริงจะแสดงถึงลักษณะนิสัยของคนไทยทั้งในส่วนที่เข้มแข็ง(ยาม ต้องสู้) ส่วนที่อ่อนโยน สนุกสนาน มิตรภาพ และเหนือสิ่งอื่นใดคือความกตัญญูรู้คุณคน ทั้งพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ซึ่งแสดงออกมาทั้งใน "การไหว้ครู" และัการรำลึกในใจอยู่เสมอ ผมอยากให้พวกเรายังได้รับรู้ถึงคุณค่าของมวยไทยอย่างแท้จริง เพราะมันจะทำให้เราภูมิใจได้ว่า มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งของเมืองไทยครับ
ข้อมูลเสริมอื่น ๆ
- การแต่งกายแบบมวยไทย http://school.obec.go.th/mrtoom/toomb.htm
- ลูกไม้มวยไทย 15 ไม้ (จริง ๆ ไม่ได้มีแค่นี้นะ) http://www.sema.go.th/files/Content/Art/k4/0008/6-1/___.html
- ภาพมวยไทย แบบลายเส้นไทย http://student.nu.ac.th/web_a.com/เกี่ยวกับฉัน.htm
- MV เพลงละครนายขนมต้ม (ช่วยเรื่องการศึกษาบรรยากาศได้มาก) -----> อันที่ 1 / อันที่ 2
ในไตลาน... จะเอามาปรับใช้ดังนี้
1.1 เนื่องจากในโลกของไตลาน จะใช้คำว่า"ไทย"กับการเป็นชื่อภาษาเท่านั้น การเรียกในโลกของไตลาน จึงเป็น "มวยไตลาน" ครับ (แต่มันก็คือมวยไทยนั่นแหละ)
1.2 ในยุคสมัยของโลกไตลาน จะเป็นลักษณะของ "มวยคาดเชือก" ซึ่งจะเป็นการใช้เชือกพันที่หมัดสองข้าง ยังไม่มีนวมเหมือนมวยในโลกปัจจุบัน (ข้อมูลของมวยคาดเชือกดูได้ที่ วิกิพีเดีย - มวยคาดเชือก)
1.3 มวยไตลานก็เป็นเช่นเดียวกับมวยไทย นั่นก็คือมีการแบ่งออกเป็นสาย ๆ ตามแต่ละท้องที่ อย่างเช่นถ้ามวยไทยจะเป็นว่า (อิงจากวิกิพีเดีย - มวยไทย...มีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา(ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง)มีคำกล่าวไว้ว่า "หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา" ของ ไตลานก็อาจจะมีการเรียกชื่อตามเมืองท้องถิ่นที่ปรากฏในโลกของไตลานแทน หรืออาจจะเรียกเป็นตามทิศของเมืองเมื่ออิงจากเมืองกลางอย่างเทพานคร เช่น มวยเหนือ มวยใต้ มวยอีสาน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ผมจะไม่ลงลึกกับมันมาก เอาแค่ให้รู้ว่าแต่ละท้องถิ่นก็จะมีสายที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง
1.4 เนื่องจากไตลานเป็นโลกที่ไม่มีศึกสงคราม ดังนั้นมวยจึงอยู่ในรูปแบบของกีฬาและการฝึกฝนร่างกายเป็นหลัก (แม้ว่าในอดีตอาจจะมีที่มาจากสงครามก็ตาม)
แนะนำตัวละคร
คนที่ 4 - กล้า (ไกรภพ คือชื่อจริง)
IMAGE
- นักมวย / นักรบของไทย
- นักเดินทางแบคแพค
- เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมไทยในด้านที่เป็นความอิสระและรักสนุก
กายภาพ - สันทัด / มีกล้ามแบบนักมวย / ผิวสีแทน (คล้ำเพราะมักอยู่กลางแจ้ง) / ผมสีดำ / ตาสีน้ำตาลเข้ม (แต่ในการ์ตูนจะวาดเป็นสีดำสนิท) / ผมทรงสูง หัวเกรียน /
เครื่องแต่งกาย - มีคาด"มงคล"ไว้ที่หัวตอนแข่งมวย / เสื้อผ้าจะเหมือนนักรบชาวบ้าน (สีด้านบนด้านล่างจะเป็นตามที่กำหนด ไม่ค่อยเปลี่ยนสี) / เชือกพันแขนจะมีแค่ตอนแข่งมวย เชือกพันขาและเท้าจริง ๆ ไม่มีนะครับ พึ่งรู้จากตอนหาข้อมูลแต่คงไม่แสกนงานใหม่ล่ะ / มีย่ามและห่อผ้าติดตัวเสมอในตอนเดินทาง
นิสัย - บ้าบิ่น / ไร้ระเบียบ / รักอิสระ / ดื้อรั้น / รักกีฬา(โดยเฉพาะมวย) และกิจกรรมกลางแจ้ง / ชอบช่วยเหลือผู้คน / เจ้าชู้พอควร (นิสัยพระเอกในวรรณคดีไทยทั่วไป แต่กล้าจะไม่ถึงกับไปเล่นผิดลูกผิดเมียใคร)
บทบาท
- เป็นบุตรชายคนโตของเจ้าเมืองเทพานคร ซึ่งความจริงแล้วควรเป็นรัชทายาทด้วย
- แต่ด้วยนิสัยรักอิสระ ไม่ชอบเรื่องจุกจิกในวัง เลยมักจะปลอมตัวเป็นชาวบ้านเพื่อออกเดินทางทั่วไตลานมากกว่า และถือว่าการทำความใกล้ชิดสนิทสนมและช่วยเหลือชาวบ้านก็เป็นการทำหน้าที่ ปกครองได้ดียิ่งกว่าอยู่ในวัง (โดยจะใช้ชื่อว่ากล้า และบอกว่าเป็นเด็กกำพร้าที่ได้ฝึกมวยและทำงานในวัง)
- ช่วงที่กลับมาวังและเจอฟรัง เลยจะอาสาเป็นครูสอนมวยให้ฟรังด้วย
spoil - * และที่ดึงดันว่าจะสอนเอง เพราะเห็นว่ากรินทร์ซึ่งเป็นน้องชายก็สอนภาษาแล้ว ตัวเองเลยอยากเป็นคนสอนมั่ง *
เกร็ดเล็ก ๆ
ทำไมชาวบ้านไม่รู้ว่าตัวจริงของกล้าเป็นใคร?
- เพราะว่ากล้าในตอนที่แสดงตัวเป็น "เจ้าชายไกรภพ" จะใส่ชุดทหารเต็มยศ และมักจะสวมหมวกนักรบแบบกษัตริย์ ทำให้ภาพแตกต่างจากตอนที่ทำตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาอย่างมาก และเพราะว่าเนื้อแท้ของกล้าดูเป็นชาวบ้านมากกว่าลูกเจ้าเมืองนั่นเอง
ทำไมคนในวังยังต้องแสดงการเคารพอย่างจริงจัง แม้ว่ากล้ามักบอกว่าไม่ต้อง
- เพราะมันเป็นระเบียบของในวัง และคนที่จะลงโทษไม่ใช่กล้าแต่เป็นเจ้าเมือง (เจ้าเมืองไม่ได้ดุขนาดนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยต้องปลอดภัยไว้ก่อน)
รู้หรือไม่ #4
- ภาพลักษณ์เบื้องต้นของ "กล้า" มาจากไกรทอง (ดูจากชุดก็ได้ ซึ่งเป็นชุดไกรทองแบบที่เราคุ้นตาที่สุด)
- ความจริงแล้ว "ไตลาน" มีที่มาจากการที่ผมอยากทำโปรเจคคาแรคเตอร์ดีไซน์ ที่มีตัวละครเป็นอาชีพต่าง ๆ คล้ายกับ Ragnarok โดยคิดว่าถ้าทำให้เป็นตัวละครไทยได้คงน่าสนุกดี (ไม่ใช่ครั้งแรกของไทยเพราะผมก็รู้ว่ามีคนพยายามทำมาแล้ว แต่สำหรับผมนั้นมันเป็นครั้งแรกที่ผมจะออกแบบตัวละครในแบบแฟนตาซี ไม่ใช่ร่วมสมัย) แต่หลังจากที่เริ่มอิงกับข้อมูลภูมิภาคและเรื่อง ราวของไทยในอดีตมากขึ้น ผมเลยพบว่าแนวทางที่ผมถนัดนั้นไม่ใช่การทำให้เป็นแฟนตาซี แต่เป็นการเอาข้อมูลวัฒนธรรมจริง ๆ มาประยุกต์เป็นโลกคู่ขนานที่ค่อนข้างสมจริงมากกว่า
- "กล้า" และ "กรินทร์" เป็นตัวละครที่เหมือนจะมีรูปแบบเดียวกับ "เอก" และ "วัน" ในเรื่อง "11" ของผม แต่เอาเข้าจริงทั้งสองคู่นี้จะเหมือนก็แค่การเป็นคู่แนว พละกำลัง-วิชาการ เท่านั้น นอกนั้นผมมั่นใจว่ามีส่วนต่างมากมายครับ เช่น กล้าเจ้าชู้ในขณะที่เอกนั้นยังไม่ประสีประสาเรื่องความรักเลยแม้แต่เสี้ยว และกรินทร์ก็ไม่ได้เป็นแนวร้ายลึกเหมือนวันเช่นกัน
---
สำหรับไตลานตอนที่ 4 ส่วนสำคัญที่ทำให้ทำได้ช้านั่นก็เพราะว่าเป็น "มวย" นี่แหละครับ เพราะผมยังไม่เคยวาดอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง (ที่ผ่านมาแคยแค่คิดจะทำ) ซึ่งต้องศึกษากันตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน และจะวาดอย่างไร นอกจากนี้มันก็ตามมาด้วยเรื่องของ"อนาโตมี่" ซึ่งชุดแบบกล้ามันไม่สามารถหนีเรื่องหุ่นเหมือนตัวละครที่ผ่านมาได้เลย (ถึงจะหนีด้วยการวาดเป็น SD แทน)
ไตลานตอนนี้อาจจะไม่ได้มีสาระและคำคมเท่ากับตอนที่ผ่านมาเพราะความเป็นกล้า แต่ผมก็จะพยายามสอดแทรกสิ่งที่ดีในแบบไทย ๆ ซึ่งสามารถแนบเนียนไปกับเรื่องได้ นั่นก็คือความเป็นมิตรการชอบช่วยเหลือ และการเคารพผู้ใหญ่ ซึ่งถึงจะเป็นตัวละครที่บ้าบิ่นแบบกล้าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขาดความอ่อนโยนเหล่านั้นไป
ข้อมูลของมวยไทยที่ผมได้หามาก็สนับสนุนความคิดนี้ ผมเลยสร้างตัวละครอย่าง"กล้า"ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวแทนของ "มวยไทยที่แท้จริง" ครับ
*** ไตลานตอนนี้ คงไม่อาจสำเร็จลงได้ถ้าไม่มี...
- หนังสือ "การแต่งกายไท-สยาม" ของ อ.โอม รัชเวทย์
เป็นหนังสืออ้างอิงอันดับหนึ่งของโครงการไตลานเลย ถ้าไม่มีมันผมคงทำไม่ได้
- การ์ตูนเรื่องจินมี่ผจญภัย แต่เป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับมวยไทย ชื่อ"เจ้าสามล้มแชมป์"
ผมเป็นแฟนงานของคนวาดเรื่องนี้อยู่แล้ว งานนี้ศึกษาเรื่องเส้นสปีดและมุมกล้องได้เยอะมาก
- ภาพอ้างอิงที่หาจากอินเทอร์เน็ต
และพี่โนตะที่ช่วยหาภาพอ้างอิงสำคัญหลายอันอยู่
- คอมเม้นต์ที่บอกว่าอยากดูผมวาดฉากแอคชั่น
เป็นทั้งการกดดันและกำลังใจไปในตัว
ขอบคุณอีกรอบครับ
ส่วนตอนนี้ขอไปพักก่อน แล้วจะมาปั่นตอนที่ 5 ต่อไปอย่างไวว่อง





แต่ฉากแอกชั่นบางส่วนผมว่าดูยากนิดๆนะ
/โดนเตะ

แอบอึ้งท่านกล้ามากไม่คิดเลยว่าเป็นพี่เกดอีกคน
ฉากแอคชั่นอูอา กล้ามทะลักออกมานอกช่อง กร้ากๆ
พี่ไกรแอบหล่อนะคะ แต่อ่านชื่อสีฯนึกถึงคุณไตรภพไปซะฉิบ
สีฯว่าพี่วาดฉากแอคชันโอนะ นั่งดูคลิปมาเยอะอะดิ ไม่เป็นแรงบันดาลใจให้ไปลองของจริงมั่งรึ เคร้
#1 By *Zeda : สีดามาหานะเธอ on 2009-07-02 15:31