อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่

ตูน - ไตลาน(Tailan)

 

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทยมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีตตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรมแต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทยอย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้างและอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง

3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด

 

คุยก่อนอ่าน

1. ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษ ให้สมกับที่เสียเวลามานาน

(จริง ๆ เพราะมันยาวเป็นพิเศษ และยากเป็นพิเศษ ถึงได้เสียเวลา)

2. ผมก็พึ่งเคยวาดฉากแอคชั่นครั้งแรก หากไม่สมจริงยังไงก็ต้องขออภัย

3. พึงระลึกว่า มวยไตลาน ก็คือมวยไทยนั่นล่ะ ไม่ต้องพยายามหาความต่างนะครับ

4. ไม่ได้วาดคอมิคช่องนานมากแล้ว คราวนี้ได้วาดให้แก้คิดถึงกันเลย

 

เกริ่นมาพอควรแล้ว งั้นอ่านกันเลยดีกว่า 

 

 

 

 

ไตลาน

 


  

 

 

 

 

 

ตอนแถม

 

 

 

 

ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น

แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ

 

นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน

หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ

 

รู้จักเมืองไทยผ่านไตลาน ตอนที่ 4 

 

เรื่องที่ 1 - มวยไทย

(อ้างอิงจาก http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/boxing/boxing1.htm)

**ข้อมูลที่ผมคัดลอกมาตรงนี้เป็นเพียงแค่บางส่วน ใครใคร่อยากรู้แบบเต็มขอให้ไปอ่านที่เว็บครับ

มวยไทยเป็นการเล่นพื้นบ้าน ที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะ
ในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง  เช่น  หมัด  ศอกแขน  เท้า  แข้ง และเข่าเป็นต้น นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในหมู่ทหาร เพราะในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด จึงต้องฝึกฝนไว้ให้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการต่อสู้ มีการจัดตั้งสำนักมวยขึ้นฝึกสอนกันโดยทั่วไป

จากตรงนี้ผมก็ขอสนับสนุนความจริงที่ว่ามวยไทยเรียกได้ว่าเป็นศิลปะประจำชาติซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกสังเกตได้จากถ้าถามถึงชาวต่างชาติว่าถ้านึกถึงเมืองไทยจะนึกถึงอะไรคำตอบอย่างน้อยต้องมี"มวยไทย"แน่นอน

ไม่เพียงแค่ในชีวิตจริง มวยไทยยังปรากฏตามการ์ตูน(ทั้งที่เกี่ยวกับมวยหรือการ์ตูนต่อสู้) หรือแม้แต่เกมต่อสู้ที่อาจจะเป็นตัวละครมวยไทยเต็ม ๆหรือแค่การสอดแทรกเข้าไปในตัวละครบางตัวแต่ถ้าดูแล้วจะรู้ได้ทันทีว่าเอามาจากมวยไทยครับ

คุณลักษณะของมวยไทย
           มวยไทยใช้อวัยวะ 6 ชนิด ในการต่อสู้กับปรปักษ์ ได้แก่ หมัด ศอกแขนท่อนล่างเท้า แข้ง และเข่า  เข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ด้วยการเข้าชก ต่อยเขก โขกทุบ เตะ ถีบ เหน็บ อัด ยัน เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน กระทุ้งสับ เสียบเฆี่ยน กด ทุ่ม ฟาด มัด รัด หักแขน หักขา หักคอ  ฯลฯ อวัยวะแต่ละชนิดดังกล่าวมีวิธีใช้ดังนี้
         1. หมัดใช้ทิ่มกระแทก กระทุ้ง ซึ่งมีทั้งกระทุ้งขึ้นและกระทุ้งลง  เหวี่ยง ซึ่งมีซึ่งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาวเขก โขก และทุบ
        2. ศอกใช้เหวี่ยง ปัก งัด ทิ่ม เฉือน กด และกระทุ้ง
        3. แขนท่อนล่าง  ใช้สับ เสียบ ปัด เหวี่ยง และเฆี่ยน
        4. เท้า  ใช้ถีบ เหน็บ อัด คือการเตะด้วยปลายโต่ง ยัน เหยียบ เตะ และกระตุกเท้า
         5. แข้งใช้เหวี่ยงซึ่งมีทั้งเหวี่ยงสั้นและเหวี่ยงยาว
         6. เข่าใช้ยิงโยน ยัด เหวี่ยง กุด และกระตุก

ลักษณะที่ทำให้มวยไทยมีความแตกต่างจากมวยสากลนั่นคือการใช้อวัยวะในการต่อสู้มากกว่าอย่างเช่นการใช้ขาซึ่งมวยสากลไม่ให้ทำในส่วนนี้ผมคงไม่สามารถแสดงความเห็นในเชิงลึกได้เพราะไม่ได้มีความรู้พื้นฐานมาตั้งแต่แรกแต่ส่วนตัวแล้วก็จะรู้สึกว่าการที่ใช้อวัยวะได้แทบครบทุกส่วนแบบนี้น่าจะทำให้เป็นศิลปะการต่อสู้สายรุนแรงได้จริง ๆ 

การไหว้ครู
           ในการแสดงศิลปวิทยาต่างๆย่อมมีครูบาอาจารย์เป็นผู้ประสิทธ์ประสาทวิชาการให้ เป็นประเพณีของชาวไทย ซึ่งอบรมสั่งสอนกันมาในเรื่องความ"กตัญญู"รู้คุณต่อท่านผู้มีพระคุณ เมื่อรู้คุณแล้วก็จะต้องมี"กตเวที"  คือตอบแทนพระคุณในรูปแบบต่างๆการไหว้ครูเป็นผลจากคุณธรรมดังกล่าวแล้ว
           ดังนั้น มวยไทยซึ่งเป็นศิลปวิทยาแขนงหนึ่งจึงอยู่ในกรอบประเพณีดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ต้องมีพิธีไหว้ครูก่อนทำการแข่งขัน  สำหรับท่าไหว้ครูมีท่าถวายบังคมเป็นท่าเริ่มแรกนั้น กล่าวกันว่าในสมัยก่อนการชกมวยไทยมักจะจัดขึ้นหน้าพระที่นั่ง พระมหากษัตริย์มักจะเสด็จออกทอดพระเนตร นักมวยที่จะเข้าแข่งขันเมื่อขึ้นสังเวียนแล้ว จึงต้องเริ่มด้วยการถวายบังคมด้วยลีลาท่าทางของนักมวย
           การไหว้ครูมีท่ารำอยูหลายท่า  ตามแต่ครูบาอาจารย์และเจ้าสำนักมวยต่างๆจะประดิษฐ์คิดขึ้นมาเป็นแบบอย่าง  เช่น ท่าเบญจางคประดิษฐท่าเทพพนมพรหมสี่หน้า ท่าสาวน้อยประแป้ง ท่าหนุมานตบยุง
 

จากเรื่องการไหว้ครู ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ไม่เหมือนการแข่งขันการต่อสู้แบบอื่นในโลก ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับความเห็นเพิ่มเติมจากเว็บ http://www.homeandi.com/content/c2011.html ดังนี้

"ชาวต่างชาติชอบการไหว้ครูมากนะ พวกเขาถามผมว่า เราไหว้ครูกันไปทำไม ทั้ง ๆที่กีฬาอย่างอื่นลงแข่งขันได้เลย ก็อธิบายไปว่าที่เราไหว้ก็เพื่อรำลึกถึงพ่อแม่, ครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์นอกจากนี้ยังถือเป็นการอบอุ่นร่างกายไปในตัวด้วย" คุณสุพันธ์ ชะใบรัมย์ ผู้ฝึกสอนของศูนย์อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยแห่งชาติเล่าประสบการณ์

จะว่าไปแล้วท่าทางของการไหว้ครูแต่ละท่านั้นยังแสดงออกมาเพื่อสื่อสารถึงการรำลึกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้มีพระคุณต่าง ๆ ด้วยครูมวยท่านเดิมเสริมต่อว่า "การวาดมือตอนไหว้ครูมันเหมือนการรับเอาพระแม่ธรณีมาเข้าสู่อกเรา แล้วยกมือไหว้ขึ้นเหนือศีรษะเหมือนการเทิดไว้ซึ่งพระมหาราชาด้วย"

 

และยังมีเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจจาก วิกิพีเดีย - มวยไทย อีก ผมขอคัดลอกส่วนท้ายของข้อมูลวิกิมาแปะดังนี้

จิตวิญญาณมวยไทย " ถ้ายูโดหรือยิวยิตสูคือหนทางแห่งความสุภาพ..ไอกิโดคือหนทางแห่งความอ่อนโยน..มวยไทย..ก็คือหนทางแห่ง..มิตรภาพ.." มีคำพูดของ คุณทรงชัย รัตนสุบรรณโปรโมเอตร์ยอดนิยมกล่าวว่า " มวยไทย..มรดกไทย..มรดกโลก"..สะท้อนถึงจิตวิญญาณของมวยไทยได้ดีมากมวยไทย..เป็นศาสตร์และศิลปะที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างในการนำไปแสดงออกทั้งในการวาดลวดลายและแสดงพลังอำนาจที่จะสยบคู่ต่อกร

มวยไทย..มิใช่จะมีเฉพาะความเข้มแข็งของนักสู้แต่มันมากด้วยจิตวิญญานของผู้กตัญญู ผู้อ่อนโยน ผู้เป็นมิตรผู้อดทน..ผู้ให้อภัย..และผู้ร่าเริงเบิกบาน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูกระด้างอาจดูน่าเกรงขามแต่นั่นเพื่อตอบโต้แก่ผู้รุกราน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูอ่อนด้อยน่าย่ำยีแต่นั่น