อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่

ตูน - ไตลาน(Tailan)

 

*** เนื้อเรื่องของหนองตา สามารถอ่านได้โดยที่ไม่ต้องอ่านภาคหลัก(ไตลาน)ก่อน ***

(ดังนั้นใครที่พึ่งมาใหม่ อย่าพึ่งถอดใจเพราะต้องอ่านย้อนหลังเยอะเลยนะ ลองอ่านก่อนเถอะครับ) 

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง

3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมในภาค"หนองตา"

4. หนองตาเป็นดั่งโลกคู่ขนานของภาคอีสานของไทย เฉกเช่นเดียวกับข้อ 2 ไม่ จำเป็นต้องเทียบเคียงกับความเป็นจริงได้ทุกอณู แต่ผู้เขียนจะพยายามเอามาให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนไหนก็จะมีการชี้แจงไว้ท้ายเรื่องเพื่อ ไม่ให้เกิดความสับสน

5. ช่วงเวลาในภาคหนองตาจะมีอยู่สองช่วง คือ ช่วงวัยเด็กกับผู้ใหญ่ โดยวัยผู้ใหญ่จะอิงกับช่วงเวลาหลักของไตลานตอนที่ 0 ส่วนวัยเด็กจะเป็นก่อนหน้านั้น 10 ปี ดังนั้นตัวละครหลักที่เห็นในตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกับตอนฟรังมานะครับ บอกไว้ให้รู้ก่อนแต่ไม่ซีเรียสอะไร เพราะเดี๋ยวตอนหน้าจะเข้าใจเอง

 

คุยก่อนอ่าน

1. กว่าจะทำตอนนี้เสร็จได้ก็สะบักสะบอม ทั้งการหาข้อมูล ทั้งเรื่องที่ช่วงที่ผ่านมาผมจิตตกกับการทำงานหลัก พอตอนนี้ที่ผมสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจขึ้นแล้ว ขอพักยกมาอัพทางนี้หน่อยแล้วกัน

2. เน้นอีกรอบว่าตัวละครในคราวนี้ถึงเป็นตัวละครหลัก แต่จะไม่ใช่วัยที่จะใช้เป็นหลักนะครับ นี่เป็นเรื่องราวในช่วง 10 ปีก่อน ของตัวละครที่จะมาเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เพราะธีมอีสานอันหนึ่งที่ผมจะใช้คือ "ความเป็นผู้ใหญ่" ที่จะสอดคล้องกับการเป็นดินแดนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุค ก่อนประวัติศาสตร์ครับ

3. แม้ว่าหนองตาจะไม่ตื่นตาอลังการเหมือนเวียงอิงตั้งแต่แรก แต่ขอบอกไว้ว่าภาคหนองตายังมีอะไรรอคอยให้เล่าอีกมากมาย แต่ทั้งนี้จะขอยึดแนวคิดหลักในการนำเสนอเอกลักษณ์ของอีสาน ในความเรียบง่ายและความสนุกสนานครับ

เอาละ ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ

 

 

 

 

ไตลาน

 

หนองตา

 

 

 

 

ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น

แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ

 

นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน

หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ

 

 

 

รู้จักภาคอีสานของไทยผ่านหนองตา ตอนที่ 1 

 

ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ผมขอขอบคุณน้องอิ่ม sesai ที่คอยแนะนำและช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับภาคอีสานให้ผมตลอดโครงการ ที่จริงน้องคนนี้ก็ได้ฟังโครงการนี้ตั้งแต่แรกเริ่มเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าหนุ่มอีสานจะออกมาเป็นแบบไหนดี

สำหรับเนื้อหาต่อไปนี้ ในหลายส่วนผมอาจจะสรุปด้วยตัวเองโดยไม่ได้คัดลอกมาจากที่ไหนทั้งดุ้น เพราะว่าแหล่งข้อมูลมันกระจัดกระจายมาก ทั้งจากคำบอกเล่า จากหนังสือ รวมทั้งจากเว็บแหล่งละนิดละหน่อย ผมเลยว่าจะใช้วิธีการสรุปรวบยอดในความคิดของผม และแนบแหล่งข้อมูลอ้างอิงไว้เพื่อให้ไปอ่านเพิ่มเติมแล้วกันครับ

หลังจากที่ได้ทำการ์ตูนภาคนี้ออกมา ผมก็อยากให้คนอ่านได้เห็นว่าอีสานมีอะไรที่น่าสนใจรออยู่มากมาย มากจนไม่สามารถเล่าได้หมดในเร็ววันนี้แน่นอน

------------------------------------------------------------  

*** ตอนนี้ผมขอสรุปโดยสั้น ๆ ก่อน อาจจะมาเพิ่มเติมอีกในภายหลัง แต่เท่าที่เขียนนี้ก็น่าจะเพียงพอกับการทำความเข้าใจแล้วล่ะครับ

 

เนื่อง จากหนองตาเป็นตัวแทนของอีสานในภาพรวมอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องมาบอกอีกในแต่ละข้อว่าจะนำไปใช้ในไตลานอย่างไรนะครับ เพราะแทบจะใช้ทั้งหมด หากมีข้อไหนที่ต่างจากความเป็นจริงจะมีระบุไว้อีกทีครับ

ข้อมูลที่ผมเขียนในตอนนี้เป็นการสรุปจากความเข้าใจหลังจากการค้นคว้า มาจากหลายที่ ในบางส่วนอาจจะไม่เป็นภาษาทางการหรือมีความคลุมเครือในบางจุด ดังนั้นคงไม่สามารถใช้ทางวิชาการได้ แต่น่าจะเหมาะกับการทำความรู้จักอีสาน โดยเฉพาะสำหรับคนต่างถิ่นที่ยังไม่มีพื้นความรู้เลยเหมือนผมครับ

 

เรื่องที่ 1 - ภาคอีสาน

เป็นที่รู้กันว่าภาคอีสานของ ไทยเราเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ ที่หากเทียบกับภาคอื่นแล้วจะไม่อุดมสมบูรณ์เท่า ทั้งนี้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคอีสานนั้นมีสภาพแห้งแล้งซ้ำซาก รวมทั้งยังมีน้ำท่วมในบริเวณใกล้สายน้ำใหญ่จนต้องอพยพหนีน้ำแทบทุกปี และถึงแม้จะมีปริมาณฝนที่ไม่น้อยกว่าภาคเหนือหรือภาคกลางแต่ผืนแผ่นดินหลาย แห่งก็ไม่สามารถดูดซับน้ำได้อยู่ดี น้ำจึงไหลลงแม่น้ำหลักไปหมด ทำให้ถึงมีฝนแต่น้ำก็ไม่พอใช้ในหลายที่อยู่ดี (ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ "ภูมิปัญญาอีสาน๒ โดย ศาสตราจารย์ ดร. เอกวิทย์ ณ ถลาง , หน้าที่ 26)

แต่วิกฤติก็ทำให้แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวของคนอีสานได้เป็น อย่างดี ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งหมู่บ้านซึ่งจะตั้งบ้านอยู่รวมกันบนเนินที่น้ำ ไม่ท่วมถึง และมีแหล่งน้ำใกล้เคียง ส่วนพื้นที่ลุ่มที่น้ำท่วมถึงก็จะใช้ทำการเกษตร ดังนั้นชื่อของหมู่บ้านและเมืองของอีสานจึงตั้งตามชื่อเนินหรือแหล่งน้ำไป ด้วย (ที่จริงจะมีเรื่องการสร้างที่กักเก็บน้ำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างปราสาทหินแต่ขอไว้พูดถึงในตอนถัดไป) นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวและเรียนรู้ธรรมชาติ จนเกิดการสะสมความรู้และเป็นวิถีชีวิตอันลงตัวซึ่งสืบทอดต่อมาเป็นภูมิปัญญา ท้องถิ่นนั่นเอง

 

เรื่องที่ 2 - คนอีสาน

สำหรับคนอีสานนั้นการที่ต้องอยู่ในสภาพที่ลำบากร่วมกัน ทำให้ชาวบ้านมีความผูกพันแน่นแฟ้นใน ระดับหมู่บ้าน เพราะต้องช่วยเหลือกันในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยกันขุดแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ร่วมกัน และการร่วมมือในด้านอื่นๆ และจะมีการนับถือคนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นทั้งผู้ให้ความรู้สืบทอดสิ่งต่าง ๆ สืบทอดไปยังรุ่นต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับความแห้งแล้งคือ การที่อาหารไม่ได้มีอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ทำให้คนอีสานเป็นที่ร่ำลือว่าสามารถกินได้ทุกอย่าง เช่น กบ เขียด แมลง ในที่นี้จึงรวมกะปอมด้วยนั่นเอง 

นอกจากนี้ชาวอีสานยังทำชีวิตให้มีความสนุกสนาน เพื่อหลีกหนีจากสภาพธรรมชาิติที่กดดัน ดังนั้นคนอีสานจึงเป็นคนรักสนุก สามารถบันเทิงได้ในทุกรูปแบบและทุกโอกาส และส่งผลไปถึงเอกลักษณ์ทางการแสดงของอีสานที่มีลีลาจังหวะคล้ายเต้น ท่วงทำนองโลดโผนเร้าใจ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมของไทย 

ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับคนอีสานอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวในตอนนี้ ผมจะสรุปและกล่าวในตอนต่อไปเมื่อมีส่วนที่เกี่ยวข้องครับ

 

เรื่องที่ 3 - ล่ากะปอม

ขออ้างอิงเว็บนี้นะครับ เป็นภาษาถิ่น ผมเองก็ยังเข้าใจไม่หมด แต่ก็ทำให้เข้าใจได้มากทีเดียวครับ

http://www.baanmaha.com/community/มาๆๆฅนภูไทสิพาไปหาล่ากะปอม-6447/

ขอสรุปโดยคร่าว ตามความเข้าใจของผมว่า

การล่ากะปอมมีอยู่ 3 วิธีคืิอ

1. การคล้อง (ใช้ในเรื่องนี้) คร่าว ๆ ก็คือเอาไม้ยาวๆ ที่ผูกบ่วงไว้ในการจับ ก่อนจะไปคล้องกะปอมก็ให้ผิวปาก(เป็นเพลงอะไรก็ได้) ให้กะปอมมันเคลิ้มจนเผลอตัว (มันจะมีท่าทางที่ทำให้รู้ได้ว่าได้ล่ะ) แล้วก็คล้องจับเลย

2. การยิง (ตอนแรกว่าจะใช้แต่เปลี่ยนใจ) คร่าว ๆ คือ ใช้หนังสติ๊กหรือเป่าพลุ(ใช้ลูกดอก) ข้อดีคือมันอยู่สูงแค่ไหนก็ยิงได้ แต่ข้อเสียคือพอกะปอมตายมันก็ไม่สดน่ะ

3. วิธี"ใต้กะปอม" อันนี้ผมยังไม่เข้าใจ ลองไปอ่านเอาเองดูนะ ใครที่อธิบายได้ก็ช่วยทีครับ

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้เก็บกะปอมที่จับได้ คือ "ข้อง"

สำหรับข้อมูลของข้อง ลองไปอ่านได้ที่ http://edtech.kku.ac.th/~s51121275011/505050341-4/kog.htm

ในเว็บจะบอกว่าเอาไว้จับปลา แต่ตอนที่ถามผู้รู้ก็บอกว่าใช้จับนี่ได้เหมือนกันนะ (ยังไงเดี๋ยวอาจถามอีกทีถ้าไม่แน่ใจ)

 

------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------ 

เบื้องหลัง-ที่มาที่ไปของหนองตาตอนที่ 1 

- ที่มาของตอนนี้จะคล้ายกับไตลานตอนที่ 3 นั่นคือเดิมทีเรื่องราวในตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ส่วนนำของตอนถัดไป เพียงแต่ว่าพอลองเขียนแล้วพบว่าประเด็นของเรื่องกะปอมนั้นสามารถเอามาทำเป็น ตอนหนึ่งได้ และจะได้ไม่ปนกับเรื่องราวของตอนถัดไปที่จะมีโทนอีกแบบเลย ดังนั้นตอนนี้จึงมีบรรยากาศแบบเรื่อย ๆ อาจไม่โดดเด่น แต่ผมก็พยายามสื่อความเป็นอีสานให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ครับ

- ทำไมถึงเป็นกะปอม ความจริงแค่เป็นการเล่ากิจกรรมของบุญหล้าอันเป็น"ข้ออ้างในการออกเที่ยว"ครับ ก่อนหน้านี้กะให้บุญหล้าออกหนีเที่ยวเองเลย แต่แบบนี้น่าจะดูดีกว่า แถมยังได้แนะนำบุญเรือนตอนเด็กไปในตัว ไม่งั้นตอนหลัง ๆ พอจะเล่นบทผู้ใหญ่คงจะมาย้อนอีกยากแล้ว

- เรื่องของกะปอมเหมือนจะสั้น ๆ แต่กว่าที่ผมจะวาดได้ก็ค้นคว้ากันนานเลย เนื่องจากคนวาดไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการล่ากะปอมเลยแม้แต่น้อย แถมผมก็วาดสัตว์ไม่ค่อยเก่งด้วย แต่โชคดีที่สมัยนี้อินเตอร์เน็ตทำให้ผมได้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งได้น้องอิ่มช่วยเช็คข้อมูลด้วยเลยทำให้ออกมาได้แบบนี้

------------------------------------------------------------  

 

แนะนำตัวละคร

เนื่องจากในตอนนี้จะเป็นช่วงวัยเด็กของตัวละครหลัก

ดังนั้นผมขอแนะนำอย่างคร่าว ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัยนี้เท่านั้นก่อนนะครับ

 

บุญหล้า (14 ปี)

เป็นตัวละครหลักของภาคนี้ ซึ่งจะมีช่วงสองเวลาหลักในการเล่าคือช่วงอายุ 14 กับ 24

ส่วนในตอนนี้จะเป็นวัยแรกหนุ่ม ที่อยู่ครึ่งทางระหว่างเด็กกับวัยรุ่น

นิสัยหลัก ๆ ในตอนนี้

- เป็นคนสบาย ๆ เป็นกันเอง ขี้เล่น รักสนุก ชอบเที่ยว 

แต่ก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ก่อนที่จะเล่นทุกครั้ง (นั่นคือทำงานเสร็จแล้วเที่ยว)

- นอกจากนี้เหมือนเป็นคนที่เนียนเก่ง และขี้แกล้งนิด ๆ เช่นกัน

ซึ่งจะจะเป็นกับตัวละครที่มีโอกาสทำได้ อย่างน้อยก็มีน้องสาวแหละที่โดนบ่อย

ความสามารถ

- ทักษะเกี่ยวกับการเอาตัวรอดเป็นเยี่ยม ล่าสัตว์ได้เก่งทุกชนิดและทุกวิธีที่มีในถิ่นนี้

- สามารถคุยให้คนอื่นจนแต้มและเถียงไม่ออกได้โดยไม่ต้องใช้ความก้าวร้าวใด ๆ

(แต่ใช้กับคนที่สนิทเท่านั้น ถ้ากับคนทั่วไปจะคุยตามปกติ)

------------------------------------------------------------

บุญเรือน

เป็นตัวละครหลักอีกคนหนึ่งของภาคนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีบทเยอะเท่ากับพี่ชาย

แต่จะเป็นตัวละครที่เสริมการเล่าความเป็นคนอีสานในส่วนของผู้หญิงนั่นเอง 

นิสัยหลัก ๆ ในตอนนี้

- สดใสร่าเริง มีความรับผิดชอบสูงกว่าวัยเดียวกัน  

ขี้บ่นบ้างตามแบบเด็ก ๆ แต่จะไม่ทำตัวเป็นปัญหาเพราะรู้ว่าครอบครัวไม่ได้อยู่กันแบบสบาย ๆ

แม้ว่าโดนพี่ชายแกล้งแหย่อยู่บ่อย ๆ เถียงก็ไม่เคยชนะ แต่ก็ยังรักและชื่นชมพี่ชายอยู่ดี

ความสามารถ

- ทำงานบ้านได้มีประสิทธิภาพเหนือขอบข่ายของเด็ก

และมีแนวโน้มว่าจะคล่องขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

- สามารถจับสัตว์ได้ทุกชนิดโดยไม่กลัว ต่างจากเด็กผู้หญิงทั่วไปในท้องถิ่นอื่น

 

------------------------------------------------------------   

รู้หรือไม่ # หนองตา 1

- ฉากเปิดตัวหนองตาภาพที่ 1 เป็นภาพทุ่งนาที่ จ. ศรีสะเกษ ขอขอบคุณภาพถ่ายจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=209149 ซึ่งเว็บนี้ช่วยให้ผมได้รับรู้บรรยากาศของอีสานได้มากขึ้นจริง ๆ ครับ

- ภาพหมู่บ้านหนองตา เป็นเรือนอีสานใต้จากหนังสือ"ภูมิปัญญาอีสาน แม้ว่าผมต้องการให้หนองตาเป็นตัวแทนอีสานโดยรวม แต่พอดีภาพนี้ให้บรรยากาศที่ใกล้เคียงกับที่ผมต้องการที่สุดจึงได้นำมาใช้

 

 

------------------------------------------------------------  

จบอันนี้แล้วขอพักไปทำงานเพิ่มก่อนสักพัก 

นอกจากการเคลียร์งานหลักอย่างจ็อปกับ LF แล้ว สำหรับไตลานจะมีอะไรเซอร์ไพรซ์ในเดือนหน้าแน่นอน

(ถ้าทำทันนะ) 

 

*** เพิ่มเติมเฉพาะกิจ

 

จากคอนเม้นต์ 29

มาบอกว่า "หล้า" หรือ "หล่า" ในภาษาอีสานไม่ได้แปลว่าแผ่นดินนะครับ แต่แปลว่ามาทีหลัง

ถ้าตั้งชื่อลูกว่า "หล่า" แสดงว่าเป็นลูกคนท้าย หรือคนสุดท้อง ไม่เอามาตั้งชื่อคนพี่ครับ

 

มาแก้ทางไว้ล่ะ

ขอยืนยันว่ายังใช้ชื่อบุญหล้าแบบเดิม เพียงแต่ว่า บุญหล้าก็จะมีพี่อีกคนที่อายุใกล้กัน (ขอยังไม่กำหนดอายุและเพศนะครับ เพราะเป็นแผนเฉพาะกิจ)

โดยเป็นพี่สาวนะครับ อายุมากกว่าบุญหล้าสักสามสี่ปี มีสามีและออกเรือนไปแล้ว ดังนั้นจะไม่ค่อยพูดถึงในเรื่องหลักครับ (ไว้จะไปลองออกแบบต่อไป)


ซึ่งบุญหล้าเดิมทีก็เป็นลูกคนเล็กหรือคนสุดท้อง และคนที่บ้านก็คิดว่าไม่น่ามีลูกแล้ว จนมามีลูกหลงอีกทีคือบุญเรือนที่อายุห่างกัน 7 ปี ครับ

... และนอกจากนี้ บุญเรือนหากจะเรียกตามภาษาถิ่นก็เป็นบุญเฮือน แต่ทั้งนี้ขอเรียกเป็นภาษากลางให้เข้ากับการใช้ภาษากลางในตอนหลักนะครับ (แล้วจะใช้เฮือนในภาคที่เป็นภาษาถิ่นอีกที)

*** ส่วนมุกที่บุญหล้าเล่นกับชื่อตัวเอง ก็ยังใช้ได้เพราะผมกำหนดไว้แล้วว่าทุกภาคจะรู้จักทั้งภาษาถิ่นและภาษากลาง นึกน่าจะเล่นชื่อตัวเองกับภาษากลางได้ด้วย ทั้งนี้ผมแจกแจงไว้เพื่อให้ความกระจ่างในระยะยาวครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ออกตัวไว้ก่อนค่ะ ว่าถ้าข้อมูลยังผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยทั้งพี่แบงค์ ทั้งคนอ่านด้วยsad smile

วิธีใต้กะปอมก็คือการจับกะปอมตอนกลางคืนนั่นแล เพราะตอนกลางคืนมันจะนอนอยู่ต้นไม้ก็จริง แต่ไม่อยู่สูง เวลาเราไปใต้ก็จับเอาเลย เหมาะกับคนที่ตอนกลางวันไม่ว่าง

คำว่า"ใต้+สัตว์" หมายถึง ไปจับสัตว์สักอย่างในเวลากลางคืน เช่น ใต้กบ ใต้เขียด สองตัวนี้นิยมจับหน้าฝนเป็นพิเศษ
ว่ากันไปไกลๆ คำว่า"ใต้" มันน่าจะย่อมาจาก "ใต้ไฟ"= ส่องไฟ เพราะไปจับสัตว์ตอนกลางคืน ต้องส่องไฟ ..เลยใช้คำว่า"ใต้"

จบ(เถอะ) ๕๕open-mounthed smile

#1 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-10-24 02:16

โออ เป็นพี่น้องที่น่ารักดีจังเลยค่ะ แอร๊ยย
พี่บุญหล้า...
โออ แอบได้ใจ เป็นพี่ชายที่ดูเป็นผู้ใหญ่จัง
(แอบอิมแพ็คเงียบๆ แอร๊ยย)
น้องเรือนเถียงไม่ออกกันเลยทีเดียว (ฮา)

อ่านแล้วแฮปปี้ cry

อนึ่ง เพิ่งรู้นะคะเนี่ย ว่าจับกะปอมเขาจับกันแบบนี้

Hot! Hot!
ให้บุญหล้ากับบุญเรือน คนละดวงค่ะ

#2 By A-Rooj on 2009-10-24 02:24

ชอบชื่อน้องบุญเรือน ดูเป็นผู้ญิ้งผู้หญิง แบบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน open-mounthed smile แต่จะว่าไปก็สงสารเจ้าตัวนิดๆ นะคะ ตบบ่าเข้าใจ บางทีพี่ก็อยากเที่ยวเล่นได้อย่างพวกผู้ชายเหมือนกันค่ะน้องเรือน sad smile

#3 By aleceae on 2009-10-24 02:26

บูญล้าเปิดตัวได้แอบหลอนจริง ๆ 555 5
แต่ก็แถเก่งเหมือนกันนะ
สุดหล้า - บุญหล้า sad smile

55 5Hot! Hot!

#4 By ISHIMARU L. on 2009-10-24 03:35

Hot! ชอบมากค่ะ

#5 By (^_^)/nana on 2009-10-24 03:47

ที่บ้านผมออกจาคนละสไตล์น่ะนะ (ทางเหนือ)

แต่ภาคอีสานก็มีเสน่ห์ไปคนละแบบครับ

ชอบๆ Hot! Hot!

#6 By -o- Jotakun -o- on 2009-10-24 04:32

เพราะพี่ชื่อบุญหล้าเลยต้องไปให้สุดหล้า << เหตุผลข้างๆคูๆมาก แต่ทำไมมันเท่นักก็ไม่นู้ (หัวเราะ)

เข้ามาอ่านเอาสนุก
^^

#7 By Firodendon on 2009-10-24 07:00

ชอบตอนนี้

สงสารกะปอมจัง big smile Hot!
Hot! Hot! Hot!

ไม่ยักรู้นะเนี่ยว่าเขาจับกะปอมกันแบบนี้confused smile

น้องบุญเรือนก็น่ารักดี แต่ชื่อมีความหมายแฝงแบบนั้นจริงเจ้าตัวคงเซ็งไม่น้อยแฮะ อดเที่ยวพอดีsad smile
อ่านแล้วรู้สึกถึงภูมิลำเนาเดิมยังไงไม่รู้ Hot!

#10 By น้ามชา on 2009-10-24 11:01

ไม่ว่าจะภูมิภาคไหน หนุ่มค่อนๆก็ยังหล่ออิมแพคได้เสมอ (รอดูหนุ่มใต้ 5555+)

เนื้อเรื่องตอนนี้น่ารักจังเลยพี่ค่อน ชอบ

#11 By นานาาา on 2009-10-24 12:17

อึก
กะปอมมันกินได้ด้วยเหรอ
sad smile
Hot! Hot!

#12 By เมกุมิ on 2009-10-24 12:45

Hot! Hot! Hot!
(เยี่ยมคร้าบ)

#13 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2009-10-24 13:18

สารภาพตรงๆว่าตอนอ่านชื่อน้องสาวครั้งแรก อ่านว่า "เรื้อน" ด้วยแหละ sad smile

#14 By coffeelucky on 2009-10-24 13:20

เรืองใต้กระปอมให้ผมไปถามคนเก่าคนแก่ที่บ้านผมให้ไหมครับพอดีเป้นคนอีสานconfused smile

#15 By NoA.r.t Boy on 2009-10-24 13:29

น่ารัก แมกซ์ๆ
ภาพบุญหล้าที่บอกว่า สุดหล้า นั่นเท่มากก
มาขำตรงน้องบุญเรือนนั่นล่ะ
เด็กผู้หญิงก็ต้องเฝ้าเรือนล่ะนะ 55

#16 By mutsuki on 2009-10-24 13:46

บทพูดนึกว่าจะเขียนเป็นภาษาถิ่นแล้วมีแปลภาษาไทยภาคกลางแปะไว้ซะอีก
น้อง "บุญเรือน" ถ้าเรียกกันแบบภาษาถิ่นจะออกเสียงว่า "บุญเฮือน" ซึ่งก็มีความหมายเดียวกัน "ฮ" ในบ้านเราเรียก "ฮ" นกฮูก ส่วนในภาษาลาว "ฮ" เรียกว่า "ฮ" เฮือน หรือ เรือนในภาษาไทย รูปแบบตรงก็ใช้ภาษาไทยอิสานเหมือนกัน
ใต้กะปอมเหมือน#1นั้นแหละครับ
ปล.มีจับกะปอมแล้ว ต้องมีจับแย้ต่อcry
Hot!

#17 By nikki009 on 2009-10-24 14:54

เฮ่ย ชอบ><

ชอบเส้นชอบจับกะปอม น่ารัก

#18 By [veho+อินทรี on 2009-10-24 15:43

ไม่เคยใช้บ่วงจับแฮะ sad smile ใช้แต่หนังสะติ๊ก เหอะๆ
แต่ว่าเอามาทำลาบอร่อยดีนักแล confused smile

#19 By suebue on 2009-10-24 16:11

พี่วาดพี่น้องน่ารักดี
เห็นแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆเลย
แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ากะปอมมันกินได้ด้วย =v=

#20 By giri on 2009-10-24 16:54

big smile น่ารักแบบเด็กๆ เห็นแล้วนึกถึงเพื่อนสมัยประถมนะคะ
ชอบเล่านู่นเล่านี่ตอนเขาอยู่บ้านนอก ไล่จับ"กะปอม"กับพ่อ

ฟังดูก็สนุกไปอีกแบบ : )

#21 By [ i ]Rin on 2009-10-24 17:49

มาแล้วสินะ เพิ่งเห็น sad smile

อยากจะชิมกะปอมซักรอบ มันจะอร่อยมั้ยหว่า
ว่าแต่บุญหล้าไหนน้อ~open-mounthed smile

#22 By ป.ปุ้น,,, on 2009-10-24 17:56

ชอบมากๆ โดยเฉพาะที่เป้นการ์ตูนที่คงความเป็นไทยไว้เนี่ยแหละครับ confused smile
เม้นไม่ถูกเเฮะ

#24 By sporekeron on 2009-10-24 19:53

กะปอมเนี่ย ชอบฟังเพลงเหมือนกันนะ..อืม
เป็นสัตว์ที่มีดนตรีในหัวใจจิงๆconfused smile

#25 By Crotix on 2009-10-24 20:40

ชอบๆ เยี่ยมไปเลยครับ อิๆ Hot! Hot! Hot!

#26 By sixth on 2009-10-24 22:07

เอนทรี่นี้มีคอมเม้นต์ที่ควรตอบด้วย ดังนั้นขอมาตอบหน่อยแล้วกัน

#1 ตอนนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วมั้ง ยังไงก็ขอบคุณน้องมากๆเลยครับ ไม่งั้นเขียนไม่ได้เลยนะ

#11 ตอนนี้ตัวหลักของภาคใต้เป็นผู้หญิงนะ แต่มีหนุ่มใต้ที่เป็นชาวประมงล่ะ ถึกดิบยิ่งกว่าภูมิแน่

#15 ขอบคุณครับ แต่ตอนนี้ได้คอมเม้นต์ #1 เป็นคำตอบล่ะ แต่ดีจัง มีผู้ใหญ่ไว้ให้ถามนี่ดีนะครับ ได้ความรู้เยอะ

#17 ภาษาถิ่นเดี๋ยวไว้ให้คนที่สะดวกทำมาทำเป็นภาคเสริมอีกทีเหมือนตอนเวียงอิง ส่วนเรื่อง ร กับ ฮ นี่ผมพึ่งเอะใจนะเนี่ย แบบว่าไม่คิดว่าจะกระทบกับชื่อ ... เดี๋ยวว่าจะคิดอีกทีว่าต่อไปจะเรียกเป็นบุญเรือนหรือบุญเฮือนดี แต่ตอนนี้คงเป็นบุญเรือนไปก่อนละกันเพราะเล่าด้วยภาษากลาง
ยังไงก็ขอบคุณที่ให้ความรู้มาครับ

#25 พูดแล้วฟังดูดีเหมือนกันแฮะ มีดนตรีในหัวใจ แต่สุดท้ายก็ซวยอยู่ดีsad smile

#27 By โคค่อน on 2009-10-24 22:20

โอ้สนุกดีครับ รออ่านตอนต่อไปครับ

#28 By Elta_kung on 2009-10-24 23:38

มาบอกว่า "หล้า" หรือ "หล่า" ในภาษาอีสานไม่ได้แปลว่าแผ่นดินนะครับ แต่แปลว่ามาทีหลัง

ถ้าตั้งชื่อลูกว่า "หล่า" แสดงว่าเป็นลูกคนท้าย หรือคนสุดท้อง ไม่เอามาตั้งชื่อคนพี่ครับ
#29 อา พึ่งรู้จริงๆแฮะอันนี้ เดี๋ยวไว้ไปเช็คอีกทีว่าจะปรับยังไงครับsad smile

#30 By โคค่อน on 2009-10-25 00:14

มาแก้ทางไว้ล่ะ

ขอยืนยันว่ายังใช้ชื่อบุญหล้าแบบเดิม
เพียงแต่ว่า บุญหล้าก็จะมีพี่อีกคนที่อายุใกล้กัน (ขอยังไม่กำหนดอายุและเพศนะครับ เพราะเป็นแผนเฉพาะกิจ)

ซึ่งบุญหล้าเดิมทีก็เป็นลูกคนเล็กหรือคนสุดท้อง และคนที่บ้านก็คิดว่าไม่น่ามีลูกแล้ว จนมามีลูกหลงอีกทีคือบุญเรือนที่อายุห่างกัน 7 ปี ครับ

คิดว่าแก้แบบนี้น่าจะตอบโจทย์ได้แล้ว
ขอบคุณที่ทักไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับbig smile

#31 By โคค่อน on 2009-10-25 00:19

สนุกเสมอเลยยนะคัรบ :)Hot!

#32 By sage_nu on 2009-10-25 00:26

น่ารักจังเลย วาดรูปสวยมากๆเลย

ชอบบุญเรือนดูเป็นเด็กสาวชาวไทยมากๆ

น่ารักสุดๆ เนื้อเรื่องก็น่ารักดีค่ะ!

> <b

#33 By [+Funny_Jang+] on 2009-10-25 09:00

ชอบHot! Hot! Hot!

#34 By นายสุกี้ on 2009-10-25 10:27

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

การ์ตูนน่ารัก cry

#37 By cartoonst on 2009-10-25 11:52

สนุกครับ ชอบๆ^^

#38 By ~MaTsU~ on 2009-10-25 12:14

พี่ชื่อบุญหล้า ก็ต้องไปให้สุดหล้าสิ อุววว

#39 By Wpotion&Saymonica on 2009-10-25 13:10

#40 By mini-teddy on 2009-10-25 19:56

เป็นการ์ตูนที่น่าสนับสนุนดีจริงๆเลย รวมเล่มเลยพี่น้อง big smile open-mounthed smile confused smile

#41 By ~ ศิโร ~ on 2009-10-25 23:07

Hot!
เยี่ยมมากครับ -^-b !!

#42 By Takzii-L.Clamp* on 2009-10-26 11:23

อ๊ายบุญหล้าน่ารักค่ะ ฮากต่อมโซตะแตก

ตอนนี้ก็ยังคงเน้นวิถีชาวไทยอีกตอน ชอบมากค่ะ cry