[ตูน]ไตลาน:หนองตา #1 กะปอม
posted on 24 Oct 2009 01:51 by cocon in COMIC-TAILAN
อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่
*** เนื้อเรื่องของหนองตา สามารถอ่านได้โดยที่ไม่ต้องอ่านภาคหลัก(ไตลาน)ก่อน ***
(ดังนั้นใครที่พึ่งมาใหม่ อย่าพึ่งถอดใจเพราะต้องอ่านย้อนหลังเยอะเลยนะ ลองอ่านก่อนเถอะครับ)
สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน
1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง
3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมในภาค"หนองตา"
4. หนองตาเป็นดั่งโลกคู่ขนานของภาคอีสานของไทย เฉกเช่นเดียวกับข้อ 2 ไม่ จำเป็นต้องเทียบเคียงกับความเป็นจริงได้ทุกอณู แต่ผู้เขียนจะพยายามเอามาให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนไหนก็จะมีการชี้แจงไว้ท้ายเรื่องเพื่อ ไม่ให้เกิดความสับสน
5. ช่วงเวลาในภาคหนองตาจะมีอยู่สองช่วง คือ ช่วงวัยเด็กกับผู้ใหญ่ โดยวัยผู้ใหญ่จะอิงกับช่วงเวลาหลักของไตลานตอนที่ 0 ส่วนวัยเด็กจะเป็นก่อนหน้านั้น 10 ปี ดังนั้นตัวละครหลักที่เห็นในตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกับตอนฟรังมานะครับ บอกไว้ให้รู้ก่อนแต่ไม่ซีเรียสอะไร เพราะเดี๋ยวตอนหน้าจะเข้าใจเอง
คุยก่อนอ่าน
1. กว่าจะทำตอนนี้เสร็จได้ก็สะบักสะบอม ทั้งการหาข้อมูล ทั้งเรื่องที่ช่วงที่ผ่านมาผมจิตตกกับการทำงานหลัก พอตอนนี้ที่ผมสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจขึ้นแล้ว ขอพักยกมาอัพทางนี้หน่อยแล้วกัน
2.
เน้นอีกรอบว่าตัวละครในคราวนี้ถึงเป็นตัวละครหลัก
แต่จะไม่ใช่วัยที่จะใช้เป็นหลักนะครับ นี่เป็นเรื่องราวในช่วง 10 ปีก่อน
ของตัวละครที่จะมาเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เพราะธีมอีสานอันหนึ่งที่ผมจะใช้คือ
"ความเป็นผู้ใหญ่"
ที่จะสอดคล้องกับการเป็นดินแดนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุค
ก่อนประวัติศาสตร์ครับ
3. แม้ว่าหนองตาจะไม่ตื่นตาอลังการเหมือนเวียงอิงตั้งแต่แรก
แต่ขอบอกไว้ว่าภาคหนองตายังมีอะไรรอคอยให้เล่าอีกมากมาย
แต่ทั้งนี้จะขอยึดแนวคิดหลักในการนำเสนอเอกลักษณ์ของอีสาน
ในความเรียบง่ายและความสนุกสนานครับ
เอาละ ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ
ไตลาน
หนองตา
๑
ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น
แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ
นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน
หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ
รู้จักภาคอีสานของไทยผ่านหนองตา ตอนที่ 1
ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ผมขอขอบคุณน้องอิ่ม sesai ที่คอยแนะนำและช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับภาคอีสานให้ผมตลอดโครงการ ที่จริงน้องคนนี้ก็ได้ฟังโครงการนี้ตั้งแต่แรกเริ่มเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าหนุ่มอีสานจะออกมาเป็นแบบไหนดี
สำหรับเนื้อหาต่อไปนี้ ในหลายส่วนผมอาจจะสรุปด้วยตัวเองโดยไม่ได้คัดลอกมาจากที่ไหนทั้งดุ้น เพราะว่าแหล่งข้อมูลมันกระจัดกระจายมาก ทั้งจากคำบอกเล่า จากหนังสือ รวมทั้งจากเว็บแหล่งละนิดละหน่อย ผมเลยว่าจะใช้วิธีการสรุปรวบยอดในความคิดของผม และแนบแหล่งข้อมูลอ้างอิงไว้เพื่อให้ไปอ่านเพิ่มเติมแล้วกันครับ
หลังจากที่ได้ทำการ์ตูนภาคนี้ออกมา
ผมก็อยากให้คนอ่านได้เห็นว่าอีสานมีอะไรที่น่าสนใจรออยู่มากมาย
มากจนไม่สามารถเล่าได้หมดในเร็ววันนี้แน่นอน
------------------------------------------------------------
*** ตอนนี้ผมขอสรุปโดยสั้น ๆ ก่อน อาจจะมาเพิ่มเติมอีกในภายหลัง แต่เท่าที่เขียนนี้ก็น่าจะเพียงพอกับการทำความเข้าใจแล้วล่ะครับ
เนื่อง
จากหนองตาเป็นตัวแทนของอีสานในภาพรวมอยู่แล้ว
ผมคงไม่ต้องมาบอกอีกในแต่ละข้อว่าจะนำไปใช้ในไตลานอย่างไรนะครับ
เพราะแทบจะใช้ทั้งหมด
หากมีข้อไหนที่ต่างจากความเป็นจริงจะมีระบุไว้อีกทีครับ
ข้อมูลที่ผมเขียนในตอนนี้เป็นการสรุปจากความเข้าใจหลังจากการค้นคว้า
มาจากหลายที่ ในบางส่วนอาจจะไม่เป็นภาษาทางการหรือมีความคลุมเครือในบางจุด
ดังนั้นคงไม่สามารถใช้ทางวิชาการได้ แต่น่าจะเหมาะกับการทำความรู้จักอีสาน โดยเฉพาะสำหรับคนต่างถิ่นที่ยังไม่มีพื้นความรู้เลยเหมือนผมครับ
เรื่องที่ 1 - ภาคอีสาน
เป็นที่รู้กันว่าภาคอีสานของ
ไทยเราเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่
ที่หากเทียบกับภาคอื่นแล้วจะไม่อุดมสมบูรณ์เท่า
ทั้งนี้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคอีสานนั้นมีสภาพแห้งแล้งซ้ำซาก
รวมทั้งยังมีน้ำท่วมในบริเวณใกล้สายน้ำใหญ่จนต้องอพยพหนีน้ำแทบทุกปี
และถึงแม้จะมีปริมาณฝนที่ไม่น้อยกว่าภาคเหนือหรือภาคกลางแต่ผืนแผ่นดินหลาย
แห่งก็ไม่สามารถดูดซับน้ำได้อยู่ดี น้ำจึงไหลลงแม่น้ำหลักไปหมด
ทำให้ถึงมีฝนแต่น้ำก็ไม่พอใช้ในหลายที่อยู่ดี (ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ "ภูมิปัญญาอีสาน๒ โดย ศาสตราจารย์ ดร. เอกวิทย์ ณ ถลาง , หน้าที่ 26)
แต่วิกฤติก็ทำให้แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวของคนอีสานได้เป็น อย่างดี ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งหมู่บ้านซึ่งจะตั้งบ้านอยู่รวมกันบนเนินที่น้ำ ไม่ท่วมถึง และมีแหล่งน้ำใกล้เคียง ส่วนพื้นที่ลุ่มที่น้ำท่วมถึงก็จะใช้ทำการเกษตร ดังนั้นชื่อของหมู่บ้านและเมืองของอีสานจึงตั้งตามชื่อเนินหรือแหล่งน้ำไป ด้วย (ที่จริงจะมีเรื่องการสร้างที่กักเก็บน้ำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างปราสาทหินแต่ขอไว้พูดถึงในตอนถัดไป) นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวและเรียนรู้ธรรมชาติ จนเกิดการสะสมความรู้และเป็นวิถีชีวิตอันลงตัวซึ่งสืบทอดต่อมาเป็นภูมิปัญญา ท้องถิ่นนั่นเอง
เรื่องที่ 2 - คนอีสาน
สำหรับคนอีสานนั้นการที่ต้องอยู่ในสภาพที่ลำบากร่วมกัน ทำให้ชาวบ้านมีความผูกพันแน่นแฟ้นใน ระดับหมู่บ้าน เพราะต้องช่วยเหลือกันในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยกันขุดแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ร่วมกัน และการร่วมมือในด้านอื่นๆ และจะมีการนับถือคนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นทั้งผู้ให้ความรู้สืบทอดสิ่งต่าง ๆ สืบทอดไปยังรุ่นต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับความแห้งแล้งคือ
การที่อาหารไม่ได้มีอุดมสมบูรณ์ตลอดปี
ทำให้คนอีสานเป็นที่ร่ำลือว่าสามารถกินได้ทุกอย่าง เช่น กบ เขียด แมลง
ในที่นี้จึงรวมกะปอมด้วยนั่นเอง
นอกจากนี้ชาวอีสานยังทำชีวิตให้มีความสนุกสนาน เพื่อหลีกหนีจากสภาพธรรมชาิติที่กดดัน ดังนั้นคนอีสานจึงเป็นคนรักสนุก
สามารถบันเทิงได้ในทุกรูปแบบและทุกโอกาส
และส่งผลไปถึงเอกลักษณ์ทางการแสดงของอีสานที่มีลีลาจังหวะคล้ายเต้น
ท่วงทำนองโลดโผนเร้าใจ
แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมของไทย
ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับคนอีสานอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวในตอนนี้ ผมจะสรุปและกล่าวในตอนต่อไปเมื่อมีส่วนที่เกี่ยวข้องครับ
เรื่องที่ 3 - ล่ากะปอม
ขออ้างอิงเว็บนี้นะครับ เป็นภาษาถิ่น ผมเองก็ยังเข้าใจไม่หมด แต่ก็ทำให้เข้าใจได้มากทีเดียวครับ
http://www.baanmaha.com/community/มาๆๆฅนภูไทสิพาไปหาล่ากะปอม-6447/
ขอสรุปโดยคร่าว ตามความเข้าใจของผมว่า
การล่ากะปอมมีอยู่ 3 วิธีคืิอ
1. การคล้อง (ใช้ในเรื่องนี้) คร่าว ๆ ก็คือเอาไม้ยาวๆ ที่ผูกบ่วงไว้ในการจับ ก่อนจะไปคล้องกะปอมก็ให้ผิวปาก(เป็นเพลงอะไรก็ได้) ให้กะปอมมันเคลิ้มจนเผลอตัว (มันจะมีท่าทางที่ทำให้รู้ได้ว่าได้ล่ะ) แล้วก็คล้องจับเลย
2. การยิง (ตอนแรกว่าจะใช้แต่เปลี่ยนใจ) คร่าว ๆ คือ ใช้หนังสติ๊กหรือเป่าพลุ(ใช้ลูกดอก) ข้อดีคือมันอยู่สูงแค่ไหนก็ยิงได้ แต่ข้อเสียคือพอกะปอมตายมันก็ไม่สดน่ะ
3. วิธี"ใต้กะปอม" อันนี้ผมยังไม่เข้าใจ ลองไปอ่านเอาเองดูนะ ใครที่อธิบายได้ก็ช่วยทีครับ
ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้เก็บกะปอมที่จับได้ คือ "ข้อง"
สำหรับข้อมูลของข้อง ลองไปอ่านได้ที่ http://edtech.kku.ac.th/~s51121275011/505050341-4/kog.htm
ในเว็บจะบอกว่าเอาไว้จับปลา แต่ตอนที่ถามผู้รู้ก็บอกว่าใช้จับนี่ได้เหมือนกันนะ (ยังไงเดี๋ยวอาจถามอีกทีถ้าไม่แน่ใจ)
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
เบื้องหลัง-ที่มาที่ไปของหนองตาตอนที่ 1
- ที่มาของตอนนี้จะคล้ายกับไตลานตอนที่ 3 นั่นคือเดิมทีเรื่องราวในตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ส่วนนำของตอนถัดไป เพียงแต่ว่าพอลองเขียนแล้วพบว่าประเด็นของเรื่องกะปอมนั้นสามารถเอามาทำเป็น ตอนหนึ่งได้ และจะได้ไม่ปนกับเรื่องราวของตอนถัดไปที่จะมีโทนอีกแบบเลย ดังนั้นตอนนี้จึงมีบรรยากาศแบบเรื่อย ๆ อาจไม่โดดเด่น แต่ผมก็พยายามสื่อความเป็นอีสานให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ครับ
- ทำไมถึงเป็นกะปอม ความจริงแค่เป็นการเล่ากิจกรรมของบุญหล้าอันเป็น"ข้ออ้างในการออกเที่ยว"ครับ ก่อนหน้านี้กะให้บุญหล้าออกหนีเที่ยวเองเลย แต่แบบนี้น่าจะดูดีกว่า แถมยังได้แนะนำบุญเรือนตอนเด็กไปในตัว ไม่งั้นตอนหลัง ๆ พอจะเล่นบทผู้ใหญ่คงจะมาย้อนอีกยากแล้ว
- เรื่องของกะปอมเหมือนจะสั้น ๆ แต่กว่าที่ผมจะวาดได้ก็ค้นคว้ากันนานเลย เนื่องจากคนวาดไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการล่ากะปอมเลยแม้แต่น้อย แถมผมก็วาดสัตว์ไม่ค่อยเก่งด้วย แต่โชคดีที่สมัยนี้อินเตอร์เน็ตทำให้ผมได้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งได้น้องอิ่มช่วยเช็คข้อมูลด้วยเลยทำให้ออกมาได้แบบนี้
------------------------------------------------------------
แนะนำตัวละคร
เนื่องจากในตอนนี้จะเป็นช่วงวัยเด็กของตัวละครหลัก
ดังนั้นผมขอแนะนำอย่างคร่าว ๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับวัยนี้เท่านั้นก่อนนะครับ
บุญหล้า (14 ปี)
เป็นตัวละครหลักของภาคนี้ ซึ่งจะมีช่วงสองเวลาหลักในการเล่าคือช่วงอายุ 14 กับ 24
ส่วนในตอนนี้จะเป็นวัยแรกหนุ่ม ที่อยู่ครึ่งทางระหว่างเด็กกับวัยรุ่น
นิสัยหลัก ๆ ในตอนนี้
- เป็นคนสบาย ๆ เป็นกันเอง ขี้เล่น รักสนุก ชอบเที่ยว
แต่ก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ก่อนที่จะเล่นทุกครั้ง (นั่นคือทำงานเสร็จแล้วเที่ยว)
- นอกจากนี้เหมือนเป็นคนที่เนียนเก่ง และขี้แกล้งนิด ๆ เช่นกัน
ซึ่งจะจะเป็นกับตัวละครที่มีโอกาสทำได้ อย่างน้อยก็มีน้องสาวแหละที่โดนบ่อย
ความสามารถ
- ทักษะเกี่ยวกับการเอาตัวรอดเป็นเยี่ยม ล่าสัตว์ได้เก่งทุกชนิดและทุกวิธีที่มีในถิ่นนี้
- สามารถคุยให้คนอื่นจนแต้มและเถียงไม่ออกได้โดยไม่ต้องใช้ความก้าวร้าวใด ๆ
(แต่ใช้กับคนที่สนิทเท่านั้น ถ้ากับคนทั่วไปจะคุยตามปกติ)
------------------------------------------------------------
บุญเรือน
เป็นตัวละครหลักอีกคนหนึ่งของภาคนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีบทเยอะเท่ากับพี่ชาย
แต่จะเป็นตัวละครที่เสริมการเล่าความเป็นคนอีสานในส่วนของผู้หญิงนั่นเอง
นิสัยหลัก ๆ ในตอนนี้
- สดใสร่าเริง มีความรับผิดชอบสูงกว่าวัยเดียวกัน
ขี้บ่นบ้างตามแบบเด็ก ๆ แต่จะไม่ทำตัวเป็นปัญหาเพราะรู้ว่าครอบครัวไม่ได้อยู่กันแบบสบาย ๆ
แม้ว่าโดนพี่ชายแกล้งแหย่อยู่บ่อย ๆ เถียงก็ไม่เคยชนะ แต่ก็ยังรักและชื่นชมพี่ชายอยู่ดีความสามารถ
- ทำงานบ้านได้มีประสิทธิภาพเหนือขอบข่ายของเด็ก
และมีแนวโน้มว่าจะคล่องขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
- สามารถจับสัตว์ได้ทุกชนิดโดยไม่กลัว ต่างจากเด็กผู้หญิงทั่วไปในท้องถิ่นอื่น
------------------------------------------------------------
รู้หรือไม่ # หนองตา 1
- ฉากเปิดตัวหนองตาภาพที่ 1 เป็นภาพทุ่งนาที่ จ. ศรีสะเกษ ขอขอบคุณภาพถ่ายจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=209149 ซึ่งเว็บนี้ช่วยให้ผมได้รับรู้บรรยากาศของอีสานได้มากขึ้นจริง ๆ ครับ
- ภาพหมู่บ้านหนองตา เป็นเรือนอีสานใต้จากหนังสือ"ภูมิปัญญาอีสาน แม้ว่าผมต้องการให้หนองตาเป็นตัวแทนอีสานโดยรวม แต่พอดีภาพนี้ให้บรรยากาศที่ใกล้เคียงกับที่ผมต้องการที่สุดจึงได้นำมาใช้
------------------------------------------------------------
จบอันนี้แล้วขอพักไปทำงานเพิ่มก่อนสักพัก
นอกจากการเคลียร์งานหลักอย่างจ็อปกับ LF แล้ว สำหรับไตลานจะมีอะไรเซอร์ไพรซ์ในเดือนหน้าแน่นอน
(ถ้าทำทันนะ)
*** เพิ่มเติมเฉพาะกิจ
จากคอนเม้นต์ 29
มาบอกว่า "หล้า" หรือ "หล่า" ในภาษาอีสานไม่ได้แปลว่าแผ่นดินนะครับ แต่แปลว่ามาทีหลัง
ถ้าตั้งชื่อลูกว่า "หล่า" แสดงว่าเป็นลูกคนท้าย หรือคนสุดท้อง ไม่เอามาตั้งชื่อคนพี่ครับ
มาแก้ทางไว้ล่ะ
ขอยืนยันว่ายังใช้ชื่อบุญหล้าแบบเดิม
เพียงแต่ว่า บุญหล้าก็จะมีพี่อีกคนที่อายุใกล้กัน (ขอยังไม่กำหนดอายุและเพศนะครับ เพราะเป็นแผนเฉพาะกิจ)
โดยเป็นพี่สาวนะครับ อายุมากกว่าบุญหล้าสักสามสี่ปี มีสามีและออกเรือนไปแล้ว ดังนั้นจะไม่ค่อยพูดถึงในเรื่องหลักครับ (ไว้จะไปลองออกแบบต่อไป)
ซึ่งบุญหล้าเดิมทีก็เป็นลูกคนเล็กหรือคนสุดท้อง
และคนที่บ้านก็คิดว่าไม่น่ามีลูกแล้ว
จนมามีลูกหลงอีกทีคือบุญเรือนที่อายุห่างกัน 7 ปี ครับ
... และนอกจากนี้ บุญเรือนหากจะเรียกตามภาษาถิ่นก็เป็นบุญเฮือน แต่ทั้งนี้ขอเรียกเป็นภาษากลางให้เข้ากับการใช้ภาษากลางในตอนหลักนะครับ (แล้วจะใช้เฮือนในภาคที่เป็นภาษาถิ่นอีกที)
*** ส่วนมุกที่บุญหล้าเล่นกับชื่อตัวเอง ก็ยังใช้ได้เพราะผมกำหนดไว้แล้วว่าทุกภาคจะรู้จักทั้งภาษาถิ่นและภาษากลาง นึกน่าจะเล่นชื่อตัวเองกับภาษากลางได้ด้วย ทั้งนี้ผมแจกแจงไว้เพื่อให้ความกระจ่างในระยะยาวครับ






แต่จะว่าไปก็สงสารเจ้าตัวนิดๆ นะคะ ตบบ่าเข้าใจ บางทีพี่ก็อยากเที่ยวเล่นได้อย่างพวกผู้ชายเหมือนกันค่ะน้องเรือน
ไม่ว่าจะภูมิภาคไหน หนุ่มค่อนๆก็ยังหล่ออิมแพคได้เสมอ (รอดูหนุ่มใต้ 5555+)
วิธีใต้กะปอมก็คือการจับกะปอมตอนกลางคืนนั่นแล เพราะตอนกลางคืนมันจะนอนอยู่ต้นไม้ก็จริง แต่ไม่อยู่สูง เวลาเราไปใต้ก็จับเอาเลย เหมาะกับคนที่ตอนกลางวันไม่ว่าง
คำว่า"ใต้+สัตว์" หมายถึง ไปจับสัตว์สักอย่างในเวลากลางคืน เช่น ใต้กบ ใต้เขียด สองตัวนี้นิยมจับหน้าฝนเป็นพิเศษ
ว่ากันไปไกลๆ คำว่า"ใต้" มันน่าจะย่อมาจาก "ใต้ไฟ"= ส่องไฟ เพราะไปจับสัตว์ตอนกลางคืน ต้องส่องไฟ ..เลยใช้คำว่า"ใต้"
จบ(เถอะ) ๕๕
#1 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-10-24 02:16