คำเตือน

เอนทรี่นี้บ่นล้วน ๆ บ่นหนัก ๆ ไร้การเรียบเรียง

ขอทำตามใจตัวเองให้โล่งสักวันเถอะ

 

** หมายเหตุ

เป็นความกังวลที่ค้างคามานานล่ะ บางอันจริงๆก็ไม่ได้คิดไรมากแล้ว

แต่ขอระบายทั้งหมดออกจากหัวให้โล่งหน่อย

คิดเสียว่าถ้าได้พูดออกมาแล้วจะได้ไม่เก็บมันไว้ในใจอีก

 

 

 

เมื่อเข้าสู่โลกแห่งชีวิตจริง ที่ไม่มีสถาบันศึกษาเป็นเกราะกำบัง

ความกังวลในการวางตัวของผมก็นับจะยิ่งมากขึ้น ทั้งที่ของเดิมก็มากจนอยู่ไม่สุขอยู่แล้ว

 

ทุกครั้ง...ที่ได้รับฟังเรื่องของคนที่คนอื่นไม่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นนิสัย แนวคิด พฤติกรรม หรือการทำงาน

เราก็อดที่จะมานึกถึงตัวเราเองไม่ได้

ว่าเราเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า

 

จะมีคนมองเราในแง่ลบหรือไม่

จะมีใครพูดถึงเราเสียๆหายๆในตอนที่เราไม่อยู่หรือเปล่า

 

จะมีใครไม่ชอบการพูดของเราหรือไม่

หรือมีคนที่ไม่อยากคุยกับผม หรือแม้แต่ฟังผม

 

เขาไม่พอใจการทำงานของผมหรือไม่

แล้วในอนาคตผมจะยังสามารถทำงานต่อไปได้หรือเปล่า

 

แม้ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนนี้

แต่จะเชื่อได้หรือไม่ ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นในที่ซึ่งเราไม่รู้

 

 

รู้ทั้งรู้ และหลายคนก็สอน ว่าเราไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้

แต่จะทำอย่างไร ในเมื่อปลายทางมันล้วนส่งผลกับชีวิตของเรา

ที่สุดท้ายก็ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม

 

มันเป็นความคิดบ้า ๆ ที่สลัดไม่หลุดเสียที

ไม่กล้าบ่นให้คนอื่นรับรู้เท่าไหร่

เพราะเดี๋ยวก็ได้คำตอบเดิม ๆ ว่า "คิดมาก" อยู่ดี

 

 

แต่วันนี้ขอเสี่ยงเอามาอัพบล็อกอีกรอบ

เผื่อว่ามีคนที่คิดเหมือนกับผม จะได้รู้ว่าคุณไม่ได้คิดคนเดียว

(แล้วถ้าให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้คิดคนเดียวก็คงจะดีด้วย)

 

จากคำขอตอนลอยกระทง (ที่นอกเหนือจากการขอขมาพระแม่คงคา)

ว่าอยากเป็นคนที่มีใจหนักแน่นมากกว่านี้

ไม่หวั่นไหวกับสิ่งต่าง ๆ จากภายนอกแบบที่เป็นอยู่ในวันนี้

อย่างน้อยถึงยังไม่สมบูรณ์ ก็ขอให้ได้มากขึ้น

 

ผมไม่ได้ว้าเหว่ เพราะผมรู้ว่ายังมีคนมากมายที่เคียงข้าง

แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า การที่มีคนมากมายรอบตัวเรา

ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยู่ข้างเราเสมอไป

 

 

ผมเคยมีความกังวลบ้าๆเกี่ยวกับ Feed Subscribers ในตรง status

ว่าเมื่อมันมีจำนวนน้อยลง

มันเกิดจากที่เราทำอะไรไม่ดี หรืออัพอะไรน่าเบื่อหรือไม่

ถึงกับว่าจะอัพแต่อะไรที่สนุก มีสาระ และจะไม่บ่นพร่ำเพรื่อ

จนเกือบลืมไปว่า ที่นี่คือที่ของผม ที่ซึ่งผมควรจะใส่ความเป็นตัวผม

 

 

มาคิด ๆ ดู

ที่ผ่านมา ผมคงกดดันกับการสร้างเครดิตตัวเองมากเกินไป

ควบคุมการวางตัวของตัวเอง จนมันฝืนและชักจะไม่เป็นตัวของตัวเอง

ผมมักกลัวที่จะแสดงความคิดเห็น

กลัวที่จะให้คนอื่นรู้ว่าผมคิดยังไง

ไม่พอใจอะไร

อยากด่าใคร

 

 

หลายครั้งที่ผมอยากละทิ้งบทบาทคนดีบ้าง

แต่ก็รู้ตัวดีว่าเป็นคนทำเลวไม่ขึ้น

เพราะรู้ว่าสุดท้าย เราก็มักกังวลกับการกระทำของตัวเอง

โดยยังไม่ต้องมีคนมาตัดสินด้วยซ้ำ

 

ก็ได้แต่เก็บไว้

เก็บไว้

ถึงระบายให้ใครฟัง ก็พูดได้ไม่หมด

เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นจะมีขีดจำกัดในการรับฟังแค่ไหน

 

 

หลายคนเห็นว่าผมคุยได้กว้างขวาง

แต่นั่นคือการวางตัวเพื่อให้ผมสามารถเข้าได้กับทุกคน

เพราะผมไม่รู้ว่า ถ้าผมคุยในสิ่งที่ผมอยากคุย จะมีใครฟังไหม

 

ผมอาจจะกลัวความเห็นที่ติผมอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่ผมกลัวยิ่งกว่าคือความเงียบ

การไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง มันเกิดช่องว่างต่าง ๆ มากมาย

 

 

มีครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วที่กว่าจะรู้ก็สายเกินไป

เสียความรู้สึกเพื่อนร่วมงานไป

จะคุยอีกครั้งก็มีแต่ความระแวง มองหน้าไม่ติด

มันทำให้ชีวิตผมยิ่งมีความระแวงต่อการทำงานมากขึ้น

กลัว ... ไม่อยากให้เป็นอย่างที่เกิดขึ้น

 

ชีวิตการทำงาน ไม่มีอะไรที่มั่นคงแน่นอน

ก็เหลือแต่ใจเรา ที่คงต้องมั่นคงมากกว่านี้

หนักแน่นกว่านี้เสียที

 

 

 

 

 

 

 

เอาล่ะ บ่นเสร็จแล้ว ไปทำงานต่อ

 

 

 

ป.ล. ผมรู้ว่าในตอนนี้บล็อกผมมันมีคนเข้าถึงมาก

และแม้แต่คนใกล้ตัวก็เข้าถึงได้

จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัวแล้ว

แต่วันนี้ขอหน้าด้านมาบ่นล่ะ มีไรค่อยว่ากันอีกที ไม่ได้ด่าใครนี่นา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืมม จะบอกยังไงดีละค่ะ
เรื่องความคิดของคนก็เหมือนอย่างที่คุณว่า
ไม่มีใครบังคับมันได้ และเราก็ไม่รู้ว่าใครคิดกับเราว่ายังไง

แต่อย่างน้อยก็ขอให้คิดไว้อย่างหนึ่งนะคะ
ว่าทำในสิ่งที่อยากทำให้ดีที่สุดก็พอ
เราก็คือเรา เขาก็คือเขา คนละคนกันคะ

ตัวเราเองก็เคยคิดเรื่องแบบนี้บ้างเหมือนกัน
เพียงแต่ตัวเราไม่ได้โฟกัสไปเรื่องนี้มากเท่าไหร่
เพราะเราเองก็คิดว่าขอแค่ทำในสิ่งที่รักให้ดีที่สุด
เราพยายามที่สุด ตั้งใจที่สุดเท่านั้นเองคะ

อย่าลืมนะคะ ว่าคนอื่น ยังไงซะก็คือคนอื่น
ไม่มีใครรู้เรื่องเราดีเท่าตัวเราเองหรอกคะ

ยังไงซะ ก็ขอให้ประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆนับจากนี้ไปนะคะsurprised smile

#1 By ~ZerXiu$Tor~ on 2009-11-05 12:59

เวลาที่รู้สึกแบบเดียวกันนี้ เป็นเวลาที่พี่เรียกตัวเองว่า จิตกำลังตก เนื่องจากอยู่กับตัวเองมากเกินไป
คือมันก็ไม่พ้นคำว่าคิดมากอะ เกี่ยวกับทัศนคติที่คนอื่นมีต่อตัวเรา (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ)
ถ้าเราไม่หวั่นไหวซะอย่าง ใครจะคิดยังไงกับเราก็ช่างเขา ต่อหน้าเราเขาทำดีกับเรา ลับหลังเราก็ช่างมันเหอะ

เรื่องการวางตัวจนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง มันก็พูดยากนะ
เพราะมันก็เกี่ยวกับการรักษาภาพพจน์ บลาๆ (เอาง่ายๆ อย่างที่คนเขาถอดล็อกอินเวลาอยากด่าคนนั่นก็อย่างนึง) แต่สุดท้าย คนที่เขาอยู่กับเราคิดยังไงกับเรา นั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอะ

เวลาที่น้องโคค่อนเป็นแบบนี้ก็ลองคุยๆระบายๆให้คนที่อยู่ใกล้ตัวฟังมั่งก็น่าจะดีนะ ถ้าคิดอยู่คนเดียวมากๆ มันจะเข้าโหมดดาร์กเกิน
แนะนำแค่นี้แหละจ้า
เราก็กังวลเวลาอยู่ที่ทำงาน ว่าเราทำงานได้ดีมั้ย ที่เขาจ้างอยู่ทุกวันนี้เขากำลังรอวันที่เราลาออกรึเปล่า เพื่อนที่ทำงานเห็นเราเป็นไง ได้เรื่อง หรือไม่ได้เรื่อง บ่อยครั้งที่มีเรื่องจัดใจแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป

ส่วนนึงคงเป็นเพราะเราเป็นพวกโลกส่วนตัวสูง เราความรู้สึกของคนอื่นมากดดันตัวเอง ไม่เหมาะกับการทำงานที่ต้องประสานกับหลายๆ คน สุดท้ายเลยบึ้ม! ตัดใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์อย่างเดียวเลย เงินน้อยลง แต่ความหนักใจก็ลดตามด้วย

พอถอยออกมาแล้วก็รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราตีกรอบให้ตัวเองมากเกินไป นี่ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ แล้วก็อึดอัดเอง

ที่จริงถ้าปลงได้ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้าง แคร์คนอื่นพอประมาณได้ก็คงดีนะคะ

(กลายเป็นเข้ามาช่วยบ่นซะงั้น confused smile )

#3 By honeynut on 2009-11-05 13:32

โคค่อนยิ้มสู้ แล้วลุยต่อ big smile
หนักแน่น...แต่ไม่กระด้าง
เข้มแข็ง... แต่ไม่โผงผาง!!

พูดง่ายทำยากแฮะ...sad smile

...เห็นด้วยครับ ชีวิตช่วงวัยทำงาน มันไม่ง่ายเลย...
(ขนาดผมอยู่ในวัยนี้มานสักพักใหญ่ๆแล้วอ่ะนะ)sad smile

#5 By Monkiji321 on 2009-11-05 14:29

ไม่รู้จะเมนท์ยังไงแฮะ แต่ก็กลัวความเงียบกับความเห็นของคนอื่นเหมือนกันsad smile
อืมมม...
บอกก่อนเลยว่านายไม่ได้เป็นคนเดียว
นายไม่ได้รู้สึกแบบนั้นคนเดียว
ยังมีอีกหลายคนที่รู้สึกแบบค่อน

อย่างที่บอกจากที่เคยคุยและสัมผัสกับค่อน
ค่อนเป็นคนที่มีความตั้งใจและความจริงจังในงานของตัวเองสูง จนพี่เรียกว่า นายจริงจังอยู่บ่อยๆ

บางครั้งการที่ความจริงจังเข้ามามีบบาทมากกว่า
ความสบายๆ มันทำให้คนรอบข้างรู้สึกเกร็ง เกร็งจนกลัวกลัวที่จะรีแอคชั่นกับสิ่งที่ค่อนกำลังสื่อออกมา ทำให้รีแอคชั่นมันลดลง มาในระดับเปอร์เซ็นต์ที่มากน้อยต่างกันออกไปตามสถานการณ์ต่างๆ

แต่เวลาไหนที่ค่อนสบายๆ ประตูทุกบานเหมือนเปิดกว้าง ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และอยากให่ค่อนเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ

ตอนนี้เหมือนค่อนกำลังรับเรื่องราวทุกอย่างเข้ามากับตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แม้แต่เรื่องก้อนกรวดก้อนทรายก็สามารถทำให้ค่อนนอยตัวเองได้เหมือนกัน มันเลยเหมือนเป็นการทำร้ายตัวเองไปเปล่า

บางเรื่องที่ปล่อยผ่านไปได้บ้างก็ให้มันผ่านไป
บางเรื่องที่แก้ไขได้ก็ค่อยแก้
บางเรื่องที่เหนือการควบคุมก็อย่าไปควบคุมมัน
ทำหน้าที่และยอมรับกับเหตุการณ์ปัจจุบันในหน้าที่ที่เราทำแล้วอย่างเต็มที่
มอบความสุขให้กับตัวเองบ้าง อยากทำไรทำ
อยากวาดไรวาด

ลดความกลัวลง
กลัวคนอื่นจะคิดแบบนั้น
กลัวคนอื่นจะคิดแบบนี้
กลัวการเผชิญหน้า
ฯลฯ
แล้วมันจะค่อยๆดีขึ้น

มันคงต้องอาศัยเวลา
เพราะว่าสภาพแวดล้อม
และประสบการณ์ที่ผ่านมาของแต่ละคนมันต่างกัน
แต่อยากให้ลองปล่อย
มองท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
เรายังเป็นเพียงจุดเล็กๆ
ที่ยังมีอะไรที่ให้เราค้นหากมากมาย

...

พูดไปพูดมาก็งงเอง
เอาเป็นว่ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็ระบายออกมาบ้าง
ไม่เป็นไร เราแชร์กันได้ เราร่วมคิดร่วมแก้ไขกันไป
ทุกอย่างมีทางออก

มีความกดดันก็ต้องมีหนทางที่ผ่อนคลาย
สู้ๆ

บ่นออกมาแหละดีแล้ว
ไม่หน้าด้านหรอก เอิ๊กๆ

อ้าวยิ้ม...
อืมมม อายุยืนขึ้นหนึ่งปีแล้ว
(เกี่ยวรึเปล่า ๕๕๕)

confused smile

#7 By no-ta on 2009-11-05 15:23

อาการแบบนี้บางทีผมก็จะเป็นนะครับ โดยเฉพาะช่วงที่เครียดอย่างช่วงไกล้สอบ
ก็มักจะมาย้อนคิดกับตัวเองว่า ทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ เราพูดอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า
หรือบางทีเราควรจะอยู่ห่างๆ คนอื่นดี อะไรแบบนี้ ซึ่งปีที่แล้วผมก็เป็น sad smile

ถ้าเรียกสั้นๆ น่าจะเป็นช่วงภาวะจิตตกจากความเครียดนะครับ
อย่างผมก็จะมองตัวเองเป็นอคติอย่างที่ยกตัวอย่างด้านบน

ในจุดนี้ จะแก้ให้ได้ก็คงต้องทำให้อารมณ์แจ่มใสไม่เคร่งเครียด และที่สำคัญคือ ควรจะหาคนที่พูดออกไปเพื่อขอคำปรึกษาได้ หรือจะแค่บ่นให้ฟังก็ได้ครับ
เพราะตอนผมหาย ผมก็บ่นๆ ให้เ้พื่อนบางคนฟังเหมือนกัน อย่างน้อยถึงจะแค่บ่น ก็สบายใจขึ้นได้เพราะมีคนรับฟังอย่างเงียบๆ หรือบ้างก็ช่วยปลอบนิดหน่อย ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยครับbig smile

อืม ผมเองก็อยู่แค่ในวัยเรียน ก็คงให้คำปรึกษาได้ไม่มากเพราะยังไม่เคยเจอประสบการณ์ินินทาลับหลัง หรือความกังวลเกี่ยวกับระดับขั้นอะไรแบบนี้

แต่สุดท้ายก็จะขอให้คุณค่อนสู้ๆ ครับ!

#8 By ★ 【 N 】 on 2009-11-05 16:11

สำหรับก็เจออะไรแบบนี้มามากพอสมควร...
ผมใช้วิธีละทิ้ง...ละทิ้งแรงกดดัน...เสียงบ่น..ไม่ต้องเอามาใส่ใจ
รึเปรียบเทียบกัยตัวเอง...เป็นวิธีคิดแบบเห็นแก่ตัว...แต่ก็ทำให้รู้สึกโล่งได้....และก็เป็นตัวของตัวเองก็เท่านั้นแหละฮับ...

#9 By Pupha on 2009-11-05 16:17

ยะ ยาว...ตอบยาวกันหมดเลยsad smile

ส่วนตัว ความคิดเรื่องนั้นก็มีอยู่เป็นปกติ แต่ไม่ได้ระแวงมากเหมือนเมื่อก่อน
เพราะเริ่มจะรู้แล้วว่าจะให้คนชอบเราทุกคนมันอาจจะเป็นไปไม่ได้ก็ได้...55

เมื่อหลายปีมาแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้รับรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงกับเรา โดยเป็นความคิดความรู้สึกจากคนที่ไม่ได้รู้จักกับเรา แต่ตัดสินเราจากภายนอก...ตอนนั้นรู้สึกแย่จนร้องไห้ แต่ตอนนี้คิดแล้วก็ขำ ๆ ชิว ๆ ไป ไว้เจออีกรอบค่อยว่ากัน

ส่วนตัวแล้วเราเป็นพวกแปลกแยกจากคนอื่นตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว เป็นพวกอยู่ผิดที่ผิดทาง เก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกะใคร ความสนใจก็เป็นแบบคนส่วนน้อย คนจะมองเราไม่ดีก็เป็นเรื่องปกติของความคิดคน...

ตอนนี้เราก็ใช้ชีวิตแบบที่พยายามซื่อตรงกับตัวเองมากขึ้น พอทำแบบนั้นแล้ว ก็จะไม่ค่อยมีเรื่องอะไรที่ไม่เคลียร์ เพราะมีอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ (แต่ก็กั๊ก ๆ ไว้บ้างเผื่อในส่วนของการคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น)
แต่ด้านมืดของตัวเองก็เก็บ ๆ ไว้บ้าง เพราะมันก็ไม่ใช่ของที่สมควรเอาออกมาโชว์

...ชักนอกเรื่องsad smile

เอาเป็นว่า จขบ.ไม่ได้คิดคนเดียวหรอกค่ะ confused smile

#10 By saisuna on 2009-11-05 16:24

กลับมาอีกที ตอบยาวกันจนน่าตกใจ
ขอบคุณสำหรับความเห็นของทุกคนนะครับ

ความจริงผมเองก็ไม่ได้จะเป็นจะตายอะไรเท่าไหร่ในตอนนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยังต้องปั่นงาน ไม่ได้ว่างจนโหวงเหมือนบางช่วง

แต่หลายครั้งที่เราต้องเข้าสังคม มันก็อดคิดไม่ได้นะว่า เออ เราทำแบบนี้แล้วดีหรือยัง ยิ่งเราเป็นคนหน้าใหม่ที่พึ่งเรียนจบ ไม่ว่าจะทำงานอะไร เราก็มือใหม่ ยังต้องอาศัยการเรียนรู้อีกเยอะ


ที่จริงแล้วผมเองก็ไม่อยากจะบ่นมาก
เพราะว่าผมยังนับว่าโชคดีที่ช่วงนี้ได้ทำงานกับคนที่คุยด้วยกันได้ เพียงแค่ลึกๆเราก็กังวลในใจว่า เราเกรงใจเราไหมนะ ไรงี้


รอดูความเห็นต่อไป
คาดว่าคงมีคนที่อยากระบายเรื่องทำนองนี้เช่นกัน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ได้นะครับbig smile

#11 By โคค่อน on 2009-11-05 16:44

ในความกลัวนั้น
มันมีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆกันนะ
ทั้งความรักความเป็นห่วง
เพียงแต่บางทีความกลัวมันก็มากเสียจนบัง
ความรักความเป็นห่วงเสียจนเรามองไม่เห็นมัน

#12 By mutsuki on 2009-11-05 17:05

มาบ่นก็ดีแล้วครับ ก็เป็นตัวของตัวเองบ้างจะได้พักจากการวางตัวที่ทำให้เราเหนื่อย big smile

#13 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2009-11-05 17:51

ฮานะเองก็คิดแบบพี่โคค่อนบ้างเป็นบางครั้งเหมือนกันนะคะ ก็กังวลว่าคนอื่นคิดกับเรายังไง ไม่ชอบตรงไหนของเรามั้ย แต่ว่าคนส่วนใหญ่รอบตัวฮานะจะเป็นคนตรงทีมีอะไรก็พูด ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ
(ถ้าเค้าไม่ชอบอะไรฮานะ เค้าก็บอกตรงๆ)
คิดว่าการที่คนเราเปิดอกคุยกันมากๆก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ ยิ่งเป็นเพื่อนยิ่งดีค่ะ เพราะเราต้องแสดงความเป็นตัวเองให้คนอื่นเห็นบ้าง จะได้รู้ว่าเค้ารับเราได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าไปปกปิดแล้วพอเค้ามารู้ทีหลังก็มาบอกว่าไม่คิดว่าจะเป็นคนหยั่งงี้ซะงั้น
(สั้นๆคือให้พูดอย่างที่คิดค่ะ แต่ก็ไม่ใช่พูดไม่คิดนะคะ ฟังงงๆ แต่พอดีมันคล้ายๆกันค่ะ)

ฮานะมาเยี่ยมบล็อกพี่โคค่อนไม่ค่อยบ่อยแต่ก็มีความรู้สึกว่า บล็อคของพี่มีแต่เรื่องดีๆน่าสนใจให้อ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีเรื่องที่เกี่ยวกับตัวพี่โคค่อนเท่าไหร่ค่ะ
ฮานะว่าพี่โคค่อนเขียนเกี่ยวกับตัวเองบ้างจะทำให้คนอื่นเข้าใจพี่มากขึ้นนะคะ

แต่บางทีพี่โคค่อนอาจจะไม่อยากให้คนรู้เกี่ยวกับตัวเองมั้ง เคยคิดอย่างงี้น่ะค่ะ เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ฮานะก็เคารพสิทธิ์นั้นนะคะ หุๆๆๆ

ฮานะว่าการเป็นคนเปิดเผย หรือ เป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งที่ดีค่ะ นอกจากนี้เราต้องหัดยอมรับคนอื่นในขณะที่คนอื่นก็จะยอมรับเรา เป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆค่ะ
แต่มันอาจจะหาได้ยาก ขึ้นกะดวงเหมือนกันล่ะว่าคนรอบข้างเราจะใจกว้างยอมรับเราได้มั้ยนิ

เขียนซะยาวเชียวไม่รู้หลงประเด็นหรือสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำรึเปล่า 555

ยาวเกินก็ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ

แว้บบบบบบ

#14 By Lord Hanan♥Kinno61 on 2009-11-05 18:03

เท่าที่อ่านดู รู้สึกว่ามีอะไรที่คล้ายกันเยอะมาก
เรื่องที่พี่เป็นกรีก็เป็น ฮา คงเพราะพี่จริงจังกับงานด้วยมั้ง
พี่ไม่ต้องไปกังวลกับความคิดของคนอื่นเกี่ยวกับตัวเราหรอกค่ะ (แต่ก็รู้ว่าห้ามยาก)
ดูพี่เป็นคนแคร์กับความรู้สึกคนรอบข้างอยู่
ส่วนตัวคิดว่าหันมาคิดเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น เป็นตัวเองอย่าที่อยากเป็น
แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สังคมยอมรับ
ใครจะคิดยังไงก็เป็นเรื่องของเค้า
เรามีความกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็นไป ปล่อยวางในสิ่งที่ควรปล่อยวางอย่าไปเก็บมาคิดมาก
แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้งคะ

เอ่อ ถ้าพูดอะไรที่ดูไม่ควรไปก็ขอโทษด้วยนะคะ เพราะตัวเองก็ยังเป็นแค่รุ่นน้องพี่เอง
พยายามต่อไปนะคะ
มีอะไรก็ปรึกษาได้ค่ะ ถึงจะช่วยได้ไม่มากก็เถอะ big smile

#15 By giri on 2009-11-05 18:35

เดี๋ยวนี้อัพบลอกตามใจมากไปก็ไม่ได้
มันไม่ส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว

พี่แบงค์สู้ๆนะ ใช่สิ พี่แบงค์ ไม่ใช่พี่ปอนด์ ฮ่าๆ

#16 By iDoi* on 2009-11-05 19:09

จริงอยู่, การอยู่บนโลกความจริงอาจต้องเหนื่อยกับการวางตัว ซึ่งหลายครั้งสังคมก็บังคับให้เราต้องทำในสิ่งที่ต่างไปจากความต้องการ จนทำให้รู้สึกว่า เราอยู่ในสังคมโดยไม่มีความเป็นของตัวเองเลย

นั่นเป็นเพราะเราเอาตัวเรา, ความคิดของเรา, ไปผูกติดอยู่กับความต้องการของสังคม เราเป็นห่วงภาพพจน์ของเราต่อสายตาของสังคมมากจนเกินไป จนเมื่อคิดจะทำจะพูดอะไรก็หวั่นไหวไปเสียหมด กลัวว่าสังคมจะมองอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่จริงแล้วความคิดเหล่านั้นก็เป็นแต่เพียงความกลัวของตนเพียงคนเดียว สายตาของสังคมที่เราสัมผัสได้นั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงจากความคิดของเราเองก็เป็นได้

ผมเองไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ และไม่ใช่คนที่ตัดตัวเองออกจากสายตาของสังคม มีหลายครั้งเหมือนกันที่เผลอกังวลกับภาพพจน์ของตัวเองจนเกินไป จนกระทั่งมีโอกาสได้นั่งพัก นั่งคิด นึกทบทวนความคิดของตัวเองบ้าง จึงพอมองเห็นว่า สิ่งทั้งหมดที่เรากลัว ก็เป็นเพียงความคิดของเรา ไม่เห็นจะมีใครรู้สึกดีหรือร้ายไปกับความกลัวนั้นเลยแม้แต่น้อย

...

เป็นกำลังใจให้นะครับ

#17 By รัตนาดิศร on 2009-11-05 19:25

ใจเย็นครับพี่ก็เป็น... sad smile
เราไปหาจิตแพทย์ด้วยกันไหม? (ฮา)
คิดว่าต้องสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้มากกว่านี้ละโคค่อน
ไม่ว่าเราจะทำดีไม่ดีในสายตาคนอื่นยังไง
ก็ต้องเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองเสมอนะ
แหม่ แต่เรื่องนี้ให้พูดก็ต้องยาวอีก...

"ทำผิดเป็นเรื่องปกติ ผิดปกติเป็นเรื่องธรรมดา" นะ

ช่วงนี้คนรอบตัวก็จิตตกไปตามๆกันหรือนี่ sad smile

#18 By pw. on 2009-11-05 19:52

ผมว่า

บริบทก็เป็นอะไรที่สำคัญ
แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ทุกเวลาหรอกครับ

ก็มีบ้าง ที่เราก็ต้องมีมุมของเรา
รักตัวเองบ้างก็ไม่แปลกหรอกครับ

ถ้ามัวแต่ห่วงคนอื่นตลอดเวลาคงเหนื่อยแย่เลย
เหอ เหอ

สู้ๆนะครับบบบบบ

#19 By -o- Jotakun -o- on 2009-11-05 20:13

เราก็คิดคล้ายๆคุณนะ
ระวังในการวางตัวเหมือนกัน
แต่คงเพราะคนรอบข้างของเรามันกล้า ไม่วางตัว
เราเลยสบายใจมากขึ้น กล้าทำอะไรมากขึ้น
จนเราเห็นว่า เพื่อนๆมันยอมรับได้แฮะ

ลองปล่อยวางแล้วลดการวางตัวดูนะคะ ทีละนิดก็ได้
อย่างน้อย คุณก็สบายใจขึ้นล่ะนะ

ยังมีคนแบบคุณมากมายค่ะ
เป็นกำลังใจให้ ค่อยๆปรับตัวไปนะ สู้ๆค่ะ ^ ^
ยิ้มครับ
บางทีคงต้อง "ยิ้มสู้" กันบ้างล่ะ

ฮ่าๆ ผมก็ยังไม่ใช่คนวัยทำงานแล้ว ผมไม่ค่อยรู้หรอกว่า มันจะเครียดแค่ไหนกันแน่
แล้ววิธีแก้ของผมก็คงใช้ไม่ได้เรื่องแหงๆ

ก็ นะครับ ขอให้กายและจิตแข็งแรงครับconfused smile confused smile

#21 By แมวหน้าแว่น on 2009-11-05 20:49

จิตใจที่ฝึกดีแล้วจะไม่โอนอ่อนตามสิ่งเร้าที่มากระทบ
(ดูเหมือนมีหลักการ ฮ่า555+)
แปลว่าหน้าด้านนั่นเอง555555+
แอบรู้สึกว่าจะมีสกิลนี้เยอะมากหลังเข้าคณะมา

แต่พูดจริงๆแล้วตามหลักการจิตวิทยยาตรรกศาตร์ธรรมมะอ.แม้ว(เอ๋ เกี่ยวไรวะ)
ถ้าคิดแล้วไม่สบายใจก็เอาตัวเองออกห่างจากสิ่งนั้น
สิ่งใดทำให้จิตเราเศร้าหมอง ก็อย่าไปนึกถึงมัน
ผมว่าแบบนี้น่าจะดีกว่านะครับ^ ^

#22 By [veho on 2009-11-05 20:57

ไหมก็เคยเป็นบ่อย แต่คงไม่หนักเท่าพี่
อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้อยู่ในวัยทำงานด้วย
แต่เวลาเป็นทีนี่จะคิดอะไรเยอะมาก แล้วก็จะสุดยอดของความไม่สบายใจและไม่มีความสุขเลย
แต่พอคิดไปคิดมานานเข้าก็เพิ่งมารู้สึก

ว่าที่เรามาคิดนี่เพื่ออะไร
เราทำอะไรได้ไหม
..ก็ไม่ได้เลย

เราอยากให้ทุกๆคนพอใจในตัวเรา
เพื่อที่เราจะได้สบายใจ
แต่วันนั้นที่ทุกคนจะพอใจในตัวเรามันจะมาเมื่อไรกันละนั่น

สุดท้ายก็มาทำตามใจชอบให้มากขึ้นดีกว่า
อย่างน้อยในเวลานั้นเราก็ยังมีความสุขละนะ
อย่าเอาใจไปไว้ที่คนอื่นมากมายเลย
ไหมคิดอย่างนี้นะ

#23 By mhaimaiimai on 2009-11-05 21:59

ไม่รู้นะ
บล็อกผม ผมไม่บอกให้คุณรู้จักรู้
(แต่มีคนมาเจอเองเหมือนกัน)

จะได้อยากบ่น อยากด่าใครให้เต็มที่
แต่เอาจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้บ่นหรือด่าใครเท่าไหร่
(เท่าที่คิดไว้ตอนแรก)

อยากเขียนอะไรก็เขียน ไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครมาอ่าน หรือติดตามอะไร (แต่ก็แอบดูว่า มีใครมาเม้นท์รึเปล่าอยู่เนืองๆ)

ผมว่าลองทำอะไรรับใช้ตัวเองซักพักนึง ไม่ต้องรับใช้คนอื่นมาก แล้วคุณอาจจะดีขึ้นได้นะ เช่น อัพอะไรที่ไม่สนุกแต่อยากจะอัพ อะไรอย่างนี้

แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีใครสนใจคุณ เท่าตัวคุณเองหรอก
ศิลปินก็งี้แหละน้อ หนูก็เป็นค่ะพี่
คิดว่าคงจะเป็นเหมือนพี่ตอนออกไปทำงานข้างนอก

แม่เค้าเคยสอนว่า ให้คิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกหรือยัง เดือดร้อนคนอื่นมั้ย แล้วเดือดร้อนตัวเรา กระทบกับความเป็นเรารึเปล่า แล้วก็ทำให้ดีที่สุด สุดกำลังเท่าที่ได้ คิดแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ

แต่ว่าทางปฏิบัติมันก็ยากเนอะ เคยพยายามจะคิดแค่นี้เหมือนกับที่แม่บอกแต่ทำไม่ค่อยได้

สู้ๆ กั๊บพี่

#25 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-11-05 22:42

นักศึกษาจบใหม่ก็วางตัวลำบากพอทีกับน้องใหม่อ่ะ
ชีวิตมันค่อยๆลำบากไปเรื่อยๆ

เวลาอยู่ที่ใหม่ๆหรือสังคมใหม่ๆ
เรามักจะเริ่มเครียดขึ้นมาล่ะ
...เอ๊ะ ทำอย่างนี้ถูกรึเปล่า
...เอ๊ะ ทำงี้จะโดนรุ่นพี่เขม่นมั้ย เพื่อนจะเกลียดมั้ย
...เอ๊ะอะไร เอ๊ะยังไง

จนตอนนี้ถือคติ 'เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้'
กับสิ่งที่เราไม่ทำคงเสียดาย
หรือสิ่งที่เราทำแล้วคงอึดอัดใจ

บางทีก็อิจฉาเด็กๆเนอะ
ทำอะไรไม่ต้องแคร์สื่อ แคร์สังคม
เพราะสังคมของเด็ก ก็มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องส่วนใหญ่
ซึ่งพร้อมจะให้อภัยเราอยู่แล้ว

เพราะงั้นวันไหนอยากบ่นก็ไม่ต้องเกรงใจ
"เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้"
หาวันเอาแต่ใจให้ตัวเองสักวัน
ไม่ต้องแคร์สื่อ ไม่ต้องสนสังคม
ทำอะไรที่สังคมเขาไม่ลำบากไปกับเรา
เช่น นอนตีพุงที่บ้าน ไม่ทำงานสักวันหนึ่ง หาหนังสือมาอ่านเล่น กริ๊ดที่ด่านฟ้า ก็ว่ากันไป

ส่วนเรื่องกลัวใครเกลียดมั้ย
ไม่ต้องกลัวหรอก
เชื่อสิ่งที่เราทำว่าดีก็พอ
เนี่ย.. เราทำดีที่สุดของเราแล้วนะ
ส่วนจะรัก จะชอบ จะเกลียด ก็อีกเรื่องหนึ่ง

อย่าคิดว่าจะให้คนทุกคนชอบเรา
เพราะมันเป็นไม่ได้หรอก
...คนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ
แต่เป็นตัวของตัวเอง แต่มันทำให้มีใคร'สักคน'เข้าใจเรา ยอมรับความเป็นเรา เชื่อมั่นเรา
---ก็พอแล้วล่ะ

big smile

#26 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-11-06 01:10

ก็พอเข้าใจอารมณ์นะครับ พี่ก็เจอมาเยอะแล้วล่ะ

การจะบอกให้ไม่ต้องคิดมาก เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้าไม่คิดเลยก็คงเป็นได้แค่หุ่นยนต์ไปแล้วล่ะ

เพียงแต่มันก็อย่างที่เขาว่าๆกันนั่นล่ะ ว่าเรื่องบางเรื่องถ้าคิดแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ไม่ต้องไปคิดมาก บางทีหนีปัญหาบ้าง ทำลืมๆไปบ้างมันก็ช่วยได้เหมือนกันในบางสถานการณ์

บางอย่าง เวลาที่เราโตกว่านี้ คุ้นเคยกับมันมากกว่านี้ มันก็ช่วยได้จริงๆนะ ในขณะเดียวกัน อารมณ์ที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ ช่วงวัยนี้ มันอาจจะตอบโจทย์บางอย่างที่เมื่อตอนเราแก่ไปกว่านี้ไม่ออกได้ก็ได้เหมือนกัน

ที่สำคัญก็คือต้องไม่หมดหวังกับทุกสิ่งไปเสียก่อนนะครับ ช่วงเวลาที่เรือเราาติดโขดหิน หรือจอดนิ่งเพราะไม่เจอลมมันก็ต้องมี แต่ก็อย่าลืมว่าช่วงที่มันจะแล่นไปได้ฉิวมันก็มีเช่นกัน เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง

ยังไงก็สู้ๆนะครับ big smile

#27 By imome on 2009-11-06 01:14

entryนี้ดี commentแต่ละคนก็ดีมากๆเช่นกัน
เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆกับพวกเรา
ทำอย่างไร รู้สึกอย่างไร จะดำเนินชีวิตกันไปแบบไหน

โดยรวมน่าจะมาจาก ความกังวลใจของเรานั่นเอง
ใครๆก็คงเป็นกันกังวลว่าทำแบบนี้ดีไหม ทำแล้วจะเป็นไงบ้าง มันจะบวก หรือลบกัน
นั่นสิ่งที่ดีนะ สาเหตุคงเพราะความรับผิดชอบต่อตัวเรา ต่อสังคม และผู้คนรอบข้างนั่นเอง

แต่หากจะไม่ให้รู้สึกกดดันตัวเรามากเกินไป
คงเริ่มจากเจตนาดีดีของเราที่มี นั่นเอง
ส่วนผลนั้น ก็ให้แปลก ใช่จะมีแต่บวกนะคุณ
ผลลบที่เกิดขึ้นนั้น ก็ใช่เราจะเข้าไปจัดการอะไรได้เสียที่ไหน
ทำไงดีละทีนี้..
คงต้องบอกให้ เราเองพอใจในเรื่องราวเหล่านั้น ไม่เห็นต้องเต็ม 10ทุกครั้งนะ 7 บ้าง 8 บ้าง ไม่เห็นเป็นไร
อยู่ในกรอบที่เข้มงวดนั้นดี แต่มากเกินไปเราจะอึดอัด ความสุขใจ เบิกบานมันโดนทอนให้น้อยลง
คงต้องปรับเปลี่ยนบ้าง อะไรๆคงไม่สำคัญไปกว่าตัวเราเองหรอกนะ
ทุกข์มากมาย ก็ใช่ใครจะมาทุกข์ด้วย คงเป็นเราเองที่ต้องผ่านพ้นมันมาโดยลำพัง
ยากหรือง่ายนั้น คงขึ้นอยู่กับวิธีการในแต่ละผู้คน

สู้ๆกันต่อไป
open-mounthed smile