อ่านตอนที่ผ่านมาได้ที่นี่

ตูน - ไตลาน(Tailan)

 

*** เนื้อเรื่องของนภาลัย ต่อเนื่องจากภาคหลัก แนะนำให้อ่านไตลาน ถึงตอนที่ 6 ก่อนครับ ***

 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

1. ไตลาน เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ไตลาน เป็นดั่งโลกคู่ขนานของเมืองไทย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เสมือนจำลองจากไทยหรือสยามในอดีต ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรม แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าทุกสิ่งในไตลานจะต้องเป็นจริงในเมืองไทย อย่างไรก็ตามในทุกตอนจะมีชี้แจงเสมอว่าผมอ้างอิงจากอะไรบ้าง และอะไรเป็นส่วนที่ปรับแต่งเอง

3. ไตลาน เป็นโลกในอุดมคติซึ่งมีแต่ความสงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีความบาดหมางในระดับที่รุนแรง (ถึงมีก็จะอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเหมือนเด็กทะเลาะกัน) เรื่องราวที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจะไม่ใช่ "ไตลาน" โดยเด็ดขาด

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมในภาค"นภาลัย"

(ของภาคใต้อาจจะเยอะหนอยเพราะมีรายละเอียดซับซ้อน อ่านสักหน่อยครั้งแรกแค่รอบเดียวก็พอแล้วครับ)

4. ภาคนภาลัยเทียบได้กับไทยยุคสมัย ร.5-7 โดยในไตลานจะถือเป็นเมืองใหม่ ไม่ใช่เมืองเทพานคร  นั่นคือในไตลานนั้นผมจะแยกเมืองที่เป็นตัวแทนยุคแบบไทยแท้ กับยุคที่พัฒนาตามชาติตะวันตกครับ

5. นภาลัยเป็นเมืองที่ได้แรงบันดาลใจจาก "หัวหิน" รวมทั้งเรื่องของสถานีรถไฟอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ทั้งนี้นภาลัยไม่ได้จำลองจากหัวหินทั้งหมด แต่จะมีการประยุกต์ผสมผสานกับสิ่งที่เป็นยุคสมัยร่วม ที่แสดงถึงความเป็นเมืองตากอากาศตั้งแต่สมัยอดีตของไทยครับ

 

คำเตือน - ระวังความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ก่อนเลยนะครับ

แม้ว่าเรื่องนภาลัยจะเกี่ยวข้องกับรถไฟ

นภาลัยจะเป็นตัวแทนหัวหิน และหัวหินก็มีสถานีรถไฟที่สวยงามมีชื่อเสียง

แต่หัวหินไม่ใช่สถานีรถไฟปลายทางแห่งแรกของประเทศไทยนะครับ

 

ทางรถไฟที่สร้างเป็นสายแรกของประเทศไทยคือ กรุงเทพฯ - นครราชสีมา 

และเส้นทางที่ให้บริการสายแรกของไทยคือ กรุงเทพฯ - อยุธยา

(ซึ่งเป็นส่วนแรกที่เปิดให้ใช้ ก่อนจะสร้างเส้นทางที่เหลือไปถึงนครราชสีมาครับ)

ข้อมูลอ้างอิงอื่น ๆ จะอยู่ในช่วงท้ายเรื่องนะครับ

ดังนั้นอย่าเอาไตลานมาปะปนกับประเทศไทยนะครับ ถือว่าผมเตือนแล้วนะครับ 

 

 

**สำหรับตอนนี้ จะเป็นแค่เรื่องเบิกนำตอนที่ตัวละครยังอยู่เทพานคร

 

ยังไม่มีฉากในเมืองนภาลัยนะครับซึ่งจะมีต่อไปในตอนหน้าครับ (บอกไว้ก่อน เดี๋ยวงง)

 

 

 

 

ไตลาน

 

นภาลัย

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปจะเป็นข้อมูลเชิงลึกของไตลาน ที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหากจะอ่านเอาสนุกเท่านั้น

แต่ใครที่คิดจะถามอะไรในเชิงลึก ขอให้อ่านก่อนถามครับ

 

นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์โดยทั่วกัน

หากใครยังไม่อยากอ่านอะไรยาว ๆ ก็เลื่อนไปดูภาพของแถมช่วงสุดท้ายเลยครับ

 

 

 

รู้จัก"ประวัติการรถไฟไทย"จากไตลาน 

 

แม้ว่า"รถไฟ"นั้นจะไม่ใช่ของประเทศไทยตั้งแต่แรก เป็นวิทยาการที่นำเข้าจากชาติตะวันตก

แต่ที่ผมเอามาเขียนในไตลาน เพราะมันก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย

ทั้งแสดงความเจริญ และเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อรักษาไว้เพื่ออธิปไตยของชาติ

 

อ้างอิงจากเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

 

http://www.railway.co.th/about/history.asp

 

เนื่องจากข้อมูลต้นฉบับนั้นเขียนอย่างเป็นทางการและค่อนข้างยาวเกินกว่าที่จะคัดลอกมาทั้งหมดได้

ผมจึงขออนุญาตย่อความเอาส่วนที่สำคัญมาเล่าเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้นครับ ซึ่งถ้าอยากจะอ่านฉบับเต็มก็ไปดูตามลิงก์ที่ให้ไว้ข้างต้นได้ แต่ถ้าใครอยากอ่านแบบที่ง่ายขึ้นก็มารับความรู้ได้ที่นี่เลยครับ

 

          ประเทศไทยตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นสยามนั้น กษัตริย์ทุกพระองค์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคมนาคมที่เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะนำความรุ่งเรืองมาสู่อาณาจักรแต่ในสมัยก่อนยังไม่มีการขนส่งทางรถไฟเกิดขึ้น เพราะเวลานั้นคนยังนิยมใช้สัตว์เป็นพาหนะในการเดินทางมากกว่า


         ก่อนที่การรถไฟหลวงจะถือกำเนิดขึ้นนั้น ในปีพ.ศ. 2398 อังกฤษให้ เซอร์ จอห์น เบาริง เข้ามาเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญากับไทย
(อันนี้ถ้ายังจำบทเรียนสมัยมัธยมได้ก็น่าจะคุ้นชื่อคนนี้นะ) และในขณะเดียวกันก็ได้นำเครื่องราชบรรณาการของสมเด็จพระนางวิคตอเรียเข้ามาถวายรัชกาลที่ 4 ด้วย หนึ่งในนั้นคือรถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริงประกอบด้วย รถจักรไอน้ำ และรถพ่วงครบขบวน เดินบนรางด้วยแรงไอน้ำทำนองเดียวกับรถใหญ่ที่ใช้อยู่ในเกาะอังกฤษ ซึ่งพระนางวิคตอเรียก็คงหวังผลให้ ร.4 ของเราให้สร้างกิจการรถไฟขึ้นในไทย แต่เนื่องจากในขณะนั้นภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไม่มั่นคง และมีจำนวนพลเมืองน้อยจึงได้ระงับไว้ก่อน
 

          ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยการขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส ที่แผ่มาครอบคลุมบริเวณเหลมอินโดจีน ร.5จึงได้เห็นความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟ เพราะถ้าใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองคงไม่เพียงพอแก่การดูแลอาณาเขต และจะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงเอาใจห่างได้ จึงได้คิดว่าสมควรที่สะร้างทางรถไฟเพื่อให้สะดวกกับการติดต่อมณฑลที่ห่างไกลมากขึ้น ป้องกันการรุกราน ทำให้เกิดการบุกเบิกพื้นที่รกร้างเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศได้อีก และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

          ดังนั้นในปี พ.ศ.2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟเส้นต่าง ๆ จนได้พบว่าจุดแรกที่สมควรสร้างเพื่อเชื่อมกับเมืองหลวงของประเทศคือ นครราชสีมา หลังจากนั้นจึงได้ก่ออตั้งกรมรถไฟขึ้น และสร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก

          ใน ปี พ.ศ.2439 การก่อสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ - นครราชสีมา สำเร็จบางส่วนพอที่จะเปิดการเดินรถได้ โดยเปิดเส้นทางเดินรถไฟ สถานีกรุงเทพ - อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพ - อยุธยา ได้

 

ซึ่งการรถไฟฯ ได้ถือเอา วันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเป็ฯวันที่ รัชกาลที่ 5 มาทำพิธีเปิด เป็น "วันสถาปนากิจการรถไฟ" สืบมาจนถึงปัจจุบัน
        

          ต่อจากนั้นก็ได้เปิดการเดินรถต่อไปอีกเป็นระยะ ๆ จากอยุธยา ถึง แก่งคอย มวกเหล็ก ปากช่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2443 การสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมาได้เสร็จเรียบร้อย เมื่อการก่อสร้างทางรถไฟสายแรกสำเร็จลงแล้ว ร.5 ก็ทรงพิจารณาสร้างทางรถไฟสายอื่น ๆ ต่อไป จนกระทั่งสิ้นรัชสมัยของพระองค์

 

สำหรับประวัติศาสตร์ส่วนที่เหลือ หากใครสนใจแนะนำให้ไปอ่านต่อได้เลยนะครับ แต่สำหรับเอนทรี่นี้แล้วผมขอจำกัดการเล่าเฉพาะรถไฟสายแรกจนจับสมัย ร.5 ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญต่อรถไฟไทยครับ

 

------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------ 

 

เบื้องหลัง-ที่มาที่ไปของนภาลัยตอนที่ 1 

 

ภาค"นภาลัย"นั้น จะเป็นภาคที่อิงเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยในสมัยที่ตะวันตกเริ่มมามีอิทธิพล เป็นช่วงเปลี่ยนประเทศให้มีความเจริญ อีกทั้งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการป้องกันประเทศจากยุคล่าอาณานิคมซึ่งเป็นย