เมื่อสองวันก่อน ผมได้อ่านการ์ตูนไทยเรื่องหนึ่งที่ซื้อไว้นานแล้วแต่เพิ่งได้จังหวะอ่าน
ผมซึ่งช่วงหลังยอมรับว่าซื้อการ์ตูนไทยน้อยลงไปมากด้วยหลายเหตุปัจจัย
เกิดอยากจะลองกลับมาอ่านอีกครั้ง เลยค่อย ๆ ลองตามที่โฆษณาในเน็ตอีกครั้ง
 
บางเรื่องก็สนุกจนออกปากชมไปแล้ว บางเรื่องก็รู้สึกว่าปล่อยผ่านดีกว่า
แต่เรื่องที่จะมารีวิววันนี้ เป็นอะไรที่รู้สึกมีทั้งส่วนที่ชอบและส่วนที่ไม่ชอบ
เนื่องจากไม่ได้รู้จักนักเขียนและทีมงานเป็นการส่วนตัว จึงขอบอกเล่าออกมาตรงนี้
และหวังว่าถ้าไปถึงทีมคนทำและเป็นประโยชน์ได้ก็คงจะดีครับ
 
ทั้งนี้ในบางส่วนอาจเป็นมุมมองส่วนตัวของผม ปรับใช้ได้ตามเหมาะสมนะครับ

---------------
 
"วิญญาณบนผืนน้ำ"
 
SIC - Cartoonthai Studio
 

ตัวอย่างด้านใน ดูได้จากเพจของค่ายนะครับ --> [LINK]
 
 
ผมขอข้ามในส่วนของเรื่องย่อนะครับ ถือว่าในตัวอย่างด้านในน่าจะแนะนำไปในตัวแล้ว
ต่อจากนี้ไปผมจะเริ่มรีวิวในมุมมองของผม สปอยล์เล็กน้อยบ้าง
ซึ่งถ้าถึงช่วงที่สปอยล์หนัก ๆ จะเตือนสีแดงไว้ครับ
 
 
 
--ความประทับใจแรกพบ--
 
- ส่วนที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ และเกือบเป็นส่วนเดียวที่ไม่ผิดหวังก็คืองานภาพครับ ปกนอกสวย ดูดีมีคลาสทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งการ์ตูนจากค่ายนี้มีข้อดีเรื่องนี้มาหลายเล่มแล้วครับ มันทำให้เวลาอยู่บนแผงมันสามารถเชิดหน้าชูตาโดย "ไม่ต้องเคลมว่าเป็นการ์ตูนคนไทย" ครับ
 
 
--งานด้านภาพ--
 
- จากข้างนอกที่สวย ข้างในก็สวยครับ เผลอ ๆ ผมว่าสวยกว่าด้านนอกอีกแฮะ ตัวเอกออกแบบได้ดูดี อนาโตมี่แม่น (อิจฉา อยากเอามาฝึกวาดหลายช่องเลย) มุมกล้องสวยหลายฉาก เลย์เอ๊าท์ช่วงต้นที่เป็นสารบัญดูแจ่ม เป็นความประทับใจที่ต่อเนื่องจากปกครับ
 
- ในเรื่องของการแยกแยะตัวละคร นอกจากพระเอกแล้ว ตัวประกอบต่าง ๆ ยังชวนสับสนว่าใครเป็นใคร มันคล้ายกันเกินไป จะอ้างว่าเพราะทรงผมทหารเหมือนกันก็ไม่ใช่อะ ลุงมีหนวดเคราผมว่าก็ยังเกือบจะคล้ายพ่อ ตอนจบยังคิดว่าใครเป็นใครกันหว่า
 
- และในอีกด้าน ตัวละครเดียวกันยังมีหน้าตาเปลี่ยนไปมาเหมือนเป็นคนละคนอยู่บางช่วง ตัวอย่างชัด ๆ เลยเช่นสาวน้อยน่ารักในหน้า 95 อยู่ ๆ เปลี่ยนทรงผมและอิมเมจไปในแต่ละช่องอะ (ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น หรือวาดหลายคน?)

- รวมจากที่พูดข้างต้นแล้วก็อยากเสนอแนะว่า ถ้าตัวประกอบมีความแตกต่างที่ชัดเจนทั้งรูปลักษณ์และการแสดงออก น่าจะช่วยให้เกิดการจดจำได้ง่ายขึ้นกว่านี้นะครับ อาทิเช่นลูกน้องสองคนที่น่าจะชัดกว่านี้ (คือต่างครับ แต่ไม่ถึงกับจำแยกคนได้ กว่าจะเริ่มจำได้ก็... (ไว้พูดตรงด้านเรื่อง))
 
- เรื่องเครื่องแบบ มีบางคนได้ทักไว้เรื่องความไม่ถูกต้องของเครื่องแบบ อันนี้ผมขอโนคอมเม้นต์เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าตรงไหนที่ผิด แต่พอเห็นมีการวาดเน้นเครื่องแบบในหลายฉากเลยอยากฝากให้ระวังเรื่องนี้มากขึ้นนะครับ เท่าที่ผมเคยวาดเครื่องแบบในงานอื่นมา คนในวงเครื่องแบบเค้าซีเรียสเรื่องนี้มากอยู่ครับ
 
- ในเรื่องการสื่อความหมายของภาพตามเนื้อเรื่อง ขอยกไปพูดรวมกับตัวเรื่องเลยนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวสปอยล์ไปซะก่อน
 
 
 
--ด้านเรื่อง--
 
- เปิดเรื่องได้ดี น่าลุ้น ไม่ถึงกับหวือหวาแต่ค่อย ๆ บิ๊วอารมณ์ขึ้นทีละนิด ตามสไตล์หนังผี (ป่าวนะ?) และมันก็เริ่มลึกลับขึ้นเรื่อย ๆ
 
- มีการพยายามสอดแทรกเนื้อหาความสัมพันธ์ของตัวละคร เช่นคู่พ่อลูก ซึ่งชวนให้ติดตามว่ามันมีอะไรแฝงอยู่ ... ในตรงนี้ทำให้ผมเริ่มนึกไปถึงเรื่อง Battleship ที่บังเอิญได้ดูช่วงนั่งรถทัวร์ แต่อันนี้ไม่เกี่ยวอะไรนะ แค่นึกถึงเฉย ๆ

- แต่ทุกอย่างพังครืนในใจผมเมื่อเริ่มโหมดซอมบี้ และมันก็พังลงเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับการตายของตัวละครที่เหมือนโดนเร่งเวลามากกว่าจะสร้างความกดดัน ผมก็เร่งเปิดหน้ากระดาษให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อลุ้นไปตอนจบ

- แล้วก็พบกับ...ความว่างเปล่า



(หลังจากนี้สปอยล์พร้อมเล่าความรู้สึกแบบดิบ ๆ หน่อย)

- โอเค พระเอกไม่รอดมันไม่ใช่จุดที่ทำให้เสียความรู้สึกหรอกครับ เจอพล็อตแนวนี้มาไม่ใช่น้อย ถ้ารอดสิกลับน่าสนใจว่ารอดได้อย่างไรและจะเป็นยังไงต่อ

- แต่คือรู้สึกว่า มันเสียของมาก ๆ เลยอะครับ ทั้งความลี้ลับที่บิ๊วมาเกือบทั้งเล่ม ที่จบว่า อ้าว แค่ซอมบี้หรอ แล้วยังไง เดี๋ยวพอพวกตัวเอกม่องเสร็จก็กลับเป็นชาวเกาะอโลฮ่ารอเหยื่อมาใหม่อีกงั้นหรือครับ ผมว่าประเด็นการเป็นซอมบี้มันออกจะเบสิกมากจนไม่คู่ควรกับสิ่งที่ปูบิ๊วมาเกินครึ่งเล่มน่ะครับ

- ดราม่าของพระเอกที่เกี่ยวกับประเด็นการสั่งการ ความตายของลูกน้อง ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ บิ๊วไว้เข้มข้น แต่สุดท้ายคนที่ควรเล่นบทดราม่าอย่างพ่อของลูกน้องพระเอกก็ม่องแบบมึน ๆ อารมณ์ค้างมาก นึกว่าจะมีอะไรมากกว่านี้
 
 
- ตามด้วยพระเอกที่ส่งแมสเซจให้พ่อและจมแบบมึน ๆ พ่อที่ยิ้มกับข้อความ ก็ไม่รู้คิดไงกันแน่ รู้ยังว่าลูกตาย หรือตั้งใจพาลูกไปตาย หรือ หรือ!?!
 
- แต่พระเอกก็จม ตาขาว
 
- เปิดไปอีกหน้า พบกระดาษขาวของปกหลัง
 
- ไม่มีรีวิวท้ายเล่มหรืออะไรที่ให้คำตอบมากกว่านี้ ทอล์คคนเขียนก็ไม่มี
 
- ว่างเปล่า

จบ

 

--รายละเอียดปลีกย่อย--

ตรงนี้ขอทักในรายละเอียดเป็นจุดนึงนะครับ อาจจะดูเหมือนจับผิดแต่จริง ๆ คือเอาส่วนที่ผมสะดุดในตอนอ่านครั้งแรกมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการปรับใช้ครับ

"เกาะซาปัว"
อาจเพราะช่วงนี้ผมเป็นติ่งวัฒนธรรมพื้นเมือง+ชาวเกาะด้วยมั้ง เลยรู้สึกว่าการสร้างอิมเมจเกาะซาปัวในเรื่องนี้ มันจับฉ่ายในสิ่งที่ไม่น่าจะอยู่หมวดเดียวกันได้ ผมขอลิสต์สิ่งที่เห็นนะครับ

- เผ่าในหน้า 31 มองแวบแรกจะนึกถึงนิโกร แต่ตามบริบทคงเป็นแบบโพลินีเซีย (หรืออะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ไทย อันนี้ดีเทลไม่เคลียร์) --- เริ่มไม่แน่ใจว่านี่อยู่ในราชอาณาจักรไทยไหม
- ฉากบ้าน นึกถึงหมู่บ้านชาวประมงในภาคใต้ --- อันนี้ไม่ติดขัดอะไร แบบพื้น ๆ ก็งี้
- หน้า 45 พบชาวฮาวาย 2ea --- ชาวพื้นเมืองแบบภูมิภาคอาเซียนไม่ได้นุ่งฟาง แต่เป็นผ้าทอผืนยาว 
- สาวน้อยชาวเกาะแบบเกาะอกเซอร์วิส --- อันนี้ไม่ติดขัดเพราะเฉลยแล้วว่าทันโลกยุคใหม่
- หน้า 45 ซากโบราณของเมืองสไตล์ขอม ปรางค์ในหน้า 105 ก็ขอม --- จะเล่นโหมดชาวเกาะน่าจะเป็นบาหลีหรือเป็นเผ่าไปเลยดีกว่าไหมครับ ขอมเป็นแบบแผ่นดินใหญ่อะ? 
- หัวหน้าเผ่าไว้ผมเปียทำให้นึกถึงอินเดียนแดงก่อน (เผ่าอื่นอาจมี แต่ผมเปียเป็นภาพจำของอินเดียนแดงน่ะครับ)

รวมทั้งหมดที่กล่าวมา รวมแล้วมันดูไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียวกันน่ะครับ ถึงจะเป็นเกาะสมมุติก็ไม่ค่อยแนะนำให้หยิบนู่นผสมนี่แบบต่างแหล่งนะครับ เพราะแต่ละองค์ประกอบมันล้วนมีความหมายในตัวครับ อาทิเช่นวิหารแบบขอม->ฮินดู สถาปัตยกรรมหินอันยิ่งใหญ่แบบนั้นขัดกับความเป็นชาวเกาะครับ

และเผ่าในหน้า 31 ก็เหมือนเป็นแค่ภาพโปรโมทการท่องเที่ยวที่ไม่มีอยู่จริง เพราะนอกจากหน้านี้ก็ไม่โผล่อีกเลย ตรงนี้เลยทำให้อิมเมจของเกาะมันดูเบลอ ๆ และขาดภาพจำระยะยาวครับ

คำแนะนำในหัวข้อนี้ - เวลาสร้างฉากในเรื่อง ฝากเลือก ref โดยดูที่มาของสิ่งที่ใช้ให้มันเข้ากันด้วยครับ การใช้แบบเซ็ตเดียวกันแล้วใช้ชื่อสมมุติจะเซฟสุดเพราะจะไม่คลาดเคลื่อน หรือถ้าจะสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ก็ระวังเรื่องภูมิประเทศและระดับของวัฒนธรรมของสิ่งที่ใช้ด้วย เช่นถ้าชาวเกาะก็ดูในสิ่งที่ชาวเกาะมี ถ้าเป็นพวกเน้นภูตผีจะเป็นดีไซน์ประมาณไหน จะมีหรือไม่มีอะไร

 

-----------------------------


--สรุปแบบรวม ๆ--

- เริ่มสวย และเริ่มอย่างยิ่งใหญ่ การบิ๊วจังหวะช่วงต้นดูเนิบ ๆ เฮฮาหรรษาบ้าง ก่อนจะเริ่มบรรเลง (ตามสไตล์หนังผี?)

- แต่ตอนจบมันไม่สามารถเติมเต็มในส่วนที่ปูเสื่อรอไว้มากมายน่ะครับ ซึ่งอาจจะเพราะโครงสร้างและเนื้อหาที่ดูแปลกใหม่จนทำให้คาดหวังว่าปลายทางที่รออยู่จะเป็นอะไรที่เหนือคาดมากกว่านี้ด้วยมั้งครับ

- และการยัดเยียดความตายแทบทุกอย่างในช่วงไม่กี่สิบหน้าสุดท้าย ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกกลัวเท่าที่ควร เพราะสามารถเปิดเร่ง ๆ ให้จบโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าการตายของแต่ละคนนั้นสำคัญหรือสะเทือนใจเท่าไหร่ คือถ้าไม่มาตั้งใจเปิดเช็คแบบละเอียด ความตายของตัวละครแทบไม่สะกิดต่อความรู้สึกเลยล่ะครับ ตายแบบเคลมไวไปไว สงสารตัวประกอบที่ตายแบบนี้อ้ะ

- ผมกำลังสงสัยว่าที่จริงผู้เขียนมีอะไรในใจมากกว่านี้ แต่เกิดต้องจำกัดจำนวนหน้าในตอนจบเลยเล่าได้ไม่เต็มที่หรือเปล่า เพราะถึงบอกว่าเป็นปลายเปิด ปกติงานแนวปลายเปิดมันควรจะให้คำตอบของแก่นเรื่องระดับหนึ่ง ก่อนจะวางคำถามใหม่มาจบปลายเปิดแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งจะให้ความรู้สึกอิ่ม ไปพร้อมกับหิวสิ่งใหม่นะครับ

- ส่วนที่เสียดายคืองานภาพกับการเริ่มประเด็นนี่แหละครับ
เหมือนกับมีวัตถุชั้นเลิศแต่ปรุงอาหารแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ อารมณ์ค้างมาก
เสียดายจริง ๆ ครับ

 

 


--ข้อเสนอแนะ--

ผมขอล่วงเกินด้วยการเสนอแนะในมุมมองของผมหน่อยนะครับ
เพราะครั้นจะมาตินู่นตินี่แบบไม่แนะอะไรบ้างมันก็ดูไร้ความผิดชอบเกินไป
แต่สิ่งที่ผมแนะก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีก็ได้ เพราะผมเองก็ไม่ได้โปรงานแนวนี้
เอาเป็นว่าขอเล่าในมุมมองคนอ่านนะครับ

1. ถ้าโครงเรื่องใหญ่และมีปริศนาที่ซับซ้อนแต่ไม่สามารถจบในเล่มเดียวได้ ทำเป็นสองเล่มแล้วเล่าให้ครบ ๆ เขียนประเด็นให้เข้ม ๆ มากกว่านี้ดีกว่าไหมครับ
- คือพระเอกจะตายแบบทรมาน โดนทรมานก่อนรอด หรือโดนเน้นย้ำดราม่ามากกว่านี้ก็ได้ เพราะตอนนี้เหมือนแบบว่า "อ้าว หน้าจะหมดแล้ว รีบจบ ๆ ละกัน" ไปซะงั้น

2. หรือถ้ามีข้อกำหนดว่าจะต้องจบในหนึ่งเล่ม คงต้องเร่งส่วนสะพรึงให้เร็วกว่านี้ เพื่อที่พื้นที่ในการคลี่คลายปมจะได้มีมากขึ้นครับ เพราะตอนนี้เหมือนการ์ตูนธีมทหาร+ดราม่าสิ่งแวดล้อม ที่โดนบี้ให้มาเป็นซอมบี้ในตอนจบน่ะครับ

3. หรืออีกทางที่น่าจะทำได้ คือการเล่นบทซอมบี้แต่เนิ่น ๆ แล้วค่อยมาสอดแทรกอดีตของพระเอกไปในช่วงที่กำลังหนีซอมบี้นี่แหละ อย่างน้อยก็มีช่วงเวลาบิ๊วอารมณ์ได้มากขึ้น และน่าจะสยดสยองมากขึ้นเลยล่ะ

4. ระวังเรื่องการหา ref แบบผสมผสานครับ คือมันมีโอกาสที่จะเป็นของที่ไม่เข้ากันได้ ให้ดีคือเลือกสรุปไปสักอย่างเลยดีกว่าครับ แล้วจะอินมากขึ้นเยอะเลย


----------------------------------------------------------------------

ก็มีเท่านี้ครับ ต้องขอโทษด้วยที่ออกจะติเยอะกว่าชมไปมาก

แต่เพราะมันมีส่วนดีในตอนต้นทาง จนอยากให้กำลังใจและเชียร์ให้พัฒนาไปให้ไกลมากกว่านี้
เลยยอมเป็นตัวร้าย มาวิจารณ์แบบทั้งรวม ๆ และรายจุด แบบไม่ได้แค่บ่นอุบอิบในวงใย
ทั้งนี้เพราะอยากให้ผู้สร้างผลงานและคนที่ทำการ์ตูนอยู่ ได้ลองดูเป็นมุมมองหนึ่ง

ผมว่าคนเขียนยังนี้ยังไปได้ไกลกว่านี้อีก
ไม่อยาก "เสียดายของ" ครับ


ขอบคุณทุกท่านหากอ่านจนถึงจุดนี้
และขอบคุณตัวเองที่ต้านแรงเสียดทานภายในตัว มาอัพเอนทรี่ได้ยาวเหยียดแบบนี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

great review..

#6 By processpayment on 2013-07-23 07:01

@establecers ผมก็คิดว่ามีสาเหตุเกี่ยวกับข้อจำกัดทางจำนวนหน้าเหมือนกันครับ แต่ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว (ไม่ใช่ว่าแผนเดิมสองเล่มแล้วโดนตัดจบเป็นเล่มเดียว) น่าจะมีการวางสัดส่วนของเนื้อหาให้เน้นส่วนที่ควรเน้นมากกว่านี้ครับ
ซึ่งผมเองตอนเขียนการ์ตูนก็มีปัญหาเรื่องของจำนวนที่ไม่พอหมือนกันนะ อยากเขียนนั่นเขียนนี่มากมาย ในรีวิวเลยพูดเสนอแนะเผื่อเรื่องนี้ด้วยครับ
ยังไงก็ลองหามาอ่านได้นะครับ ยังยืนยันว่าไม่เสียเปล่าครับ นอกจากที่ทัก ๆ ไว้ผมว่ามันโอเคหมดแหละ (ถ้าไม่มีดีเลยคงไม่เสียเวลามารีวิวครับ)

#5 By โคค่อน on 2013-07-22 15:35

ยังไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ แต่จากที่เคยเห็นเพื่อนเขียนสตอรี่บอร์ดสำหรับทำหนังสือการ์ตูนให้สำนักพิมพ์ เห็นเพื่อนต้องตัดส่วนที่วาดออกเป็นจำนวนมาก เพราะถูกกำหนดจำนวนหน้าที่สามารถวาดได้ เนื้อเรื่องเลยขาดรายละเอียดหรือส่วนของการบิวท์อารมณ์ไปพอสมควร ไม่แน่ใจเรื่องระบบการทำหนังสือการ์ตูนในประเทศไทย เลยว่าอะไรมากไม่ได้  
เดี๋ยวจะลองหามาอ่านค่ะ

#4 By Establecer on 2013-07-22 13:34

คอมเม้นดีจัง
ต้องไปหามาอ่าน
Hot!

#3 By ปิยะ99 on 2013-07-20 07:02

ดูน่ากลัวไม่กล้าอ่านแฮะ
( sad smile )

#2 By Nirankas on 2013-07-20 06:59

Hot!  มากดดาวให้เพราะการคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมาค่ะ เราชอบ

เราเป็นคนที่หยิบมาเพราะสนใจว่า เอ๊ะ เล่มเดียวจบ  เอ๊ะทหารเรือ น่าสนเนาะ (นี่แหละคนที่อยู่ในแวดวงนี้) แต่พอมาหยิบอ่านจริงๆ ความรู้สึกเป็นดังนี้

ภาพ
ชม
- ภาพสวยค่ะ มุมมองดี ยิงฉากอะไรดีเลย
- จังหวะการตัดช่องเปลี่ยนฉากดึงอารมณ์ทำได้ดี
- พระเอกหล่อค่ะ ก๊าก
ติ
- เรือรบหลวงเหมือนเรือโมเดลพลาสติกอย่างประหลาด คือไม่ใช่โมเดลที่เขาต่อกันโหดสัดๆ ด้วย มันดูก๊องแก๊งค่ะ
- เครื่องแบบวาดลวกไปหน่อย
คือ เราไม่รู้ว่าวาดแบบเลี่ยงของจริง ถ้าเลี่ยงแต่เอ่ยเป็นทหารเรือไทยชัดก็คงไม่ใช่มั้ง ลักษณะการวาดอินทรธนู(บ่า) เครื่องหมายไม่ใช่นะคะ เอาไม่ต้องลงลึกไปถึงขนาดว่ายศไหนขีดบาง-หนา-จำนวนยังไง วาดหูกระทะกลมๆ ผิดค่ะ ซึ่งเราว่าไม่ยากนะเฮ้ย
- ส่วนของพ่อพระเอก.....เราไม่เคยเห็นทหารเรือระดับผู้บังคับบัญชาท่านไหนไว้ทรงผมแบบนั้นค่ะ เกิดมาไม่เคยเลยจริงๆ

พล็อต
ชม
- ไอเดียเริ่มต้นน่าสนใจมากกกกก คือแบบ เออๆ มามีการ์ตูนเบสออนสิ่งที่มีจริงบ้าง มันเจ๋งดี อยากรู้ว่าจะทำการบ้านอะไรยังไงมาบ้าง ชอบๆ
- มีความสัมพันธ์พ่อลูก น่าสนใจ
- พระเอกที่เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์โจรสลัด น่าสนใจพอยตน์นี้มาก ทำให้อยากหยิบมาอ่าน ความบอบช้ำจากเหตุการณ์ก็น่าสนใจค่ะ
ติ
- อ่านจบแล้วแบบ เฮ้ย แค่เนี้ย อย่างที่คุณค่อนบอกด้านบน คืออะไรวะ แค่นี้เองเหรอ จบแค่เนี้ย เหตุแค่เนี้ย มันรู้สึกแบบ แล้วไงวะ (นี่คือบอกฟีลจริงๆ ตอนอ่านเลย)
- ความสัมพันธ์พ่อลูกตอนจบ ส่งเมสเสสไป ซึ้ง จบ ยังไง งง หรือต้องการให้งง orz (สับสน)
- พระเอกที่เป็นผู้รอดชีวิตจากโจรสลัีด(ใช่ไหม) เพียงคนเดียวแต่ถูกยกย่องเป็นฮีโร่ คือ เฮ้ย ไม่ใช่นะ ในความรู้สึกเรา ถ้าเรือทั้งลำนายทหารตายหมด แต่รอดมาคนเดียวเนี่ย เป็นเราเราจะสอบสวนล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่เชิดชู
- อื่นๆ นึกไม่ออกละ

ท้ายสุดนี้เราอยากจะบอกบ.ก.ค่ะ ว่าช่วยทำการบ้านหนักกว่านี้หน่อย
เรารู้ว่าบางจุดที่นักเขียนมองไม่ออก ทำไม่ได้ เราว่าบ.ก.น่าจะเป็นคนที่แนะนำให้เขาได้ นักเขียนท่านนี้เทคนิคดี ทักษะเยี่ยมเลย พร้อมให้ต่อยอดได้ และน่าจะไปได้ไกลด้วย เพียงแต่ว่าในแง่ของการวางพล็อต การหาข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้อง ผู้เป็นบรรณาธิการควรจะต้องดูแลค่ะ เพราะนั่นคือหน้าที่ ตรวจต้นฉบับให้พิมพ์ไม่พอ แต่ต้องขัดเกลานักเขียนท่านนั้นด้วยนะคะ

ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี่ ก็เพื่ออยากจะบอกว่าอยากเห็นผลงานต่อไป ที่พัฒนาแล้วค่ะ เราชอบหลายๆ อย่างในงานนักเขียนท่านนี้เลยอยากอ่านต่อ =D

#1 By เมพหมี shakri on 2013-07-19 22:15