CUBIC-school

 
ไหน ๆ ตอนนี้กระแส"คอมมู" (Role-playing community) มันฮอตมาก
จนถึงขนาดมีการสร้างบล็อกรวบรวมข้อมูลอย่าง [Excommu]
และล่าสุดก็พัฒนาเป็น [commu-tan]
 
ผมซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ก่อตั้งคอมมูอันนึงมาตั้งแต่แรก นั่นคือ "โรงเรียนลูกบาศก์"
อันเป็นหนึ่งในคอมมูที่ปัจจุบันใช้ระบบปิด (คือต้องมีการสอบเข้า)
ขอมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง ผ่านร้อนผ่านหนาวถึงตอนนี้
เป็นอุทาหรณ์ให้คอมมูน้องใหม่ที่กำลังทำอยู่ หรือกำลังจะกำเนิดขึ้น ได้รู้เป็นกรณีศึกษานะครับ
 
เน้นว่าผมไม่ได้จะสอนหรือทำตัวเป็นครูมาอบรมนะครับ อย่างมากก็แค่แนะนำ
(เพราะแค่นี้ก็ภาพลักษณ์ "แก่" พอแล้ว)
แต่ขอเรียกว่ามาเล่าให้รู้กันว่า
คอมมูมันไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด โดยเฉพาะกับคนบริหารนี่ล่ะ จะได้เตรียมใจ
 
เล่าเป็นข้อ ๆ นะครับ
 
 
 
สำหรับเหล่าคอมมูที่กำเนิดแล้ว
 
 
1. จุดเริ่มที่สำคัญของคอมมูคือ "สนองนี้ด" ผู้สร้าง ... แล้วต่อมาล่ะ ?
 
ผู้ก่อตั้งหลายคอมมูมักจะออกตัวว่า ตั้งเพื่อสนองนี้ดตัวเอง
ไม่แปลกครับ สร้างทั้งทีก็ต้องเอาสิ่งที่เราชอบนี่นะ
ดังนั้นธีมในตอนแรกของแต่ละคอมมูก็จะต้องชัดเจนว่า
คอมมูนี้จะเล่นอะไร เล่นอย่างไร กฎกติกาข้อตกลง วัฒนธรรมการเล่นจะเป็นเช่นใด
 
ไอ้ตอนแรกไม่มีปัญหาหรอก เพราะมันจะมีแต่ความสวยงามของสิ่งที่งอกจาก 0
ตื่นเต้นกับการที่มีคนไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น (แต่ขึ้นกับฐานสังคมเดิมด้วยนะ)
แต่เดี๋ยวเวลาผ่านไปจะเริ่มได้หวาดเสียวกับ "ความเปลี่ยนไป" ที่ไม่พึงประสงค์
 
"จงรักษาแนวทางของผู้ก่อตั้งเป็นหลัก อย่าได้เกรงใจกระแสจากคนที่เข้ามา"
อย่าลืมว่าเราตั้งให้เขาเลือก ไม่ใช่เราตั้งให้เขามายึด
ยิ่งในตอนนี้มีคอมมูทางเลือกมากมาย ยิ่งไม่ต้องแคร์ครับ
เราต้องรักษาเอกราชเอาไว้ !
 
อย่างของโรงเรียนลูกบาศก์ เราจะยึดกฏหลักสำคัญคือ
"เป็นโรงเรียนไทย ที่อยู่ในประเทศไทย และอยู่ในโลกความเป็นจริง"
 
 
 
2. คอมมูที่ยังมีการเติบโต ก็ต้องพัฒนาระบบตามให้ทัน 
 
เมื่อมีคนมากขึ้น ก็ต้องสร้างระบบให้รองรับจำนวนคนที่มากขึ้น
อาจจะด้วยวิธีการสอบเข้า อาจจะด้วยวิธีการทำสารบัญจำแนกข้อมูล
หรืออาจจะสร้างกลุ่มแตกหน่อเพื่อสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม
 
แต่ทั้งหมดทั้งปวงหมายความว่า ... คนบริหารคอมมูจะอยู่เฉยไม่ได้!
 
และพอเวลาผ่านไป หากสิ่งที่เคยกำหนดไว้แต่เดิมมันล้าสมัยก็ต้องอัพเดทด้วย
โดยดูจากลักษณะเฉพาะที่เกิดกับคอมมูตัวเอง แล้วก็แก้ไขให้เหมาะสมขึ้น
 
อย่างของโรงเรียนลูกบาศก์ ตอนแรกจะมีปัญหาที่ว่า
ข้อมูลตัวละครของหลายคนอ่านยาก คลุมเครือ หรือไม่ครบถ้วน
แล้วทำให้เกิดปัญหาการทรงตัวละครผิดพลาด ล้มพล็อตไปอย่างสึนามิ
ดังนั้นเราจึงได้เน้นเรื่องการเขียนข้อมูลตัวละครที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และอ่านง่าย
(ซึ่งเป็นที่มาของการตรวจข้อมูลตัวละครและการทรงตัวละครของผู้ที่สอบเข้าด้วย
เพราะโรงเรียนลูกบาศก์ไม่มีโลกคู่ขนาน สิ่งที่เขียนมาจะเป็นเรื่องจริงหนึ่งเดียวทั้งหมด)
 
ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง ตอนสร้างใหม่ ๆ มันยังไม่มีปัญหาหรอก
แต่พอมันใหญ่ขึ้นมันก็จะโผล่ขึ้นเอง ซึ่งคนบริหารต้องไม่นิ่งเฉยนะครับ
(เพราะพอหายนะเกิดขึ้นที ตามเช็ดไม่ทันเลยล่ะ)
 
 
 
3. คอมมูร้าง
 
สิ่งที่เกิดขึ้นก็ย่อมมีวันดับ
คอมมูที่วันแรกครึกครื้น ก็อาจมีวันที่ร้างเงียบได้
แต่มันจะแย่มาก ถ้ามันร้างเพราะคนบริหารคอมมูทิ้งเอง
 
เป็นธรรมชาติที่ความสนุกจะต้องจืดจางลงไปตามกาลเวลา
อาจจะเป็นเพราะสมาชิกเริ่มมีภารกิจการเรียนการงาน หรือเบื่อไปเอง
ไม่แปลกที่สมาชิกบางคนจะทิ้งตัวละครที่คอมมูคุณไว้
แล้วไปลั้นลากับคอมมูอื่นโดยไม่หันกลับมา (และอาจทำซ้ำกับคอมมูอื่นเป็นลูปนรก)
 
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องมัวแต่ไปโศกเศร้าเสียใจ
เรากลับต้องมาทบทวนตัวเองว่า ... เรานั่นแหละที่เฉื่อยไปแล้วหรือเปล่า
 
กองไฟที่จะยังคงมีไฟ เราก็ต้องเติมเชื้อไฟ
หากทำได้ก็ควรใส่ความสนุกสนานแบบตอนแรกเข้าไปบ้าง
หากิจกรรมสนุก ๆ มาใส่ (ตามความพร้อมของเรา)
รวมทั้งการสร้าง "เลือดใหม่" ด้วยการรับสมัครคนเพิ่มขึ้น ก็ช่วยกระตุ้นได้ดี
 
วิธีการเหล่านี้จะเป็นตัวแสดงเอกลักษณ์ที่สำคัญอันหนึ่งของแต่ละคอมมู
นั่นคือ "การบริหารจัดการ" และ "ความสนุกในระยะยาว" ครับ
 
ผมไม่อาจบอกได้ว่าโรงเรียนลูกบาศก์ของผมนี่จัดว่าร้างมากไหม
แต่ปกติแล้วเราจะแอคทีฟกันในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ซึ่งเป็นช่วงรับสมัครตัวละคร
โดยส่วนตัวแล้วผมถือว่าแค่ช่วงนี้ก็มากพอแล้ว ที่เหลือก็ตามสะดวก
แต่ผมก็รู้สึกว่าเราควรใส่กิจกรรมลงไประหว่างนั้นบ้าง เผื่อใครพร้อมเล่นจะได้มีอะไรทำครับ
 
 
 
4. ต่างคนต่างความคิด แต่เราต้องอยู่ด้วยกัน
 
มากคนก็มากความ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกที่
ขนาดโรงเรียนลูกบาศก์ที่มีประชากร ผปค. รวมกันตอนนี้แค่หนึ่งร้อยต้น ๆ (นับจากตัวละคร)
แถมผมยังเป็นคมธีมหลัก ... ก็ยังมีปัญหาเรื่องคิดต่างกันอยู่เนือง ๆ
รวมทั้งปัญหาบางเรื่องก็บานปลายจนปิดไม่จบเช่นกัน (แต่ขอไม่พูดถึงดีเทล)
 
อาทิเช่นความขัดแย้งที่เกิดจากการบิดเบือนตัวละคร
ใส่บทเกินความต้องการของ ผปค ตัวจริงบางคน
หรือดราม่าที่เกิดจากการไม่สามารถแยกแยกโลกจริงกับโลกเสมือน
 
ทุกสิ่งทุกอันที่กล่าวมานี้ แม้ว่ามันจะเกิดจากคนแค่บางกลุ่ม
แต่มันก็ส่งกลิ่นเน่าทั้งคอมมูครับ
 
ลองนึกดูสิครับ ว่าหากเรากำลังจะปล่อยเรื่องราวลั้นลาของลูกเรา
แต่รอบด้านตอนนี้กลับกลายเป็นสงครามดราม่า ผปค. ผ่านตัวละคร
ยังจะสามารถลั้นลาอย่างหน้าตาเฉยได้ไหม
 
ได้ครับ ถ้าจับกลุ่มมามีความสุขแบบลืมโลกภายนอกกันเอง
แต่นั่นก็จะทำให้ "เป้าหมายอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มเดียว" เสียไปสิครับ
 
ดังนั้นสำหรับผมแล้ว ... 
คนบริหารคอมมูไม่ควรวางเฉยกับปัญหาความขัดแย้งเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าสุดท้ายเราก็ไม่สามารถจัดการได้ทุกสิ่ง <-- นี่ก็เป็นข้อคิดที่ผมได้รับจากสามปีที่ผ่านมา
แต่อย่างน้อยก็ควรทำให้เต็มที่ และทำให้คนที่อยู่ในคอมมูได้เห็นว่า
"สต๊าฟไม่ปลื้ม"
 
ผมล่ะโคตรเกลียดความคิดที่ว่า "ดราม่าเป็นเรื่องสนุก"
ของแบบนี้ไม่เจอเองกับตัวหรือเป็นคนบริหารกลุ่ม ก็ไม่รู้ซึ้งหรอกครับ
แต่ในเมื่อคนแบบนี้คงไม่หมดไปจากโลก เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้
และคิดไว้ว่า มันก็ยังมีคนดี ๆ ที่มีมารยาทในสังคม ที่แบคอัพเราให้รักษาคอมมูต่อไป
 
 
 
5. รักษาความสนุกของตัวเองไว้ ให้เหมือนกับตอนแรกตั้ง
 
ไม่ว่าจะเหนื่อยยากกับการบริหารและมรสุมดราม่ามากแค่ไหน
แต่ขอให้รักษาขวัญกำลังใจ และความสนุกที่มีร่วมไปกบคนในคอมมู
การแบกรับภาระในการบริหารอย่างเดียว โดยไม่รู้สึกสนุกกับมัน
อาจทำให้คอมมู "กร่อย" ได้นะครับ
 
ผมเคยมีช่วงที่หมดไฟกับโรงเรียนลูกบาศก์ไปเกือบปี ด้วยมรสุมหลายอย่าง
แม้กู้ได้เพราะนึกถึงเหล่าคนที่ยังสนุกและแอคทีฟอยู่ เราจะทรยศพวกเขาไม่ได้
แต่การแก้ที่ถาวรที่สุดคือ ทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เรากลับมาสนุกกับมันได้จริง ๆ
ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไรไปบ้าง แต่อย่างน้อยคือไม่เฝดหายไปเงียบ ๆ ครับ
 
จากประสบการณ์ เชื่อมั่นว่าคนส่วนใหญ่ในคอมมู ไม่อยากให้คนบริหารเครียด
และความสุขของคนบริหาร จะทำให้บรรยากาศของคอมมูยังคงน่าเล่นต่อไปครับ
 
 
 
 
สำหรับคนที่สนใจตั้งคอมมูใหม่
 
 
ไหน ๆ ตอนนี้เห็นมีตั้งคอมมูใหม่กันเยอะ ก็อยากจะแนะนำเผื่อไว้ในฐานะรุ่นพี่นะครับ
ซึ่งที่จริงมันก็ไม่ใช่คำตอบที่ตายตัว เพราะวิธีของผมก็เป็นแค่หนึ่งในวิธีมากมายที่ทำได้
(ดังเช่นแต่ละคอมมูก็จะมีวิธีบริหาร และกฎกติกาของตัวเอง)
แต่ทุกการตัดสินใจ และการกระทำ จะส่งผลต่ออนาคตของคอมมูครับ
 
สำหรับผมแล้วการตั้งคอมมูนั้น ควรจะเตรียมความพร้อมเรื่องเหล่านี้
 
 
1. ชอบในธีมของโลกสิ่งที่จะสร้าง
ข้อนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับคนทั่วไป
แต่ดักทางไว้กันคนที่เพียงแค่อยากดัง แล้วตั้งหัวข้อที่คิดว่าคนน่าจะเข้าเยอะ ๆ
ทำแบบนั้นมันจะทำร้ายทั้งคุณ คนเล่น และคอมมู ในระยะยาวครับ
เพราะความชอบที่มาจากใจของผู้ก่อตั้ง เป็นแก่นอันทรงคุณค่าที่สุดครับ
 
 
2. เข้าใจและมีความรู้ขั้นพื้นฐานในธีมโลกที่สร้าง
ไม่จำเป็นต้องรู้แต่แรก แต่เมื่อคุณจะสร้างอะไร คุณก็ควรรู้ให้จริง
เพราะเมื่อไหร่ที่คุณไม่แม่นในสิ่งที่คุณจะเล่น มันก็เหมือนอาคารที่ฐานรากด้วน
แล้วพอตึกมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันก็รับน้ำหนักไม่ไหวและพังครืน
 
แม้ว่าต่อมาคุณคงจะหาสมาชิกที่รู้จริงรู้ลึกในธีมที่คุณสร้าง จนเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี
แต่คุณก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจในขั้นพื้นฐานเองด้วย
เพราะคุณเป็นเจ้าของคอมมูที่จะกำหนดอนาคตหลักของมันครับ
(นอกจากว่าจะไม่ยี่หระกับการกลายพันธุ์เป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่เป้าหมายเดิมของคุณ)
 
 
3. พัฒนาไปให้ไกล
คอมมูมันไม่ใช่ของใช้แล้วทิ้ง มันไม่ใช่ทิชชู่ มันควรจะอยู่ไปอีกนาน
ตอนที่จะสร้างคอมมู อยากให้นึกเผื่ออนาคตไว้ด้วย
คิดไว้ว่าจะให้ใหญ่ถึงไหน หลากหลายแค่ไหน ลึกซึ้งแค่ไหน
และควรตื่นตัวกับการพัฒนาคอมมูของตัวเอง ให้สดใหม่อยู่เสมอ
(ทั้งเรื่องกิจกรรม และพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น)
 
 
4. เตรียมใจรับดราม่า
แม้จะสร้างขึ้นเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ก็ยากที่จะพ้นเรื่องดราม่า
ขอให้ยอมรับว่าสักวันดราม่ามันจะต้องเกิด แม้ว่าคุณจะทำดีที่สุดแล้วกตาม
แต่บอกไว้ให้รู้สึกดีขึ้นว่า "เมื่อผ่านพ้นดราม่าไปได้ คุณจะเติบโต" ครับ
อย่างผมเองตอนนี้ก็รู้เลยว่า ความคิดอ่านเราโตขึ้นมากเพราะทำคอมมูนี่ล่ะ
 
 
5. และอย่าทิ้งกัน
ขอให้คิดล่วงหน้าก่อนเลยเราจะอยู่กับมันไปได้นานแค่ไหน
ถ้าใครที่มีภาระหนัก ๆ ไม่ว่างดูแลตั้งแต่แรก ฝากคนอื่นตั้งเถอะ
ไม่งั้นเกิดคุณต้องปิดเอาดื้อ ๆ มันทำร้ายคนที่อุตส่าห์มาสมัครครับ
และถึงแม้ว่าจะเจอภารกิจที่ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้
ก็ขอให้มีคอมมูของตัวเองอยู่ในใจไว้ และหากมีเวลาก็กลับมาดูแลอีกครั้ง
 
เพราะลูกของทุกคนมีค่าเกินกว่าจะตายไปกับคอมมูครับ
 
 
 
 
-----
 
ที่ผมอยากเล่าสู่กันฟังก็มีเท่านี้แหละครับ
หากใครจะมาแบ่งปันประสบการณ์เพิ่มเติมก็มาเขียนกันได้เลยนะ
 
และไม่จำเป็นว่าคนอื่นจะต้องมองเหมือนผม
เพราะนี่เป็นแค่คอมมูหนึ่งจากอีกหลายอันที่ยังดำเนินต่อไปครับ
 
-----
 
 
 
ปล. โรงเรียนลูกบาศก์ไม่ดุนะครับ เราแค่จริงจัง (เอ้ย... แต่ก็จริง)