DIARY-Simple

คำเตือน

เอนทรี่นี้บ่นล้วน ๆ บ่นหนัก ๆ ไร้การเรียบเรียง

ขอทำตามใจตัวเองให้โล่งสักวันเถอะ

 

** หมายเหตุ

เป็นความกังวลที่ค้างคามานานล่ะ บางอันจริงๆก็ไม่ได้คิดไรมากแล้ว

แต่ขอระบายทั้งหมดออกจากหัวให้โล่งหน่อย

คิดเสียว่าถ้าได้พูดออกมาแล้วจะได้ไม่เก็บมันไว้ในใจอีก

 

 

 

เมื่อเข้าสู่โลกแห่งชีวิตจริง ที่ไม่มีสถาบันศึกษาเป็นเกราะกำบัง

ความกังวลในการวางตัวของผมก็นับจะยิ่งมากขึ้น ทั้งที่ของเดิมก็มากจนอยู่ไม่สุขอยู่แล้ว

 

ทุกครั้ง...ที่ได้รับฟังเรื่องของคนที่คนอื่นไม่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นนิสัย แนวคิด พฤติกรรม หรือการทำงาน

เราก็อดที่จะมานึกถึงตัวเราเองไม่ได้

ว่าเราเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า

 

จะมีคนมองเราในแง่ลบหรือไม่

จะมีใครพูดถึงเราเสียๆหายๆในตอนที่เราไม่อยู่หรือเปล่า

 

จะมีใครไม่ชอบการพูดของเราหรือไม่

หรือมีคนที่ไม่อยากคุยกับผม หรือแม้แต่ฟังผม

 

เขาไม่พอใจการทำงานของผมหรือไม่

แล้วในอนาคตผมจะยังสามารถทำงานต่อไปได้หรือเปล่า

 

แม้ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนนี้

แต่จะเชื่อได้หรือไม่ ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นในที่ซึ่งเราไม่รู้

 

 

รู้ทั้งรู้ และหลายคนก็สอน ว่าเราไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้

แต่จะทำอย่างไร ในเมื่อปลายทางมันล้วนส่งผลกับชีวิตของเรา

ที่สุดท้ายก็ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม

 

มันเป็นความคิดบ้า ๆ ที่สลัดไม่หลุดเสียที

ไม่กล้าบ่นให้คนอื่นรับรู้เท่าไหร่

เพราะเดี๋ยวก็ได้คำตอบเดิม ๆ ว่า "คิดมาก" อยู่ดี

 

 

แต่วันนี้ขอเสี่ยงเอามาอัพบล็อกอีกรอบ

เผื่อว่ามีคนที่คิดเหมือนกับผม จะได้รู้ว่าคุณไม่ได้คิดคนเดียว

(แล้วถ้าให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้คิดคนเดียวก็คงจะดีด้วย)

 

จากคำขอตอนลอยกระทง (ที่นอกเหนือจากการขอขมาพระแม่คงคา)

ว่าอยากเป็นคนที่มีใจหนักแน่นมากกว่านี้

ไม่หวั่นไหวกับสิ่งต่าง ๆ จากภายนอกแบบที่เป็นอยู่ในวันนี้

อย่างน้อยถึงยังไม่สมบูรณ์ ก็ขอให้ได้มากขึ้น

 

ผมไม่ได้ว้าเหว่ เพราะผมรู้ว่ายังมีคนมากมายที่เคียงข้าง

แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า การที่มีคนมากมายรอบตัวเรา

ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยู่ข้างเราเสมอไป

 

 

ผมเคยมีความกังวลบ้าๆเกี่ยวกับ Feed Subscribers ในตรง status

ว่าเมื่อมันมีจำนวนน้อยลง

มันเกิดจากที่เราทำอะไรไม่ดี หรืออัพอะไรน่าเบื่อหรือไม่

ถึงกับว่าจะอัพแต่อะไรที่สนุก มีสาระ และจะไม่บ่นพร่ำเพรื่อ

จนเกือบลืมไปว่า ที่นี่คือที่ของผม ที่ซึ่งผมควรจะใส่ความเป็นตัวผม

 

 

มาคิด ๆ ดู

ที่ผ่านมา ผมคงกดดันกับการสร้างเครดิตตัวเองมากเกินไป

ควบคุมการวางตัวของตัวเอง จนมันฝืนและชักจะไม่เป็นตัวของตัวเอง

ผมมักกลัวที่จะแสดงความคิดเห็น

กลัวที่จะให้คนอื่นรู้ว่าผมคิดยังไง

ไม่พอใจอะไร

อยากด่าใคร

 

 

หลายครั้งที่ผมอยากละทิ้งบทบาทคนดีบ้าง

แต่ก็รู้ตัวดีว่าเป็นคนทำเลวไม่ขึ้น

เพราะรู้ว่าสุดท้าย เราก็มักกังวลกับการกระทำของตัวเอง

โดยยังไม่ต้องมีคนมาตัดสินด้วยซ้ำ

 

ก็ได้แต่เก็บไว้

เก็บไว้

ถึงระบายให้ใครฟัง ก็พูดได้ไม่หมด

เพราะไม่รู้ว่าคนอื่นจะมีขีดจำกัดในการรับฟังแค่ไหน

 

 

หลายคนเห็นว่าผมคุยได้กว้างขวาง

แต่นั่นคือการวางตัวเพื่อให้ผมสามารถเข้าได้กับทุกคน

เพราะผมไม่รู้ว่า ถ้าผมคุยในสิ่งที่ผมอยากคุย จะมีใครฟังไหม

 

ผมอาจจะกลัวความเห็นที่ติผมอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่ผมกลัวยิ่งกว่าคือความเงียบ

การไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง มันเกิดช่องว่างต่าง ๆ มากมาย

 

 

มีครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วที่กว่าจะรู้ก็สายเกินไป

เสียความรู้สึกเพื่อนร่วมงานไป

จะคุยอีกครั้งก็มีแต่ความระแวง มองหน้าไม่ติด

มันทำให้ชีวิตผมยิ่งมีความระแวงต่อการทำงานมากขึ้น

กลัว ... ไม่อยากให้เป็นอย่างที่เกิดขึ้น

 

ชีวิตการทำงาน ไม่มีอะไรที่มั่นคงแน่นอน

ก็เหลือแต่ใจเรา ที่คงต้องมั่นคงมากกว่านี้

หนักแน่นกว่านี้เสียที

 

 

 

 

 

 

 

เอาล่ะ บ่นเสร็จแล้ว ไปทำงานต่อ

 

 

 

ป.ล. ผมรู้ว่าในตอนนี้บล็อกผมมันมีคนเข้าถึงมาก

และแม้แต่คนใกล้ตัวก็เข้าถึงได้

จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัวแล้ว

แต่วันนี้ขอหน้าด้านมาบ่นล่ะ มีไรค่อยว่ากันอีกที ไม่ได้ด่าใครนี่นา